อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๒๙

๗. สัมภูตเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๒๙พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. สัมภูตเถรคาถา สุภาษิตชี้ลักษณะคนพาลและบัณฑิต

ข้อ ๓๒๙

|๓๒๙.๒๙๑| ๗ โย ทนฺธกาเล ตรติ ตรณีเย จ ทนฺธเย อโยนิโสสํวิธาเนน พาโล ทุกฺขํ นิคจฺฉติ ฯ |๓๒๙.๒๙๒| ตสฺสตฺถา ปริหายนฺติ กาฬปกฺเขว จนฺทิมา อายสกฺยญฺจ ปปฺโปติ มิตฺเตหิ จ วิรุชฺฌติ ฯ |๓๒๙.๒๙๓| โย ทนฺธกาเล ทนฺเธติ ตรณีเย จ ตารเย โยนิโสสํวิธาเนน สุขํ ปปฺโปติ ปณฺฑิโต ฯ |๓๒๙.๒๙๔| ตสฺสตฺถา ปริปูเรนฺติ สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมา ยโส กิตฺติญฺจ ปปฺโปติ มิตฺเตหิ น วิรุชฺฌตีติ ฯ สมฺภูโต เถโร ฯ

ผู้ใดรีบด่วนในเวลาที่ควรช้า และช้าในเวลาที่ควรรีบด่วน ผู้นั้นเป็น พาล ย่อมประสบทุกข์ เพราะไม่จัดแจงโดยอุบายอันชอบ ประโยชน์ ของผู้นั้นย่อมเสื่อมไป เหมือนพระจันทร์ข้างแรม เขาย่อมถึงความ เสื่อมยศ และแตกจากมิตรทั้งหลาย ผู้ใดช้าในเวลาที่ควรช้า รีบด่วน ในเวลาที่ควรรีบด่วน ผู้นั้นเป็นบัณฑิตถึงความสุข เพราะได้จัดแจง โดยอุบายอันชอบ ประโยชน์ของผู้นั้นย่อมบริบูรณ์ เหมือนพระจันทร์ ข้างขึ้น เขาย่อมได้ยศได้เกียรติคุณ และไม่แตกจากมิตรทั้งหลาย.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๔. จตุตกกนิบาต] ๘. ราหุลเถรคาถา ๗. สัมภูตเถรคาถา ภาษิตของพระสัมภูตเถระ ทราบว่า ท่านพระสัมภูตเถระได้กล่าวคาถา ๔ คาถาไว้ดังนี้ว่า

ข้อ ๒๙๑

ผู้ใดรีบในเวลาที่ควรช้า และช้าในเวลาที่ควรรีบ ผู้นั้นเป็นคนเขลา ย่อมประสบทุกข์ เพราะไม่จัดแจงโดยแยบคาย

ข้อ ๒๙๒

ประโยชน์ของเขาย่อมเสื่อมไป เหมือนดวงจันทร์ข้างแรม เขาย่อมได้รับความตำหนิจากวิญญูชน และพลาดจากมิตรทั้งหลาย

ข้อ ๒๙๓

ผู้ใดช้าในเวลาที่ควรช้า และรีบในเวลาที่ควรรีบ ผู้นั้นเป็นบัณฑิตย่อมประสบสุข เพราะจัดแจงโดยอุบายที่แยบคาย

ข้อ ๒๙๔

ประโยชน์ของเขา ย่อมบริบูรณ์ เหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น เขาย่อมได้รับการยกย่องสรรเสริญ และไม่พลาดจากมิตรทั้งหลาย

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสัมภูตเถรคาถาที่ ๗

คาถาของท่านพระสัมภูตเถระ มีคำเริ่มต้นว่า โย ทนฺธกาเล ดังนี้

เรื่องนั้นมีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร?

พระเถระแม้นี้ได้ทำบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าในปางก่อน บำเพ็ญบุญในภพนั้นๆ เมื่อโลกว่างพระพุทธเจ้า บังเกิดในกำเนิดกินนร ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา วันหนึ่งเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง มีจิตเลื่อมใส ไหว้แล้วกระทำอัญชลี ได้กระทำการบูชาด้วยดอกอัญชัน.

ด้วยบุญกรรมนั้น เธอท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ ฟังธรรมในสำนักของพระธรรมภัณฑาคาริกภายหลัง

แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพาน ได้ศรัทธาบวชแล้วกระทำสมณธรรม เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหันต์.

ด้วยเหตุนั้นจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า

ครั้งนั้น เราเป็นกินนร อยู่ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้เห็นพระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี มีความเลื่อมใส โสมนัสเกิดความปราโมทย์ ประนมอัญชลีแล้ว ถือเอาดอกรกฟ้าขาวมาบูชาพระสยัมภู ด้วยกรรมที่เราทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ เราละร่างกินนรแล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.

เราได้เป็นจอมเทพเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๖ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสวยราชสมบัติอันใหญ่ ๑๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้

พืชอันหว่านในเนื้อนาอันดีคือพระสยัมภู ได้สำเร็จผลเป็นอันดีแก่เราแล้ว กุศลของเรามีอยู่ เราบวชเป็นบรรพชิต ทุกวันนี้ เราควรแก่การบูชาในศาสนาของพระศากยบุตร เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว ... ฯลฯ ... พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๐๖

ก็แลท่านครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว อยู่ด้วยสุขอันเกิดแต่วิมุตติ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปี เมื่อภิกษุผู้เป็นบุตรแห่งเจ้าวัชชีชาวกรุงเวสาลี ยกย่องวัตถุ ๑๐ ประการ เมื่อพระขีณาสพ ๕๐๐ รูปผู้อันพระยสกากัณฑกบุตตรเถระกระตุ้นเตือนให้อาจหาญขึ้น ทำลายทิฏฐินั้น ยกย่องพระสัทธรรม กระทำสังคายนาพระธรรมวินัย เพราะความสังเวชในธรรมในการที่ภิกษุชาวเมืองวัชชีบุตรแสดงสัตถุศาสน์นอกธรรมนอกวินัย.

พระเถระเมื่อจะกล่าวคาถาเหล่านี้พยากรณ์พระอรหัตผลว่า :-

ผู้ใดรีบด่วนในเวลาที่ควรช้า แลช้าในเวลาที่ควรรีบด่วน

ผู้นั้นเป็นพาลย่อมประสพทุกข์ เพราะไม่จัดแจงโดยอุบายอัน

ชอบ ประโยชน์ของผู้นั้นย่อมเสื่อมไป เหมือนพระจันทร์ข้าง

แรม เขาย่อมถึงความเสื่อมยศ และแตกจากมิตรทั้งหลาย

ผู้ใดช้าในเวลาที่ควรช้า รีบด่วนในเวลาที่ควรรีบด่วน

ผู้นั้นเป็นบัณฑิตถึงความสุข เพราะได้จัดแจงด้วยอุบายอัน

ชอบ ประโยชน์ของผู้นั้นย่อมบริบูรณ์ เหมือนพระจันทร์ข้าง

ขึ้น เขาย่อมได้ยศ ได้เกียรติคุณและไม่แตกจากมิตรทั้งหลาย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โย ทนฺธกาเล ตรติ ความว่า เมื่อเกิดความสงสัยในพระวินัยในเพราะวัตถุไรๆ ที่ควรทำขึ้นว่า สิ่งนี้ควรหรือไม่ควรหนอ ดังนี้ ครั้นถามพระวินัยธรผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังบรรเทาความสงสัยนั้นไม่ได้เพียงใด ย่อมด่วนคือย่ำยีกระทำ แม้ก้าวล่วงในเวลาช้าคือในสมัยที่ไม่ได้จะพึงให้กิจนั้นช้า เพียงนั้น.

บทว่า ตรณีเย จ ทนฺธเย ความว่า เมื่อกิจของคฤหัสถ์ มีสรณคมน์และการสมาทานศีลเป็นต้น และกิจของบรรพชิต มีการกระทำวัตรและปฏิวัตรเป็นต้น และการตามประกอบสมถะและวิปัสสนาที่ควรรีบ ด่วนมาถึงเข้า อย่ารีบประกอบกิจนั้น ควรให้ช้าด้วยคิดว่า เราจักกระทำในเดือนที่จะมาถึงหรือในวันปักษ์ เมื่อไม่ทำกิจนั้นเลย ชื่อว่าปล่อยให้กาลผ่านไป.

บทว่า อโยนิสํวิธาเนน ความว่า บุคคลผู้เป็นพาลคือผู้มีปัญญาอ่อน เมื่อด่วนในเวลาที่ควรช้า และช้าในเวลาที่ควรรีบด่วน ย่อมประสพทุกข์ คือความพินาศ ในบัดเดี๋ยวนี้และในกาลต่อไป ด้วยการไม่จัดแจงอุบาย คือเพราะไม่มีการจัดแจงอุบาย.

บทว่า ตสฺสตฺถา ปริหายนฺติ ความว่า ประโยชน์ทั้งหลายอันต่างด้วยประโยชน์ในปัจจุบันเป็นต้น ของบุคคลนั้นคือเห็นปานนั้น ย่อมเสื่อมไปเหมือนพระจันทร์ข้างแรม คือย่อมถึงความหมดสิ้นไปทุกวันๆ ได้แก่ย่อมถึงคือย่อมประสพความเสื่อมยศ คือซึ่งความเป็นผู้อันวิญญูชนพึงติเตียน โดยนัยมีอาทิว่า บุคคลโน้นเป็นผู้ไม่มีศรัทธาไม่มีความเลื่อมใส เกียจคร้านมีความเพียรเลว.

บทว่า มิตฺเตหิ จ วิรุชฺฌติ ความว่า ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ไม่ยินดีด้วยการรับโอวาทว่า พวกเราไม่ควรถูกว่ากล่าว (ดูหมิ่น) จากกัลยาณมิตรผู้ให้โอวาทว่า ท่านจงปฏิบัติอย่างนี้ จงอย่าปฏิบัติอย่างนี้.

พึงทราบความโดยปริยายตรงกันข้ามแห่งคาถาทั้งสองที่เหลือ.

แต่ในที่นี้อาจารย์บางพวกยกเอาการยกย่อง และการข่มจิตอันประกอบด้วยภาวนาด้วยอัตภาพ (ความเป็นตัวตน) แห่งบทว่า ย่อมรีบด่วนในเวลาช้า คำนั้นย่อมควรในคาถาหลัง.

จริงอยู่ ๒ คาถาต้น พระเถระกล่าวหมายเอาภิกษุวัชชีบุตรผู้ไม่กระทำสมณธรรมที่ควรประพฤติตั้งแต่บวช มาแสดงวัตถุ ๑๐ ประการ เพราะความที่ตนมีความสงสัยเป็นปกติ ถูกสงฆ์ขับไล่ให้ออกไป

แต่ ๒ คาถาหลังกล่าวหมายเอาผู้ปฏิบัติเหมือนกับตน ยังประโยชน์ของตนให้สำเร็จแล้วดำรงอยู่ ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาสัมภูตเถรคาถาที่ ๗ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา