๓. ปัลลังกวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. ปัลลังกวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปัลลังกวิมาน
|๓๑.๒๙๑| ๓ ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ มณิโสวณฺณจิตฺเต ปุปฺผาภิกิณฺเณ สยเน อุฬาเร ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว อุจฺจาวจา อิทฺธิวิกุพฺพมานา |๓๑.๒๙๒| อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีต ฯ |๓๑.๒๙๓| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา อฑฺเฒ กุเล สุณิสา อโหสึ อกฺโกธนา ภตฺตุ วสานุวตฺตินี อปฺปมตฺตา อุโปสเถ |๓๑.๒๙๔| มนุสฺสภูตา ทหรา อปาปิกา ปสนฺนจิตฺตา ปติมาภิราธยึ ทิวา จ รตฺโต จ มนาปจารินี อหํ ปุเร สีลวตี อโหสึ |๓๑.๒๙๕| ปาณาติปาตา วิรตา อโจริยา สํสุทฺธกายา สุจิพฺรหฺมจารินี อมชฺชปานา จ มุสา อภาณี สิกฺขาปเทสุ ปริปูรการินี |๓๑.๒๙๖| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ ปสนฺนมานสา อหํ |๓๑.๒๙๗| อฏฺฐงฺคุเปตํ อนุธมฺมจารินี อุโปสถํ ปีติมนา อุปาวสึ อิมญฺจ อริยํ อฏฺฐงฺควเรหุเปตํ สมาทยิตฺวา กุสลํ สุขุทฺรยํ ปติมฺหิ กลฺยาณวสานุวตฺตินี อโหสึ ปุพฺเพ สุคตสฺส สาวิกา |๓๑.๒๙๘| เอตาทิสํ กุสลํ ชีวโลเก กมฺมํ กริตฺวาน วิเสสภาคินี กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ เทวิทฺธิปตฺตา สุคติมฺหิ อาคตา |๓๑.๒๙๙| วิมานปาสาทวเร มโนรเม ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน สยมฺปภา เทวคณา รมนฺติ มํ ทีฆายุกึ เทววิมานมาคตนฺติ ฯ ปลฺลงฺกวิมานํ ตติยํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามนางเทพธิดานั้นด้วยคาถาความว่า ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ท่านอยู่บนที่นอนใหญ่เป็นบัลลังก์ อันประเสริฐ อันบุญกรรมตกแต่งให้วิจิตรด้วยแก้วมณีและทองคำ โรย ดอกไม้ไว้เกลื่อนกล่น อนึ่ง รอบๆ ตัวท่าน เหล่านางเทพอัปสรมีร่าง สมทรงแผลฤทธิ์ได้ต่างๆ ฟ้อนรำ ขับร้อง ให้ท่านร่าเริงบันเทิงใจอยู่ เป็นนิจ ท่านเป็นนางเทพธิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพมากครั้ง เมื่อท่าน ยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านเป็นผู้มีอานุภาพอันรุ่งเรืองและ มีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า ดิฉันเมื่อเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นบุตรสะใภ้ในตระกูลอัน มั่งคั่งตระกูลหนึ่ง ดิฉันเป็นผู้ไม่โกรธ เป็นผู้ประพฤติอยู่ใต้บังคับบัญชา ของสามี ไม่ประมาทในวันอุโบสถ เมื่อดิฉันยังเป็นสาวอยู่ เป็นผู้ภักดี ด้วยการไม่ประพฤตินอกใจสามีหนุ่ม ดิฉันเป็นที่โปรดปรานของสามี เป็นอย่างยิ่ง ก็เพราะดิฉันมีน้ำใจผ่องใส ดิฉันได้ประพฤติตนให้เป็นที่ ชื่นชอบใจของสามีทั้งกลางวันและกลางคืน ชาติก่อนดิฉันเป็นผู้มีศีล เป็นผู้บำเพ็ญในสิกขาบททั้งหลายอย่างครบถ้วน คือ เว้นขาดจากการ ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ มีการงานทางกายบริสุทธิ์ ประพฤติพรหมจรรย์ อย่างสะอาดไม่กล่าวคำเท็จ และเว้นขาดจากดื่มน้ำเมา ดิฉันมีใจเลื่อมใส ประพฤติตามธรรม ปลาบปลื้มใจ เข้ารักษาอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอด ปาฏิหาริยปักษ์ ครั้นดิฉันสมาทานกุศลธรรมอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอย่างประเสริฐ เป็นอริยะ มีความสุขเป็นกำไร เช่นนี้แล้ว ชาติก่อนดิฉันได้เป็นสาวิกของพระสุคตเจ้า ได้เป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ของสามีเป็นอันดี ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมเช่นนี้ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ใน มนุษยโลก เป็นผู้มีส่วนแห่งภพอันวิเศษ พอสิ้นชีพลงแล้ว ดิฉัน จึงถึงความเป็นนางเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ ในอภิสัมปรายภพ มาสู่สวรรค์ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางเทพอัปสรในวิมานมีปราสาทอย่างประเสริฐ น่า รื่นรมย์ คณะเทพเจ้าและเหล่านางเทพธิดาทั้งหลาย ซึ่งมีรัศมีซ่านออก จากกายตน พากันมาชื่นชมยินดีกับดิฉันผู้มีอายุยืน มาสู่เทพวิมาน. จบ ปัลลังกวิมานที่ ๓.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ปัลลังกวิมาน ว่าด้วยวิมานที่มีบัลลังก์สวยงามเกิดแก่หญิงผู้ประพฤติธรรม (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาว่า)
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เธอแสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้หลายรูปแบบ อยู่บนบัลลังก์วิมานอันเลอเลิศ น่านอน โอ่โถง วิจิตรด้วยแก้วมณีและทองคำ เรี่ยรายด้วยดอกไม้
อนึ่ง รอบข้างเธอมีเทพอัปสรเหล่านี้ฟ้อนรำขับร้องให้บันเทิงใจ อยู่เสมอ เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญอะไรไว้ จึงได้สำเร็จเป็นเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ เพราะบุญอะไร เธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เทพธิดาตอบว่า)
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นลูกสะใภ้ในตระกูลที่มั่งคั่งตระกูลหนึ่ง มีนิสัยไม่มักโกรธ ปฏิบัติตามคำสั่งของสามีเสมอ ไม่ประมาทในการรักษาอุโบสถศีล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๓. ปัลลังกวิมาน
เมื่อดิฉันเป็นมนุษย์ยังสาวอยู่ ไม่ประพฤติใฝ่ต่ำ มีใจดี ทำตัวให้สามีโปรดปราน ชาติก่อนดิฉันมีความประพฤติเป็นที่น่าพอใจ ทั้งวันและคืน เป็นคนมีศีล
ได้บำเพ็ญสิกขาบททั้งหลายอย่างครบถ้วน คืองดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ มีการงานทางกายบริสุทธิ์ ประพฤติพรหมจรรย์ได้บริสุทธิ์ สะอาด ไม่กล่าวเท็จ และไม่ดื่มน้ำเมา
มีใจเลื่อมใส ประพฤติตามธรรม ปลาบปลื้มใจ เข้าจำอุโบสถศีลซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์
ครั้นสมาทานกุศลธรรมอันประเสริฐ ที่ประกอบด้วยองค์ ๘ อันสูงสุด มีสุขเป็นอานิสงส์เช่นนี้แล้ว ดิฉันเป็นคนดี ปฏิบัติตามคำสั่งของสามีเสมอ เป็นสาวิกาของพระสุคตมาก่อน
ครั้นทำกุศลกรรมเช่นนี้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ตายแล้วมาสู่สวรรค์ มีส่วนได้เสวยทิพยสมบัติอันวิเศษ จึงได้สำเร็จเป็นเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ในอภิสัมปรายภพ
ดิฉันมีหมู่เทพอัปสรห้อมล้อม มีรัศมีในตัวเอง บันเทิงใจอยู่ในวิมานปราสาทที่ยอดเยี่ยมน่ารื่นรมย์ใจ หมู่เทพและเทพธิดาพากันมาชื่นชมดิฉัน ผู้มีอายุยืนซึ่งมายังเทพวิมานนี้ ปัลลังกวิมานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัลลังกวิมาน
ปัลลังกวิมาน มีคาถาว่า ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ มณิโสวณฺณจิตฺเต ดังนี้เป็นต้น.
ปัลลังกวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้กรุงสาวัตถี.
ก็สมัยนั้น ธิดาของอุบาสิกาคนหนึ่งในกรุงสาวัตถี มารดาบิดายกให้กุลบุตรคนหนึ่งในกรุงสาวัตถีนั้นเอง เสมอกันทางตระกูลและประเทศเป็นต้น.
ธิดานั้นเป็นหญิงไม่โกรธ ถึงพร้อมด้วยศีลและมารยาท นับถือสามีดุจเทวดา สมาทานศีล ๕ และในวันอุโบสถรักษาศีลอุโบสถโดยเคร่งครัด.
ต่อมา นางถึงแก่กรรมเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระไปเหมือนอย่างที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง ถามเทพธิดานั้นว่า
ดูก่อนเทวีผู้มีอานุภาพมาก ท่านแผลงฤทธิ์ได้ต่างๆ อยู่บนที่นอนอันโอฬาร เป็นบัลลังก์ประเสริฐ วิจิตรด้วยแก้วมณีและทองคำ ลาดด้วยดอกไม้. นางอัปสรเหล่านี้ฟ้อนรำขับร้อง ให้ความบันเทิงแก่ท่านโดยรอบ.
เทวีผู้มีอานุภาพมาก ท่านเป็นผู้สำเร็จฤทธิ์ เมื่อเป็นมนุษย์ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ ผิวพรรณของท่านสว่างไปทั่วทิศด้วยธรรมอะไร ดังนี้.
แม้เทพธิดานั้นก็ได้ตอบด้วยคาถาทั้งหลายเหล่านี้ว่า
ดีฉันเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นสะใภ้
ในตระกูลมั่งคั่ง. ดีฉันไม่โกรธ อยู่ในอำนาจของสามี
ในวันอุโบสถก็มิได้ประมาท. ดีฉันเป็นมนุษย์วัยสาว
มิได้เหลวไหล มีจิตเลื่อมใสให้สามีโปรดปรานเป็น
ที่ยิ่ง เมื่อก่อนดีฉันได้เป็นหญิงมีศีล มีความประพฤติ
เป็นที่พอใจ.
ดีฉันเว้นฆ่าสัตว์ เว้นลักทรัพย์ มีกายบริสุทธิ์
เป็นพรหมจารินีที่สะอาด ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่พูดเท็จ
ทำให้บริบูรณ์ในสิกขาบททั้งหลาย.
ดีฉันมีใจเลื่อมใส ประพฤติตามธรรม มีใจ
ปลาบปลื้ม เข้ารักษาอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘
ประการ ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและวัน ๘ ค่ำแห่ง
ปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ ครั้นดีฉันสมาทาน
กุศลอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นอริยะนี้ มีความสุข
เป็นกำไรแล้ว ชาติก่อนดีฉันได้เป็นสาวิกาของพระ
สุคต ได้อยู่ในอำนาจของสามีเป็นอย่างดี ครั้นดีฉัน
ทำกุศลกรรมเช่นนี้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นผู้มี
ส่วนแห่งภพอันวิเศษ เมื่อถึงแก่กรรมลง ดีฉันได้เป็น
เทพธิดาผู้มีฤทธิ์ ในอภิสัมปรายภพ มาสู่สวรรค์
หมู่เทพซึ่งมีรัศมีซ่านออกจากกายตน ห้อมล้อมด้วย
หมู่นางอัปสร ในวิมานมีปราสาทอันประเสริฐ น่ารื่น
รมย์ พากันชื่นชมดีฉันผู้มีอายุยืนมาสู่เทพวิมาน.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ ได้แก่ บัลลังก์อันประเสริฐ คือบัลลังก์อันสูงสุด เพื่อแสดงความที่ที่นอนนั้นประเสริฐที่สุดจึงกล่าวว่า มณิโสวณฺณจิตฺเต วิจิตรด้วยแก้วมณีและทองคำ.
บนที่นอนเป็นบัลลังก์อันประเสริฐที่ท่านกล่าวว่า ตตฺถ ในที่นั้น และ สยเน บนที่นอนอันวิจิตรด้วยแก้วมณีรุ่งเรืองด้วยตาข่ายรัศมีแก้วหลายอย่าง. ชื่อว่าบัลลังก์ประเสริฐที่สุดเป็นที่ที่ควรนอน.
บทว่า เต คือ โดยรอบตัวท่าน. ควรเปลี่ยนวิภัตติเป็น ตํ เพราะเพ่งถึงบทว่า ปโมทยนฺติ.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปโมทยนฺติ ได้แก่ ทำความบันเทิง. อธิบายว่า ยังความบันเทิงให้เกิดแก่ท่าน.
บทว่า ทหรา อปาปิกา ได้แก่ แม้เป็นสาวก็ไม่เป็นคนเหลวไหล.
ปาฐะว่า ทหรา สุปาปิกา ดังนี้บ้าง. ความอย่างเดียวกัน คือไม่นอกใจในสามีหนุ่ม. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ทหรสฺสา ปาปิกา ดังนี้บ้าง ได้แก่ ไม่นอกใจสามีหนุ่ม.
อธิบายว่า เป็นหญิงดีด้วยการปรนนิบัติโดยเคารพและด้วยการไม่ประพฤตินอกใจ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปสนฺนจิตฺตา มีจิตเลื่อมใสแล้ว.
บทว่า อภิราธยึ คือ ให้ยินดี.
บทว่า รตฺโต คือ ในกลางคืน.
บทว่า อโจริกา คือ เว้นจากการลักทรัพย์. อธิบายว่า เว้นจากการถือเอาของที่เขาไม่ให้.
ปาฐะว่า วิรตา จ โจริยา ดังนี้บ้าง. อธิบายว่า เว้นจากความเป็นขโมย.
บทว่า สํสุทฺธกายา ได้แก่ มีกายบริสุทธิ์ด้วยดี เพราะทำการงานทางกายบริสุทธิ์. จากนั้นเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์อย่างสะอาด เพราะไม่ประพฤติพรหมจรรย์ในผู้อื่นนอกจากสามี.
สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า
พวกเราไม่นอกใจภรรยา แม้ภรรยาก็ไม่นอกใจพวกเรา
พวกเราประพฤติพรหมจรรย์ ยกเว้นภรรยาเหล่านั้น
เพราะฉะนั้นแล พวกเราจึงไม่ตายตอนยังเป็นหนุ่มสาว ดังนี้.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สุพฺรหฺมจารินี ได้แก่ เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์สะอาด ด้วยสามารถแห่งมรรคพรหมจรรย์ คืออุโบสถศีลอันสะอาดบริสุทธิ์ประเสริฐ ประเสริฐที่สุด หรือพรหมจรรย์อันเป็นส่วนเบื้องต้นตามสมควร.
บทว่า อนุธมฺมจารินี ได้แก่ มีปกติประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมของพระอริยะทั้งหลาย.
โยชนาแก้ไว้ว่า ข้าพเจ้าเข้ารักษาอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ อันประเสริฐเป็นอริยะ เพราะไม่มีโทษดังที่ท่านกล่าวแล้วตามลำดับนี้หรือเพราะเป็นอริยะด้วยองค์ ๘ อันประเสริฐเป็นอริยะดังที่กล่าวแล้ว ชื่อว่าเป็นกุศลธรรม เพราะอรรถว่าไม่เศร้าหมองและเพราะอรรถว่าไม่มีโทษ ชื่อว่ามีสุขเป็นกำไร เพราะมีสุขเป็นวิบาก และเพราะมีสุขเป็นอานิสงส์.
บทว่า วิเสสภาคินี ได้แก่ เป็นผู้มีส่วนแห่งสมบัติภพอันวิเศษ คือเป็นทิพย์.
บทว่า สุคติมฺหิ อาคตา ได้แก่ มาคือเข้าถึงสวรรค์ หรือมาในสุคติสวรรค์ คือทิพยสมบัติ.
ปาฐะว่า สุคตึ หิ อาคตา มาสู่สวรรค์ดังนี้บ้าง.
บทว่า หิ ในบทนั้นเป็นเพียงนิบาต หรือมีความเป็นเหตุ.
โยชนาแก้ว่า เพราะมาสู่สุคติ ฉะนั้น จึงเป็นผู้มีส่วนแห่งภพวิเศษ.
บทว่า วิมานปาสาทวเร ได้แก่ ในปราสาทอันสูงสุดในวิมานทั้งหลาย หรือในปราสาทอันเลิศกล่าวคือวิมาน หรือดีฉัน อันหมู่นาง อัปสรแวดล้อมแล้วในวิมาน อันเป็นปราสาทประเสริฐใหญ่หาประมาณมิได้ คำนวณไม่ได้ มีรัศมีซ่านออกจากกายตนเองบันเทิงอยู่.
อีกอย่างหนึ่ง ควรนำบทว่า อมฺหิ มาประกอบด้วย.
บทว่า ทีฆายุกึ โยชนาแก้ว่า หมู่เทพพากันยินดีกับข้าพเจ้าผู้มีอายุยืน เพราะมีอายุยืนกว่าพวกเทพชั้นต่ำ และเพราะมีอายุไม่น้อยกว่าพวกเทพที่เกิดในวิมานนั้น ผู้มาคือเข้าถึงเทพวิมานตามที่กล่าวแล้ว.
บทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาปัลลังกวิมาน -----------------------------------------------------