๙. คูถขาทิกเปตวัตถุ ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๙. คูถขาทิกเปตวัตถุที่ ๒ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตกินคูถที่ ๒ พระมหาโมคคัลลานเถระได้ถามเปรตตนหนึ่งว่า
|๑๒๙.๖๘๒| ๙ คูถกูปโต อุคฺคนฺตฺวา กา นุ ทิฏฺฐาว ติฏฺฐสิ นิสํสยํ ปาปกมฺมนฺตา กินฺนุ สทฺทยเส ตุวนฺติ ฯ |๑๒๙.๖๘๓| อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ |๑๒๙.๖๘๔| กึ นุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน อิทํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสีติ ฯ |๑๒๙.๖๘๕| อหุ อาวาสิโก มยฺหํ อิสฺสุกี กุลมจฺฉรี อชฺโฌสิโต มยฺหํ ฆเร กทริโย ปริภาสโก ฯ |๑๒๙.๖๘๖| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา ภิกฺขโว ปริภาสิสฺสํ ตสฺส กมฺมวิปาเกน เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ |๑๒๙.๖๘๗| อมิตฺโต มิตฺตวณฺเณน โย เต อาสิ กุลูปโก กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ กินฺนุ เปจฺจ คตึ คโตติ ฯ |๑๒๙.๖๘๘| ตสฺเสวาหํ ปาปกมฺมสฺส สีเส ติฏฺฐามิ มตฺถเก โส จ ปรวิสยํ ปตฺโต มเมว ปริวารโก ฯ |๑๒๙.๖๘๙| ยํ ภทนฺเตหนนฺตญฺเญ เอตํ เม โหตุ โภชนํ อหญฺจ โข ยํหนามิ เอตํ โส อุปชีวตีติ ฯ คูถขาทกเปตวตฺถุ นวมํ ฯ
ท่านเป็นใครหนอ โผล่ขึ้นมาจากหลุมคูถให้เราเห็นเช่นนี้ ท่านมาร้อง ครวญครางอื้ออึงไปทำไมเล่า ท่านมีกรรมอันลามกเป็นแน่? นางเปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นนางเปรตได้เสวยทุกข์ เกิดในยมโลก เพราะ ได้กรรมชั่วไว้ จึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก. (เหมือนข้อ ๑๒๘) จบ คูถขาทิกเปตวัตถุที่ ๙.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๙. คูถขาทกเปติวัตถุ ๙. คูถขาทกเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตกินคูถ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)
เธอเป็นใครหนอ โผล่ขึ้นจากหลุมคูถ ยืนเศร้าสร้อยอยู่ เธอคงทำกรรมชั่วไว้โดยไม่ต้องสงสัย จะร้องครวญครางอื้ออึงไปทำไมเล่า (นางเปรตนั้นตอบว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
เธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร เธอจึงได้รับทุกข์เช่นนี้ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ได้มีภิกษุรูปหนึ่งอยู่ประจำในวัดของดิฉัน มักริษยา ตระหนี่ตระกูล ผูกขาดในเรือนของดิฉัน มีใจกระด้าง มักด่าว่า(ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลาย)
ดิฉันเชื่อคำของท่าน ได้ด่าว่าภิกษุทั้งหลาย เพราะผลกรรมนั้นดิฉันจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
ภิกษุผู้คุ้นเคยกับตระกูลของเธอไม่ใช่มิตรแท้ เป็นมิตรเทียม มีปัญญาทราม มรณภาพแล้วไปสู่คติไหนหนอ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๙๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๑๐. คณเปตวัตถุ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ดิฉันยืนอยู่บนกระหม่อมศีรษะของเปรต ซึ่งเคยเป็นภิกษุผู้ทำกรรมชั่วนั้นแหละ และภิกษุนั้นไปเกิดเป็นเปรตผู้ปรนนิบัติของดิฉันเอง
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ชนเหล่าอื่นถ่ายสิ่งใดลงไป สิ่งนั้นเป็นอาหารของดิฉัน และดิฉันเองถ่ายสิ่งใดลงไป เปรตซึ่งเคยเป็นภิกษุนั้นก็อาศัยสิ่งนั้นเลี้ยงชีพคูถขาทกเปติวัตถุที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยคูถขาทกเปติวัตถุที่ ๙
เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภนางเปรตผู้กินคูถตนหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่า คูถกูปโต อุคฺคนฺตฺวา ดังนี้.
เรื่องของนางเปรตนั้นเช่นกับเรื่องที่ติดต่อกันนั้น.
ในเรื่องนั้นมาโดยอำนาจอุบาสกว่า อุบาสกได้สร้างวิหาร แต่ในเรื่องนี้มีความแปลกกันเท่านี้ว่า อุบาสิกาได้สร้างวิหาร.
คำที่เหลือในท้องเรื่องและในคาถาไม่เคยมี.
จบอรรถกถาทุติยคูถขาทกเปติวัตถุที่ ๙ -----------------------------------------------------