๑๑. สุนิกขิตตวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๑. สุนิกขิตตวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในสุนิกขิตตวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
|๘๕.๑๐๐๓| ๑๑ อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ กูฏาคารา สตฺตสตา อุฬารา เวฬุริยตฺถมฺภา รุจิรตฺถตา สุภา |๘๕.๑๐๐๔| ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคู ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณฉนฺนา |๘๕.๑๐๐๕| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๘๕.๑๐๐๖| ปุจฺฉามิ ตํ เทว มหานุภาว มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาโว วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๘๕.๑๐๐๗| โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๘๕.๑๐๐๘| ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มาลํ สุนิกฺขิปิตฺวา ปติฏฺฐเปตฺวา สุคตสฺส ถูเป มหิทฺธิโก จมฺหิ มหานุภาโว ทิพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูโต |๘๕.๑๐๐๙| เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๘๕.๑๐๑๐| เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาโว วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ สุนิกฺขิตฺตวิมานํ เอกาทสมํ ฯ อุทฺทานํ เทฺว ทลิทฺทา เทฺว วิหารา ภฏโก โคปาลกณฺฐโก อเนกวณฺณมฏฺฐกุณฺฑลี เสริสฺสโก สุนิกฺขิตฺตํ ปุริสานํ สตฺตโม วคฺโคติ ฯ ภาณวารํ จตุตฺถํ ฯ ------------------
วิมานแก้วมณีของท่านนี้ สูง ๑๒ โยชน์โดยรอบ มีปราสาท ๗๐๐ มีเสา ล้วนแล้วไปด้วยแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดอันงามยิ่ง ท่านอยู่ ดื่ม และบริโภคสุธาโภชน์ในวิมานนี้ อนึ่ง เทพบุตรผู้นี้มีเสียงอัน ไพเราะพากันมาบรรเลงพิณทิพย์ เบญจกามคุณซึ่งมีรสเป็นทิพย์ก็มีอยู่ พร้อมในวิมานนี้ ทั้งเหล่าเทพนารีปกคลุมด้วยเครื่องประดับทองคำ พากันมาฟ้อนรำอยู่ ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฏฐผลย่อม สำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคสมบัติอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุก อย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรเทพเจ้าผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไร ท่านมีอานุภาพอันรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร? เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าได้จัดดอกไม้ อัน มหาชนจัดไว้แล้วไม่เรียบร้อย แล้วได้ประดิษฐานไว้ที่พระสถูปของพระ สุคตเจ้า จึงเป็นผู้มีฤทธิ์มากและมีอานุภาพมาก พรั่งพร้อมด้วยกามคุณ อันเป็นทิพย์ ข้าพเจ้ามีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฏฐผลสมบัติอันเป็น ที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเกิดแก่ข้าพเจ้าเพราะบุญนั้น ข้าพเจ้ามี อานุภาพอันรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะ บุญนั้นๆ. จบ สุนิกขิตตวิมานที่ ๑๑ จบ สุนิกขิตตวรรคที่ ๗. ----------------------------------------------------- รวมวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. จิตตลดาวิมาน ๒. นันทนวิมาน ๓. มณิถูณวิมาน ๔. สุวรรณวิมาน ๕. อัมพวิมาน ๖. โคปาลวิมาน ๗. กัณฐกวิมาน ๘. อเนกวรรณวิมาน ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน ๑๐. เสริสสกวิมาน ๑๑. สุนิกขิตตวิมาน. จบ ภาณวารที่ ๔.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๑๑. สุนิกขิตตวิมาน ๑๑. สุนิกขิตตวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่อุบาสก ผู้จัดดอกไม้ให้เป็นระเบียบอยู่หน้าสถูป (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)
วิมานมีเสาทำด้วยแก้วมณีนี้สูงมาก วัดโดยรอบได้ ๑๒ โยชน์ เป็นปราสาท ๗๐๐ ยอด ดูโอฬาร มีเสาประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ มีพื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำสวยงาม
ท่านสถิต ดื่ม กินอยู่ในวิมานนั้น มีทวยเทพพากันมาบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ ในวิมานของท่านนี้มีเบญจกามคุณอันเป็นทิพรส และเหล่าเทพนารีผู้ประดับด้วยอาภรณ์ทองคำฟ้อนรำอยู่
เพราะบุญอะไรท่านจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจ จึงเกิดขึ้นแก่ท่าน
เทวดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ข้าพเจ้าได้จัดดอกไม้ที่เขาวางไว้ไม่เรียบร้อยให้เรียบร้อย แล้วได้วางไว้ที่พระสถูปของพระสุคต จึงเป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พรั่งพร้อมด้วยกามคุณทิพย์ @เชิงอรรถ : @ พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า (ขุ.วิ.อ. ๘๕/๔๑๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๖๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] รวมเรื่องวิมานที่มีในวรรค
เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้าในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ สุนิกขิตตวิมานที่ ๑๑ จบ สุนิกขิตตวรรคที่ ๗ จบ รวมเรื่องวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. จิตตลตาวิมาน ๒. นันทนวิมาน ๓. มณิถูณวิมาน ๔. สุวัณณวิมาน ๕. อัมพวิมาน ๖. โคปาลวิมาน ๗. กัณฐกวิมาน ๘. อเนกวัณณวิมาน ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน ๑๐. เสริสสกวิมาน ๑๑. สุนิกขิตตวิมาน ภาณวารที่ ๔ จบ วิมานวัตถุ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๖๕}
หน้าว่าง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๖๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุนิกขิตตวิมาน
สุนิกขิตตวิมาน มีคาถาว่า อุจฺจมิทํ มณิถูณํ เป็นต้น.
สุนิกขิตตวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี.
สมัยนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะจาริกไปในเทวโลก ถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์. ขณะนั้นเทพบุตรองค์หนึ่งยืนอยู่ที่ประตูวิมานของตน เห็นท่านพระมหาโมคคัลลานะเกิดความเคารพนับถือมาก เข้าไปหาแล้วไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ยืนประคองอัญชลีอยู่.
เล่ากันมาว่า เทพบุตรนั้น ในอดีตกาล ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะเสด็จดับขันธปรินิพพานมหาชนได้สร้างพระสถูปทองโยชน์หนึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์บริษัท ๔ ได้พากันเข้าไปบูชาที่พระเจดีย์ด้วยของหอมดอกไม้และธูปเป็นต้นเสมอๆ.
เมื่อคนอื่นๆ ไปบูชาด้วยดอกไม้ที่พระเจดีย์นั้น อุบาสกคนหนึ่งเห็นดอกไม้ที่วางไว้ไม่เรียบร้อยในที่ที่คนทั้งหลายเหล่านั้นบูชาจึงจัดวางดอกไม้เหล่านั้นอย่างเรียบร้อยทีเดียวในที่นั้นเอง ได้บูชาด้วยดอกไม้ซึ่งจัดอย่างวิเศษเป็นส่วนๆ มีสัณฐานน่าดูน่าเลื่อมใสครั้นแล้วก็ยึดการบูชาด้วยดอกไม้นั้นเป็นอารมณ์ ระลึกถึงพระคุณของพระศาสดา มีจิตเลื่อมใส ตั้งบุญนั้นไว้ในหทัย.
เวลาต่อมา อุบาสกนั้นทำกาละตายไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒ โยชน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยอานุภาพแห่งกรรมนั้นเอง เขาได้มีอานุภาพมากและบริวารมาก.
คำว่า ตสฺมึ ขเณ อญฺญตโร เทวปุตฺโต ฯเปฯ อฏฺฐาสิ ดังนี้ กล่าวหมายถึงเทพบุตรนั้น.
ลำดับนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ถามถึงกรรมสุจริตที่เทพบุตรกระทำ โดยมุ่งประกาศสมบัติตามที่ได้ไว้ ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมีห้องรโหฐานงามโอฬาร ๗๐๐ ห้อง ล้วนเสาแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดที่งดงามท่านนั่งและดื่มกินในวิมานนั้น และพิณทิพย์ก็บรรเลงไพเราะ มีกามคุณห้า มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีที่แต่งองค์ด้วยทองฟ้อนรำอยู่เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะงามเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพบุตรนั้นได้กล่าวถึงกรรมที่ตนกระทำแก่พระมหาโมคคัลลานเถระนั้นด้วยคาถาหลายคาถา. พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายเมื่อแสดงเรื่องนั้นกล่าวว่า
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ข้าพเจ้าได้จัดดอกไม้ที่เขาวางกันไว้ไม่เรียบร้อย ให้เรียบร้อย แล้ววางไว้ที่พระสถูปของพระสุคต จึงเป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พรั่งพร้อมไปด้วยกามทั้งหลายอันเป็นทิพย์ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า.
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอบอกท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าได้ทำบุญใดไว้ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มาลํ ได้แก่ วางไว้ไม่เรียบร้อย เพราะวางตามสะดวกใจ ไม่วางโดยจัดแต่งเป็นพิเศษมีวางติดๆ กันเป็นต้น ในสถานที่กระทำการบูชาที่พระเจดีย์.
อีกอย่างหนึ่ง ดอกไม้วางไว้ไม่เรียบร้อยเพราะถูกลมพัด.
บทว่า สุนิกฺขิปิตฺวา ได้แก่ วางไว้เรียบร้อย คือวางให้น่าดูน่าเลื่อมใส โดยจัดแต่งเป็นพิเศษ.
บทว่า ปติฏฺฐเปตฺวา ได้แก่ ให้ดอกไม้ตั้งอยู่อย่างวิเศษเป็นส่วนๆ เป็นต้น.
อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นเนื้อความในที่นี้อย่างนี้ว่า เมื่อวางดอกไม้นั้น เพ่งพระเจดีย์ของพระศาสดา ให้กุศลธรรมตั้งอยู่ในสันดานของเรา.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาสุนิกขิตตวิมาน -----------------------------------------------------
จบอรรถกถาสุนิกขิตตวรรคที่ ๗ ประดับด้วยเรื่อง ๑๑ เรื่องในวิมานวัตถุ แห่งปรมัตถทีปนี อรรถกถาขุททกนิกาย ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาปุริสวิมาน -----------------------------------------------------
รวมวิมานที่มีในวรรคนี้คือ
๑. จิตตลดาวิมาน
๒. นันทนวิมาน
๓. มณิถูณวิมาน
๔. สุวรรณวิมาน
๕. อัมพวิมาน
๖. โคปาลวิมาน
๗. กัณฐกวิมาน
๘. อเนกวัณณวิมาน
๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน
๑๐. เสริสสกวิมาน
๑๑. สุนิกขิตตวิมาน -----------------------------------------------------
คำท้ายเรื่อง
ก็ด้วยกถาเพียงที่กล่าวมานี้
เทศนาอันใด อำนวยประโยชน์แก่โลกทั้งปวง เมื่อจะ
ประกาศสมบัติมีวิมานเป็นต้นของเทวดาทั้งหลายและเหตุ
ของวิมานนั้นแก่สัตว์ทั้งหลาย ย่อมชี้ชัดถึงความที่บุญทั้ง
หลายแม้จำนวนเล็กน้อย ก็มีผลโอฬารเพราะเจตนา [ของ
ทายก] และพระทักขิไณยบุคคลพรั่งพร้อม.
พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลายผู้ฉลาดในกถาวัตถุ
และรู้เรื่องอย่างดี ร่วมกันสังคายนา เทศนาใดไว้ว่า วิมาน
วัตถุ เพื่อจะประกาศความของวิมานวัตถุนั้น ข้าพเจ้าได้
อาศัยนัยที่มาในอรรถกถาเก่า จึงเริ่มแต่งอรรถกถาซึ่งมีชื่อ
ว่า ปรมัตถทีปนี เพราะประกาศปรมัตถ์อรรถอย่างสูง ใน
วิมานวัตถุนั้น ตามสมควรในเรื่องนั้นๆ
อรรถกถาปรมัตถทีปนีนั้นมีบาลีจำนวน ๑๗ ภาณวาร
มีวินิจฉัยอันไม่สับสนก็จบลงแล้ว ดังนั้น ข้าพเจ้าผู้แต่งอรรถ
กถาปรมัตถทีปนีนั้น ได้ประสบบุญอันใด ด้วยอานุภาพแห่ง
บุญอันนั้น ขอสัตว์ผู้มีเรือนร่างจงหยั่งรากมั่นคง ลงสู่คำสั่ง
สอนของพระโลกนาถ ด้วยข้อปฏิบัติมีศีลเป็นต้นอันบริสุทธิ์
จงเป็นภาคีมีส่วนแห่งวิมุตติรสกันหมดทุกตัวสัตว์เถิด.
ขอศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงยั่งยืนอยู่
ในโลก ขอหมู่ปราณสัตว์ทุกหมู่เหล่าจงมีความเคารพใน
ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นนิจเถิด ขอฝนจง
ตกต้องตามฤดูกาล ขอพระราชาผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน ผู้แนบ
แน่นในพระสัทธรรม จงปกครองประชาชาวโลกโดยธรรม
เทอญ.
จบอรรถกถาขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ชื่อปรมัตถทีปนี ที่อาจารย์ธรรมปาละผู้อยู่ในพทรติตถวิหารแต่งไว้ ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาวิมานวัตถุ -----------------------------------------------------