อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๕๗

๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๗1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา สุภาษิตเกี่ยวกับการรู้เห็นเบญจขันธ์

ข้อ ๒๕๗

|๒๕๗.๑๒๐| ๑๐ ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต ปตฺโต เม อาสวกฺขโยติ ฯ อิสิทตฺโต เถโร ฯ อุทฺทานํ เชนฺโต จ วจฺฉโคตฺโต จ วจฺโฉ จ นาคสวฺหโย อธิมุตฺโต มหานาโม ปาราปริโย ยโสปิ จ กิมฺพิโล วชฺชิปุตฺโต จ อิสิทตฺโต มหายโสติ ฯ ทฺวาทสโม วคฺโค ฯ ตตฺรุทฺทานํ ภวติ ฯ วีสุตฺตรสตํ เถรา กตกิจฺจา อนาสวา เอกเกว นิปาตมฺหิ สุสงฺคีตา มเหสิภีติ ฯ เอกนิปาโต นิฏฺฐิโต -----------

เบญจขันธ์ข้าพระองค์กำหนดรู้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ตั้งอยู่ ข้าพระองค์ บรรลุถึงความสิ้นทุกข์แล้ว บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว. ----------------------------------------------------- ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ ๑. พระเชนตเถระ ๒. พระวัจฉโคตตเถระ ๓. พระวนวัจฉเถระ ๔. พระอธิมุตตเถระ ๕. พระมหานามเถระ ๖. พระปาราปริยเถระ ๗. พระยสเถระ ๘. พระกิมพิลเถระ ๙. พระวัชชีปุตตเถระ ๑๐. พระอิสิทัตตเถระ. จบ วรรคที่ ๑๒ รวมหัวข้อที่มีในเอกกนิบาต พระสังคีติกาจารย์ผู้หวังประโยชน์ส่วนใหญ่ ได้รวบรวมพระเถระผู้ทำกิจเสร็จแล้วหาอาสวะมิได้ มีจำนวน ๑๒๐ องค์ไว้ในเอกกนิบาต. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา ภาษิตของพระอิสิทัตตเถระ ทราบว่า ท่านพระอิสิทัตตเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า

ข้อ ๑๒๐

ขันธ์ ๕ เรากำหนดรู้แล้ว ขันธ์เหล่านั้นดำรงอยู่อย่างถูกตัดรากถอนโคนแล้ว ความสิ้นทุกข์เราได้บรรลุแล้ว เราได้ถึงความสิ้นอาสวะแล้ว ทวาทสมวรรค จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๔๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑. เอกกนิบาต] ๑๒. ทวาททสมวรรค รวมเรื่องพระเถระที่มีในวรรค รวมเรื่องพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. พระเชนตเถระ ๒. พระวัจฉโคตตเถระ ๓. พระวนวัจฉเถระ ๔. พระอธิมุตตเถระ ๕. พระมหานามเถระ ๖. พระปาราปริยเถระ ๗. พระยสเถระ ๘. พระกิมพิลเถระ ๙. พระวัชชีบุตรเถระ ๑๐. พระอิสิทัตตเถระ เอกกนิบาต จบ รวมหัวข้อที่มีในเอกกนิบาต ในเอกกนิบาตนี้แหละ ท่านผู้หวังประโยชน์ส่วนใหญ่ รวบรวมพระเถระผู้ทำกิจที่ควรทำสำเร็จแล้ว หาอาสวะมิได้ ได้ ๑๒๐ รูป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๔๗}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอิสิทัตตเถรคาถา

คาถาของท่านพระอิสิทัตตเถระ เริ่มต้นว่า ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญฺาตา.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำแล้ว ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว วันหนึ่งเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปในถนน มีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลไม้มีกลิ่นหอม มีรสอร่อย.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวโลก กระทำบุญแล้วท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดเป็นบุตรของนายเกวียนคนหนึ่ง ในวัฑฒคาม แคว้นอวันตี ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าอิสิทัตตะ.

เขาเจริญวัยแล้ว เป็นอทิฏฐสหายของจิตตคฤหบดี ในมัจฉิกาสัณฑชนบท ได้รับข่าวสาสน์ที่จิตตคฤหบดี เขียนพรรณนาพระพุทธคุณส่งไปให้เกิดความเลื่อมใสในพระศาสดา บวชในสำนักของพระมหากัจจายนเถระ ปรารภวิปัสสนาแล้ว ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราได้ถวายผลไม้มีกลิ่นหอม แด่พระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณปานดังทองคำ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา กำลังเสด็จดำเนินอยู่ในถนน ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๙๘

ก็ท่านเป็นผู้มีอภิญญา ๖ คิดว่าจักไปสู่ที่บำรุงของพระพุทธเจ้า อำลาพระเถระ แล้วเดินทางไปสู่มัชฌิมประเทศโดยลำดับ เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง อันพระศาสดาทรงทำปฏิสันถาร ด้วยพระดำรัสมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุ ยนต์คือสรีระ มีจักร ๔ มีทวาร ๙ อันเธอพอทนได้ พอให้เป็นไปได้หรือ ดังนี้

เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยมุขคือการทูลตอบพระดำรัส โดยประกาศให้ทรงรู้ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า จำเดิมแต่เวลาที่ข้าพระองค์ได้รับข่าวของพระองค์ ทุกข์ทั้งปวงของข้าพระองค์ก็ปราศไปสิ้น อันตรายทั้งปวงก็สงบระงับไปหมด ดังนี้แล้วได้กล่าวคาถาว่า

เบญจขันธ์ ข้าพระองค์กำหนดรู้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ตั้งอยู่

ข้าพระองค์บรรลุถึงความสิ้นทุกข์แล้ว บรรลุความสิ้นอาสวะ

แล้ว ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ความว่า อุปาทานขันธ์แม้ทั้ง ๕ อันเรากำหนดรู้แล้วโดยประการทั้งปวงด้วยมรรคปัญญาอันประกอบด้วยวิปัสสนาปัญญาว่า นี้ทุกข์ ทุกข์มีเท่านี้ ทุกข์ยิ่งกว่านี้ไม่มี ดังนี้. มีอธิบายว่า ไม่มีทุกข์ไรๆ ในเบญจขันธ์เหล่านั้นที่จะต้องกำหนดรู้ (อีก).

บทว่า ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา ความว่า ทุกข์เหล่านั้นย่อมตั้งอยู่จนกว่าจิตดวงหลังจะดับ เพราะทุกข์เหล่านั้นอันเรากำหนดรู้แล้วโดยประการทั้งปวง คือเพราะมูลแห่งกิเลสมีอวิชชาและตัณหาเป็นต้น อันเราตัดขาดแล้ว ได้แก่เพราะเหตุแห่งทุกข์อันเราละได้แล้วด้วยอริยมรรค.

บทว่า ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต ความว่า ก็ความสิ้นไป คือความหมดไปแห่งวัฏฏทุกข์ ชื่อว่าอันเราถึงแล้วโดยลำดับ เพราะความที่แห่งทุกข์เหล่านั้นมีรากอันเราตัดแล้ว ได้แก่ พระนิพพานอันเราบรรลุแล้ว.

บทว่า ปตฺโต เม อาสวกฺขโย ความว่า พระอรหัตที่ชื่อว่า มีนามอันได้แล้วว่า ความสิ้นไปแห่งอาสวะ เพราะเป็นผลอันพระอริยบุคคลพึงได้เฉพาะ ในที่สุดแห่งความสิ้นไปของอาสวะทั้งหลายทั้งปวงมีกามาสวะเป็นต้น อันเราบรรลุแล้ว. อธิบายว่า ได้เฉพาะแล้ว.

ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า อนฺติมายํ สมุสฺสโย (ร่างกายนี้มีเป็นครั้งสุดท้าย). อธิบายว่า ร่างกาย คืออัตภาพของเรานี้ ชื่อว่ามีในที่สุด คือเป็นภพสุดท้ายของภพทั้งปวง เพราะความที่พระนิพพานอันเราบรรลุแล้วนั่นเอง.

ก็คำใดที่ข้าพเจ้าไม่ได้กล่าวไว้ในบทนั้นๆ คำนั้นง่ายทั้งนั้นแล เพราะมีนัยอันข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลัง.

จบอรรถกถาอิสิทัตตเถรคาถา จบวรรควรรณนาที่ ๑๒ ในอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่า ปรมัตถทีปนี จบอรรถกถาเอกนิบาต อันประดับประดาไปด้วยเถรคาถา ๑๒๐ คาถา -----------------------------------------------------

ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ รูป คือ

๑. พระเชนตเถระ

๒. พระวัจฉโคตตเถระ

๓. พระวนวัจฉเถระ

๔. พระอธิมุตตเถระ

๕. พระมหานามเถระ

๖. พระปาราปริยเถระ

๗. พระยสเถระ

๘. พระกิมพิลเถระ

๙. พระวัชชีบุตรเถระ

๑๐. พระอิสิทัตตเถระ

รวมหัวข้อที่มีในเอกนิบาต

พระสังคีติกาจารย์ผู้หวังประโยชน์ส่วนใหญ่ ได้รวบรวมพระเถระผู้ทำกิจเสร็จแล้ว หาอาสวะมิได้ มีจำนวน ๑๒๐ รูป ไว้ในเอกนิบาต. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา