๑๐. อุตตรวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. อุตตรวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุตตรวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
|๗๔.๘๓๖| ๑๐ ยา เทวราชสฺส สภา สุธมฺมา ยตฺถจฺฉสิ เทวสงฺโฆ สมคฺโค ตถูปมํ ตุยฺหมิทํ วิมานํ โอภาสยํ ติฏฺฐติ อนฺตลิกฺเข |๗๔.๘๓๗| เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาโว วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๗๔.๘๓๘| โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๗๔.๘๓๙| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต รญฺโญ ปายาสิสฺส อโหสิ มาณโว ลทฺธา ธนํ สํวิภาคํ อกาสึ ปิยา จ เม สีลวนฺโต อเหสุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ |๗๔.๘๔๐| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ อุตฺตรวิมานํ ทสมํ ฯ อุทฺทานํ เทฺว อคาริโน ผลทายี เทฺว อุปสฺสยทายี ภิกฺขาย ทายี ยวปาลโก เจว เทฺว กุณฺฑลิโน ปายาสีติ ฯ วคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ ---------------
สุธรรมสภาของท้าวสักกเทวราช เป็นที่นั่งประชุมของหมู่ทวยเทพ ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น ส่องแสงสว่างไสว ลอยอยู่ในอากาศ ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพอันรุ่งเรืองและมีรัศมีสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร? เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่ มนุษย์ เป็นมาณพรับใช้สอยของพระเจ้าปายาสิ ได้ทรัพย์มาแล้ว ได้ กระทำการแจกจ่าย อนึ่ง ท่านผู้มีศีลทั้งหลาย เป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอันไพบูลย์ โดยความ เคารพ ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่าง ไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญนั้น. จบ อุตตรวิมานที่ ๑๐ รวมวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อาคาริยวิมานที่ ๑ ๒. อาคาริยวิมานที่ ๒ ๓. ผลทายกวิมาน ๔. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๑ ๕. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๒ ๖. ภิกขาทายกวิมาน ๗. ยวปาลกวิมาน ๘. กุณฑลีวิมานที่ ๑ ๙. กุณฑลีวิมานที่ ๒ ๑๐. อุตตรวิมาน. จบ วรรคที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ปายาสิวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้เป็นคนรับใช้เจ้าปายาสิ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)
วิมานของท่านนี้เปรียบเสมือนสุธัมมสภาของท้าวสักกเทวราช อันเป็นสภาที่หมู่เทพนั่งประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ส่องแสงสว่างไสวอยู่ในอากาศ
ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นชายหนุ่มรับใช้ของเจ้าปายาสิ ได้ทรัพย์มาแล้วก็ทำการแจกจ่าย อนึ่ง ท่านผู้มีศีลทั้งหลายเป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๓๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๑. จิตตลตาวิมาน [๑๑๑๒-๑๑๑๓] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ ปายาสิวิมานที่ ๑๐ จบ ปายาสิกวรรคที่ ๖ จบ รวมเรื่องวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปฐมอคาริยวิมาน ๒. ทุติยอคาริยวิมาน ๓. ผลทายกวิมาน ๔. ปฐมอุปัสสยทายกวิมาน ๕. ทุติยอุปัสสยทายกวิมาน ๖. ภิกขาทายกวิมาน ๗. ยวปาลกวิมาน ๘. ปฐมกุณฑลีวิมาน ๙. ทุติยกุณฑลีวิมาน ๑๐. ปายาสิวิมาน จะกล่าวปุริสวิมานวรรคที่ ๒ ดังนี้
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุตตรวิมาน
อุตตรวิมาน มีคาถาว่า ยา เทวราชสฺส สภา สุธมฺมา เป็นต้น.
อุตตรวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพาน แจกพระธาตุกันแล้ว พระสถูปทั้งหลายถูกสถาปนาไว้ในนครนั้นๆ. ครั้นพระมหาเถระมีพระมหากัสสปะเป็นประมุข คัดเลือกพระเถระอรหันต์เพื่อสังคายนาพระธรรมวินัยแล้ว และเมื่อพระเถระอื่นๆ กับบริษัทของตนๆ อยู่ในที่นั้นๆ จนเข้าพรรษา.
ท่านพระกุมารกัสสปะพร้อมกับภิกษุ ๕๐๐ รูปถึงเสตัพยนคร อยู่ ณ สีสปาวัน.
ครั้งนั้น พระยาปายาสิ [เจ้าเมืองเสตัพยะ] ฟังว่า พระเถระอยู่ในที่นั้นมีหมู่ชนเป็นอันมากแวดล้อมแล้ว เข้าไปหาพระเถระทำปฏิสันถารกันแล้วก็นั่งลง ประกาศทิฏฐิของตน.
พระเถระเมื่อประกาศว่า ปรโลก [โลกอื่น] มีด้วยอุทาหรณ์มีพระจันทร์และพระอาทิตย์เป็นต้น ก็แสดงปายาสิสูตร อันวิจิตรด้วยนัยต่างๆ ประดับด้วยเหตุและอุปมามากอย่าง เปลื้องปมทิฏฐิ ทำพระยาปายาสินั้นให้ดำรงอยู่ในทิฏฐิสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความเห็นชอบ.
พระยาปายาสินั้นมีทิฏฐิความเห็นหมดจดแล้ว เมื่อให้ทานแก่สมณพราหมณ์คนยากไร้คนเดินทางไกลเป็นต้น ก็ให้แต่ของปอนๆ คือข้าวปลายเกรียนกับน้ำส้มพะอูม พอแก้หิว และผ้าเนื้อหยาบ เพราะตนมีอัธยาศัยไม่โอฬาร [คือใจแคบ] ดังนั้น จึงให้ทานโดยไม่เคารพ ครั้นแตกกายทำลายขันธ์ ก็เข้าถึงหมู่เทพชั้นต่ำ คือเป็นสหายของเหล่าเทพชั้นจาตุมหาราช [ต่ำสุดในสวรรค์ ๖ ชั้น].
ส่วนมาณพชื่ออุตตระ ผู้จัดการในกิจใหญ่กิจน้อยของพระยาปายาสินั้น ได้เป็นผู้ขวนขวายในทาน เขาให้ทานโดยเคารพ ก็เข้าถึงหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ วิมาน ๑๒ โยชน์ก็บังเกิดแก่เขา.
อุตตรเทพบุตร เมื่อจะประกาศความกตัญญู จึงเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะพร้อมทั้งวิมาน ลงจากวิมานแล้ว ไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ยืนประคองอัญชลีอยู่.
พระเถระจึงสอบถามอุตตรเทพบุตรนั้น ด้วยคาถาหลายคาถาว่า
วิมานนี้ของท่านตั้งอยู่ในอากาศ ส่องรัศมีเปรียบด้วยสภาของท้าวสักกเทวราช ชื่อสุธรรมา มีหมู่เทพนั่งอยู่กันพร้อมเพรียง.
ท่านบรรลุเทวฤทธิ์แล้วมีอานุภาพมาก ฯลฯ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ข้าพเจ้าได้เป็นมาณพรับใช้ของพระยาปายาสิ ได้ทรัพย์มาแล้วก็เอามาจัดแจกเป็นทาน ภิกษุทั้งหลายที่มีศีลเป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาคข้าวน้ำก็ได้ถวายทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.
เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า ฯลฯ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพบุตรแม้นั้น ได้พยากรณ์ด้วยคาถาเหล่านี้แล.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เทวราชสฺส ได้แก่ ท้าวสักกะ.
บทว่า สภา สุธมฺมา ได้แก่ สัณฐาคาร ห้องประชุมมีชื่ออย่างนี้.
บทว่า ยตฺถ แปลว่า ในสภาใด.
บทว่า อจฺฉติ แปลว่า นั่ง.
บทว่า เทวสงฺโฆ ได้แก่ หมู่เทพชั้นดาวดึงส์.
บทว่า สมคฺโค ได้แก่ ไปด้วยกัน คือ ชุมนุมกัน.
บทว่า ปายาสิสฺส อโหสึ มาณโว ได้แก่ ชื่อว่ามาณพ เพราะเป็นคนหนุ่ม เป็นผู้กระทำกิจการใหญ่น้อยของพระยาปายาสิ แต่โดยชื่อ เขาชื่อว่าอุตตระ.
บทว่า สํวิภาคํ อกาสึ ได้แก่ ข้าพเจ้าไม่ใช้ทรัพย์ตามที่ได้ [เป็นส่วนตัว] หากได้ทำการจำแนกแจกจ่ายโดยสละในทานเป็นสำคัญ.
พึงประกอบคำที่เหลือ [ซึ่งควรเพิ่ม] ว่า เมื่อสละข้าวและน้ำ.
อีกอย่างหนึ่ง ได้ถวายเป็นทานอย่างไพบูลย์ ได้ถวายทานอย่างไพบูลย์อย่างไร ถวายทานเช่นไร โดยเคารพ พึงประกอบว่า เมื่อบริจาคข้าวและน้ำ.
จบอรรถกถาอุตตรวิมาน -----------------------------------------------------
จบอรรถกถาปายาสิวรรคที่ ๖ ประดับด้วยเรื่อง ๑๐ เรื่อง ในวิมานวัตถุแห่งปรมัตถทีปนี อรรถกถาขุททกนิกาย ด้วยประการฉะนี้.
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อาคาริยวิมานที่ ๑
๒. อาคาริยวิมานที่ ๒
๓. ผลทายกวิมาน
๔. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๑
๕. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๒
๖. ภิกขาทายกวิมาน
๗. ยวปาลกวิมาน
๘. กุณฑลีวิมานที่ ๑
๙. กุณฑลีวิมานที่ ๒
๑๐. อุตตรวิมาน จบปายาสิกวรรคที่ ๖ -----------------------------------------------------