อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๐๒

๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา สุภาษิตแสดงองค์คุณพระธรรมกถึก

ข้อ ๓๐๒

|๓๐๒.๒๐๙| ๕ น อุกฺขิเป โน จ ปริกฺขิเป ปเร น โอกฺขิเป ปารคตํ น เอรเย น จตฺตวณฺณํ ปริสาสุ พฺยาหเร อนุทฺธโต สมฺมิตภาณิ สุพฺพโต ฯ |๓๐๒.๒๑๐| สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา มติกุสเลน นิวาตวุตฺตินา สํเสวิตพุทฺธสีลินา นิพฺพานํ น หิ เตน ทุลฺลภนฺติ ฯ วิสาโข ปญฺจาลีปุตฺโต เถโร ฯ

พระธรรมกถึกประกอบด้วยองค์ดังนี้ คือ ไม่พึงยกตน ๑ ไม่ข่มบุคคล เหล่าอื่น ๑ ไม่พึงกระทบกระทั่งบุคคลเหล่าอื่น ๑ ไม่กล่าวคุณความดี ของตนในที่ชุมนุมชนเพื่อมุ่งลาภผล ๑ ไม่มีจิตฟุ้งซ่าน กล่าวแต่พอ ประมาณ มีวัตร ๑ ภิกษุผู้เป็นธรรมกถึก พึงเป็นผู้มีปกติเห็นเนื้อความ อันสุขุมละเอียด มีปัญญาเฉลียวฉลาด ประพฤติอ่อนน้อม มีศีลตามเยี่ยง อย่างของพระพุทธเจ้านั้น พึงได้นิพพานไม่ยากเลย.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๒. ทุกนิบาต] ๕. ปัญจมวรรค ๖. จูฬกเถรคาถา ๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา ภาษิตของพระวิสาขปัญจาลีบุตรเถระ (พระวิสาขปัญจาลีบุตรเถระเมื่อจะบอกลักษณะของพระธรรมกถึกแก่ภิกษุ ทั้งหลาย จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)

ข้อ ๒๐๙

(พระธรรมกถึกประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ คือ) ๑. ไม่พึงยกตน ๒. ไม่ข่มผู้อื่น ๓. ไม่พึงมองดูด้วยความเหยียดหยาม ๔. ไม่พึงกระทบกระทั่งท่านผู้ถึงฝั่งนิพพาน ๕. ไม่พึงกล่าวคุณความดีของตนในที่ชุมชน ไม่ฟุ้งซ่าน กล่าวแต่พอประมาณ มีวัตรดีงาม

ข้อ ๒๑๐

พระธรรมกถึกนั้นมักเห็นเนื้อความอันสุขุมและละเอียดยิ่งนัก มีปัญญาเฉลียวฉลาด ประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ ปฏิบัติตามศีลของพระพุทธเจ้าเป็นอาจิณ พึงได้นิพพานไม่ยากเลย

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาวิสาขปัญจาลปุตตเถรคาถา

คาถาของท่านพระวิสาขปัญจาลบุตรเถระ เริ่มต้นว่า น อุกฺขิเป โน จ ปริกฺขิเป ปเร.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำแล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ทั้งหลาย สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในตระกูลที่ยากจนในปัจจันตคาม ในพุทธกัปต่อแต่นี้ บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่งไปป่าพร้อมกับคนทั้งหลายในปัจจันตคาม ผู้เที่ยวหาผลไม้ เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งในป่านั้น มีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลวัลลิ.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลของพระเจ้ามัณฑลิกะ แคว้นมคธ ในพุทธุปบาทกาลนี้ได้มีนามว่าวิสาขะ ภายหลังปรากฏนามว่าปัญจาลปุตตะ เพราะความเป็นพระโอรสแห่งราชธิดาของพระเจ้าปัญจาละ. เมื่อพระชนกสวรรคตแล้ว เขาก็เสวยราชสมบัติ.

เมื่อพระศาสดาเสด็จมาใกล้วังของพระองค์ ก็ไปสู่สำนักของพระศาสดา ฟังธรรมแล้วได้มีจิตศรัทธา บวชแล้วไปสู่พระนครสาวัตถีกับพระศาสดา เริ่มตั้งวิปัสสนาแล้ว ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

ในกาลนั้น ชนทั้งปวงชักชวนกันมาสู่ป่า เขาเหล่านั้นแสวงหาผลไม้ ก็หาผลไม้ได้ในกาลนั้น ในป่านั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้สยัมภูผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวายผลวัลลิ.

ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๒/ข้อ ๓๘๘

ก็พระเถระเป็นผู้มีอภิญญา ๖ แล้วได้กลับไปภูมิลำเนาเดิมเพื่ออนุเคราะห์หมู่ญาติ มนุษย์ทั้งหลายในที่นั้นเข้าไปหาพระเถระแล้ว ฟังธรรมตามกาลตามโอกาส.

วันหนึ่งถามพระเถระถึงลักษณะของพระธรรมกถึกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์คุณเท่าไรหนอแล จึงจะเป็นพระธรรมกถึกได้.

พระเถระเมื่อจะบอกลักษณะของพระธรรมกถึกแก่เขาเหล่านั้น ได้กล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า

พระธรรมกถึกประกอบด้วยองค์ดังนี้ คือไม่พึงยกตน ๑

ไม่พึงข่มบุคคลเหล่าอื่น ๑ ไม่พึงกระทบกระทั่งบุคคล

เหล่าอื่น ๑ ไม่กล่าวคุณความดีของตนในที่ชุมนุมชน

เพื่อมุ่งลาภผล ๑ ไม่มีจิตฟุ้งซ่าน กล่าวแต่พอประมาณ

มีวัตร ๑ ภิกษุผู้เป็นธรรมกถึกพึงเป็นผู้มีปกติ เห็นเนื้อ

ความอันสุขุมละเอียด มีปัญญาเฉลียวฉลาด ประพฤติ

อ่อนน้อม มีศีลตามเยี่ยงอย่างของพระพุทธเจ้านั้น พึง

ได้นิพพานไม่ยากเลย ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น อุกฺขิเป ความว่า ไม่พึงยกขึ้นซึ่งตน คือไม่พึงทำการยกตน ด้วยตระกูลมีชาติเป็นต้น และด้วยคุณสมบัติมีพาหุสัจจะเป็นต้น.

บทว่า โน จ ปริกฺขิเป ปเร ความว่า ไม่พึงข่มผู้อื่นคือบุคคลอื่น ด้วยชาติเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแล คือไม่พึงกดผู้อื่นโดยปกปิดคุณ หรือไม่พึงกดผู้อื่นด้วยสามารถแห่งการทำลายคุณความดี.

พึงเชื่อมความอย่างนี้ว่า ไม่พึงกระทบกระทั่งบุคคลเหล่าอื่น คือไม่กระทบกระทั่งบุคคลอื่นด้วยสามารถแห่งการเพ่งโทษ ได้แก่ไม่พึงมองผู้อื่นอย่างเหยียดหยาม. อธิบายว่า น อุกฺขิเป ความก็อย่างนั้นแหละ.

บทว่า ปารคตํ ความว่า ไม่พึงกระทบกระทั่ง คือไม่พึงห้าม ไม่พึงเสียดสี ได้แก่ไม่พึงดูหมิ่นซึ่งพระขีณาสพผู้ถึงฝั่งแห่งวิชชา ดุจถึงฝั่งแห่งสงสาร ผู้มีวิชชา ๓ หรือมีอภิญญา ๖.

บทว่า น จตฺตวณฺณํ ปริสาสุ พฺยาหเร ความว่า ผู้มุ่งลาภสักการะและความสรรเสริญ ไม่พึงกล่าวสรรเสริญคุณของตนในบริษัทของกษัตริย์เป็นต้น.

บทว่า อนุทฺธโต ความว่า เว้นจากความฟุ้งซ่าน. อธิบายว่า พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมไม่ยินดีด้วยคำของผู้ที่ฟุ้งซ่าน.

บทว่า สมฺมิตภาณี ความว่า กล่าวด้วยคำพอประมาณ โดยชอบนั่นเทียว. อธิบายว่า มีปกติกล่าวถ้อยคำที่ประกอบไปด้วยประโยชน์เท่านั้น มีที่อ้างอิง มีที่สุด ตามกาล. ถ้อยคำของผู้ที่กล่าวนอกเหนือไปจากนี้ ย่อมไม่เป็นที่เชื่อถือ.

บทว่า สุพฺพโต ผู้มีวัตรอันงาม คือสมบูรณ์ด้วยศีล. พึงนำบทกิริยาว่า สิยา มาประกอบเข้าด้วย.

พระเถระกล่าวลักษณะของพระธรรมกถึกโดยสังเขปเท่านั้นอย่างนี้แล้ว น้อมใจนึกถึงความที่คุณเหล่านั้นเป็นเหตุให้ตนได้รับความยกย่องนับถือรู้ว่า มหาชนมีความเลื่อมใสจนเกินประมาณ เมื่อจะแสดงความว่า พระนิพพานไม่เป็นคุณอันพระธรรมกถึกผู้มีลักษณะอย่างนี้ อาศัยวิมุตตายตนะแล้วจะพึงได้โดยยาก คือหาได้ง่ายโดยแท้แล จึงกล่าวคาถาที่ ๒ มีอาทิว่า สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา ดังนี้.

ความแห่งคาถาที่สองนั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในหนหลังแล้วทั้งนั้น.

จบอรรถกถาวิสาขปัญจาลปุตตเถรคาถา -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา