อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๗

๒. สูกรเปตวัตถุ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 3 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. สูกรเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตปากหมู ท่านพระนารทะถามเปรตตนหนึ่งว่า

ข้อ ๘๗

|๘๗.๔| ๒ กาโย เต สพฺพโส วณฺโณ สพฺพา โอภาสเต ทิสา มุขํ เต สูกรสฺเสว กึ กมฺมมกรา ปุเรติ ฯ |๘๗.๕| กาเยน สญฺญโต อาสึ วาจายาสึ อสญฺญโต เตน เมตาทิโส วณฺโณ ยถา ปสฺสสิ นารท |๘๗.๖| ตนฺตฺยาหํ นารท พฺรูมิ สามํ ทิฏฺฐมิทนฺตยา มากาสิ มุขสา ปาปํ มา โข สูกรมุโข อหูติ ฯ สูกรเปตวตฺถุ ทุติยํ ฯ

กายของท่านมีสีเหมือนทองคำทั่วทั้งกาย รัศมีกายของท่านสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ แต่ปากของท่านเหมือนปากสุกร เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรม อะไรไว้? เปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่พระนารทะ เมื่อก่อนข้าพเจ้าได้สำรวมกาย แต่ไม่ได้สำรวมวาจา เพราะเหตุนั้นรัศมีกายของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นกับที่ท่านเห็นอยู่นั้น เพราะ เหตุนั้น ข้าพเจ้าขอกล่าวกะท่าน สรีระของข้าพเจ้าท่านเห็นเองแล้ว ขอ ท่านอย่าทำบาปด้วยปาก อย่าให้ปากสุกรเกิดมีแก่ท่าน. จบ สูกรเปตวัตถุ.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๑. อุรควรรค] ๓. ปูติมุขเปตวัตถุ ๒. สูกรมุขเปตวัตถุ เรื่องเปรตปากหมู (ท่านพระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า)

ข้อ

ทั่วทั้งกายของท่านมีสีเหมือนทองคำ เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ แต่ปากของท่านเหมือนปากสุกร เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ (เปรตนั้นตอบว่า)

ข้อ

ท่านพระนารทะ เมื่อก่อนข้าพเจ้าได้สำรวมกาย แต่ไม่ได้สำรวมวาจา เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงมีรูปร่างและผิวพรรณ ตามที่ท่านเห็นอยู่นั้น

ข้อ

ท่านนารทะ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอบอกท่าน สรีระของข้าพเจ้านี้ท่านเห็นเองแล้ว ท่านอย่าได้ทำบาปด้วยปาก ท่านอย่าได้มีปากเหมือนสุกรเลยสูกรเปตวัตถุที่ ๒ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสูกรเปตวัตถุที่ ๒

เมื่อพระศาสดาทรงอาศัยกรุงราชคฤห์ ประทับอยู่ในพระเวฬุวัน กลันทกนิวาปวิหาร ทรงปรารภเปรตผู้มีหน้าเหมือนสุกรตนหนึ่ง จึงตรัสคำเริ่มต้นว่า กาโย เต สพฺพโส วณฺโณ ดังนี้.

ได้ยินว่า ในอดีตกาล ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ ได้มีภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้สำรวมทางกาย แต่ไม่สำรวมทางวาจา ด่าปริภาษภิกษุทั้งหลาย มรณภาพแล้วไปบังเกิดในนรก ไหม้ในนรกนั้นสิ้นพุทธันดรหนึ่ง จุติจากนรกนั้นแล้ว ในพุทธุปบาทกาลนี้บังเกิดเป็นเปรต ถูกความหิวกระหายครอบงำ ด้วยเศษวิบากของกรรมนั้นนั่นแล ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์.

ร่างของเปรตนั้นได้มีสีเหมือนทองคำ แต่หน้าของเปรตนั้น เหมือนหน้าสุกร.

ลำดับนั้น ท่านพระนารทะอยู่ที่เขาคิชฌกูฏ ชำระร่างกายแต่เช้าตรู่ ถือบาตรและจีวร กำลังเที่ยวบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ พบเปรตนั้นในระหว่างทาง เมื่อจะถามถึงกรรมที่เปรตนั้นทำ จึงกล่าวคาถาว่า

กายของท่านล้วนมีสีดุจทองคำ รัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทุกทิศ แต่หน้าของท่านเหมือนหน้าสุกร เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมอะไรไว้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาโย เต สพฺพโส วณฺโณ ความว่า กายคือร่างของท่านล้วนมีสีดุจทองคำ คือคล้ายทองคำที่สุกปลั่ง.

บทว่า สพฺพา โอภาสเต ทิสา ความว่า รัศมีกายของเขาสว่างไสวโชติช่วง ไปโดยรอบทั่วทุกทิศ.

อีกอย่างหนึ่ง ในคำว่า บทว่า โอภาสเต นี้มีเหตุเป็นเครื่องหยั่งลงในภายในเป็นอรรถ พึงเห็นความว่า กายของท่านล้วนมีสีดุจทองคำ สว่างไสว โชติช่วงไปทั่วทุกทิศ.

บทว่า มุขํ เต สูกรสุเสว ได้แก่ ก็หน้าของท่านเหมือนสุกร, อธิบายว่า หน้าของท่านเสมือนหน้าสุกร.

ด้วยบทว่า กึ กมฺมมกรี ปุเร ความว่า ท่านพระนารทะถามว่า เมื่อก่อนคือในอดีตชาติ ท่านได้ทำกรรมเช่นไรไว้.

เปรตนั้นถูกพระเถระถามถึงกรรมที่ตนทำอย่างนี้ เมื่อจะตอบด้วยคาถาจึงกล่าวว่า :-

ข้าแต่ท่านนารทะ เมื่อก่อนข้าพเจ้าได้สำรวมทางกาย แต่ไม่สำรวมทางวาจา เพราะเหตุนั้น รัศมีกายของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นกับที่ท่านเห็นอยู่นั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเยน สญฺญโต อาสึ ความว่า ข้าพเจ้าสำรวมด้วยการสำรวมทางกาย คือได้เป็นผู้สำรวมด้วยดีด้วยการสำรวมทางกายทวาร.

บทว่า วาจายาสิมสญฺญโต ความว่า แต่ข้าพเจ้าไม่ได้สำรวมทางวาจา คือได้เป็นผู้ประกอบด้วยการไม่สำรวมทางวาจา.

บทว่า เตน ได้แก่ เพราะการสำรวมและการไม่สำรวมทั้งสองอย่างนั้น.

บทว่า เม แปลว่า ของข้าพเจ้า.

บทว่า เอตาทิโส วณฺโณ ได้แก่ รัศมีกายของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ คือเป็นเช่นกับที่ท่านเห็นประจักษ์อยู่นั่นแหละท่านนารทะ. มีวาจาประกอบความว่า ข้าพเจ้ามีกาย มีทรวดทรงเหมือนมนุษย์ มีสีดุจทองคำ แต่มีหน้าเหมือนหน้าสุกร.

ก็ วณฺณศัพท์ในคาถานี้ พึงเห็นว่าใช้ในอรรถว่า ผิวพรรณและทรวดทรง.

เปรตถูกพระเถระถามอย่างนี้ ครั้นแก้คำถามนั้นแล้ว เมื่อจะทำความนั้นนั่นแหละให้เป็นเหตุแล้วตักเตือนพระเถระ จึงกล่าวคาถาว่า :-

ข้าแต่ท่านพระนารทะ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่ท่าน สรีระของข้าพเจ้า ท่านเห็นเองแล้ว ขอท่านอย่าได้ทำบาปด้วยปาก อย่าให้หน้าสุกรเกิดมีแก่ท่านเลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตํ แก้เป็น ตสฺมา แปลว่า เพราะเหตุนั้น.

บทว่า ตฺยาหํ ตัดเป็น เต อหํ. เปรตเรียกพระเถระด้วยคำว่า นารทะ.

บทว่า พฺรูมิ แปลว่า ข้าพเจ้าจะบอก.

บทว่า สามํ แปลว่า ข้าพเจ้าเอง.

ด้วยบทว่า อิทํ เปรตกล่าวหมายถึงร่างกายของตน.

ก็ในคำนี้มีอธิบายดังนี้

ข้าแต่ท่านพระนารทะผู้เจริญ เพราะเหตุที่ร่างกายของข้าพเจ้านี้ ตั้งแต่คอลงไปถึงกายท่อนล่างมีทรวดทรงเหมือนมนุษย์กายท่อนบนมีทรวดทรงเหมือนสุกรที่ท่านเห็นประจักษ์อยู่นั่นแหละ. เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจะขอกล่าวเตือนท่าน. เพื่อจะเลี่ยงคำถามว่า เธอกล่าวอย่างไร? เปรตจึงกล่าวว่า ขอท่านอย่าได้ทำบาปด้วยปาก อย่าให้หน้าสุกรเกิดมีแก่ท่านเลย.

บรรดาบทเหล่านั้น ศัพท์ว่า มา เป็นนิบาตใช้ในอรรถปฏิเสธ.

บทว่า มุขสา แปลว่า ด้วยปาก.

ศัพท์ว่า โข ใช้ในอวธารณะ ห้ามเนื้อความอื่น. อธิบายว่า ท่านอย่าได้ทำ คือจงอย่าทำกรรมชั่วทางวาจาเลย.

ด้วยบทว่า มา โข สูกรมุโข อหุ นี้ เปรตปฏิเสธเฉพาะเหตุ แม้โดยมุ่งถึงการปฏิเสธผลว่า หน้าสุกรเหมือนเราอย่าได้มีเลยก็ถ้าว่าท่านเป็นคนปากกล้า พึงทำความชั่วด้วยวาจาไซร้ ท่านก็จะพึงเป็นผู้มีหน้าเหมือนสุกรโดยส่วนเดียวเพราะฉะนั้น ท่านอย่าทำความชั่วด้วยปากเลย.

ลำดับนั้น ท่านพระนารทะเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ กลับจากบิณฑบาตภายหลังอาหาร กราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระศาสดาผู้ประทับนั่งท่ามกลางบริษัท ๔.

พระศาสดาตรัสว่า นารทะเมื่อก่อนแล เราได้เคยเห็นสัตว์นั้นแล้ว เมื่อจะทรงประกาศโทษอันต่ำทรามโดยอาการเป็นอเนกซึ่งอาศัยวจีทุจริตและอานิสงส์อันเกี่ยวด้วยวจีสุจริต จึงทรงแสดงธรรม.

เทศนานั้นได้มีประโยชน์แก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้วแล.

จบอรรถกถาสูกรเปตวัตถุที่ ๒ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา