๖. โสณทินนาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. โสณทินนาวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในโสณทินนาวิมาน
|๒๓.๒๑๗| ๖ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๒๓.๒๑๘| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๒๓.๒๑๙| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๒๓.๒๒๐| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๒๓.๒๒๑| โสณทินฺนาติ มํ อญฺญึสุ นาลนฺทายํ อุปาสิกา สทฺธาสีเลน สมฺปนฺนา สํวิภาครตา สทา |๒๓.๒๒๒| อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปิยํ อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๒๓.๒๒๓| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ |๒๓.๒๒๔| อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเล สุสํวุตา ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา |๒๓.๒๒๕| ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจาน โกวิทา อุปาสิกา จกฺขุมโต โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๒๓.๒๒๖| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ โสณทินฺนาวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้สอบถามนางเทพธิดาตนหนึ่งด้วยคาถา ความว่า ดูกรแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึง มีผิวพรรณงามเช่นนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน แน่ะ แม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อท่านยังเป็นมนุษย์ ได้กระทำบุญสิ่งใดไว้ และเพราะบุญกรรมอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง ถึงเพียงนี้ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ? นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ดิฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ใน พระนครนาลันทา ชนชาวนาลันทานครรู้จักดิฉันว่า โสณทินนาเป็น ผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธาและศีล ยินดีแล้วในทานบริจาคเสมอ ได้ถวายผ้า นุ่งห่ม ภัตตาหาร เสนาสนะ และประทีปพร้อมด้วยเชื้อ ในพระอริยเจ้า ผู้มีจิตเที่ยงธรรมเป็นอันมาก ด้วยจิตอันผ่องใส ดิฉันได้เข้ารักษา อุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ทุกวัน ๑๔-๑๕ ค่ำ และ วัน ๘ ค่ำ แห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ด้วย เป็นผู้สำรวมด้วย ดีในองค์ศีลทุกเมื่อ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต เว้นห่างไกลจาก อทินนาทาน และการประพฤติผิดในกาม สำรวมจากมุสาวาท และจาก การดื่มน้ำเมา ดิฉันเป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดมผู้มีพระจักษุ และ พระเกียรติยศ เป็นผู้ยินดีในสิกขาบททั้ง ๕ มีปัญญาเฉลียวฉลาดใน อริยสัจ ดิฉันจึงมีรัศมีงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญนั้น. จบ โสณทินนาวิมานที่ ๖.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๖. โสณทินนาวิมาน ๖. โสณทินนาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางโสณทินนาอุบาสิกา (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาเหล่านี้ว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก
เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร เธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ชาวเมืองนาลันทา รู้จักดิฉันในนามว่า โสณทินนา ดิฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในเมืองนาลันทา เป็นผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีแจกจ่ายทานทุกเมื่อ
ดิฉันมีใจเลื่อมใสในพระอริยเจ้าผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายเครื่องนุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะและเครื่องตามประทีป
ดิฉันเข้าจำอุโบสถศีล ซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์
ดิฉันสำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพจึงได้ครอบครองวิมานนี้ @เชิงอรรถ : @ เมืองนาลันทา เป็นเมืองเล็กๆ ขึ้นกับกรุงราชคฤห์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๗. อุโปสถาวิมาน
ดิฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นไกลจากการลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และการดื่มน้ำเมา
ดิฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า โคดม ผู้มีพระจักษุ มีพระยศ [๒๒๗-๒๒๘] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้โสณทินนาวิมานที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโสณทินนาวิมาน
โสณทินนาวิมาน มีคาถาว่า อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ดังนี้เป็นต้น.
โสณทินนาวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน กรุงสาวัตถี.
ก็สมัยนั้น อุบาสิกาคนหนึ่งชื่อโสณทินนา ในเมืองนาลันทามีศรัทธาเลื่อมใส บำรุงภิกษุทั้งหลายด้วยปัจจัย ๔ โดยเคารพ มีนิจศีลอันบริสุทธิ์ดีเข้ารักษาแม้อุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ. นางโสณทินนานั้นได้ความสบายในการฟังธรรม เมื่อเพิ่มพูนกัมมัฏฐานในสัจจะ ๔ ก็ได้เป็นโสดาบัน เพราะถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย. ต่อมา นางเป็นโรคชนิดหนึ่งแล้วก็ตายไปเกิดในชั้นดาวดึงส์.
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระได้สอบถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาสามคาถาเหล่านี้ว่า
ดูก่อนเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทุกทิศ เหมือนดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร อิฐผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคสมบัติทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพธิดา ผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ และเพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้วดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ชนชาวเมืองนาลันทา รู้จักดีฉันว่าโสณทินนา
ดีฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในเมืองนาลันทา เป็นผู้สมบูรณ์
ด้วยศรัทธาและศีลยินดีแล้ว ในทานบริจาคเสมอ มีจิต
ผ่องใส ได้ถวายผ้านุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะและเครื่อง
ประทีปเครื่องอุปกรณ์ ในพระอริยะผู้ปฏิบัติตรง
ดีฉันได้เข้ารักษาอุโบสถศีล อันประกอบด้วย
องค์ ๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและวัน ๘ ค่ำ
แห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สำรวมด้วยดี
ในศีลทุกเมื่อ. เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต เว้นห่าง
ไกลจากอทินนาทาน จากการประพฤติผิดในกาม
สำรวมจากมุสาวาท และจากการดื่มน้ำเมา
ดีฉันเป็นผู้ยินดีในสิกขาบททั้ง ๕ มีปัญญา
เฉลียวฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระโคดมผู้มี
พระจักษุ และพระเกียรติยศ เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมี
วรรณะเช่นนี้อิฐผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคสมบัติ
ทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดขึ้นแก่ดีฉัน.
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก
แก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ดีฉันได้กระทำบุญใดไว้
เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และ
รัศมีของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
คำนั้นทั้งหมด เหมือนนัยที่กล่าวมาในหนหลัง.
จบอรรถกถาโสณทินนาวิมาน -----------------------------------------------------