อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๑๐

๓. มาณวเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๐1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. มาณวเถรคาถา สุภาษิตเกี่ยวกับการออกบวช

ข้อ ๒๑๐

|๒๑๐.๗๓| ๓ ชิณฺณญฺจ ทิสฺวา ทุกฺขิตญฺจ พฺยาธิตํ มตญฺจ ทิสฺวา คตมายุสงฺขยํ ตโต อหํ นิกฺขมิตูน ปพฺพชึ ปหาย กามานิ มโนรมานีติ ฯ มาณโว เถโร ฯ

ฉันเห็นคนแก่ คนเจ็บหนัก และคนที่ตายตามอายุขัยแล้ว จึงละได้ ซึ่งกามารมณ์อันเป็นของรื่นรมย์ใจ แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑. เอกกนิบาต] ๘. อัฏฐมวรรค ๕. สุสารทเถรคาถา ๓. มาณวเถรคาถา ภาษิตของพระมาณวเถระ ทราบว่า ท่านพระมาณวเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า

ข้อ ๗๓

เราได้พบเห็นคนแก่ คนเจ็บหนัก และคนตายเมื่อถึงอายุขัย หลังจากนั้นก็ละกามารมณ์อันเป็นที่น่าพึงใจเสียได้ จึงออกบวช

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถามาณวเถรคาถา

คาถาของท่านพระมาณวเถระ เริ่มต้นว่า ชิณฺณญฺจ ทิสฺวา ทุกฺขิตญฺจ พฺยาธิตํ.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถรนี้ก็มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เข้าไปสั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เป็นหมอดูลักษณะ ตรวจดูลักษณะแห่งพระอภิชาติของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ประกาศบุรพนิมิตแล้วพยากรณ์ว่า ท่านผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าโดยส่วนเดียวดังนี้ แล้วชมเชยโดยนัยต่างๆ ถวายบังคมแล้ว กระทำประทักษิณแล้วหลีกไป.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวอยู่แต่ในสุคติอย่างเดียว เกิดในเรือนแห่งพราหมณ์มหาศาล ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ เจริญเติบโตอยู่แต่ภายในเรือนอย่างเดียว จนถึง ๗ ปี ในปีที่ ๗ พวกบริวารนำพาไปชมสวน เห็นคนแก่ คนเจ็บและคนตายในระหว่างทาง จึงถามบริวารชนเหล่านั้น เพราะไม่เคยเห็นคนแก่ คนเจ็บและคนตาย ฟังสภาพของชรา พยาธิและมรณะ แล้วเกิดความสลดใจหันหลังกลับ ไปสู่วิหารฟังธรรมในสำนักของพระบรมศาสดา ให้มารดาบิดาอนุญาตแล้วบวช เริ่มตั้งวิปัสสนา บรรลุพระอรหัต ต่อกาลไม่นานนัก.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ เราได้พยากรณ์นิมิตว่า จักยังหมู่ชนให้ดับเข็ญ จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ หมื่นโลกธาตุย่อมหวั่นไหว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ได้มีแสงสว่างอันไพบูลย์ บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ แม่น้ำทั้งหลายไม่ไหล บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ไฟในอเวจีนรก ไม่ลุกโพลง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่. เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ หมู่นกไม่สัญจรไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ กองลมย่อมไม่พัดฟุ้งไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่.

เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ แก้วทุกชนิดส่งแสงโชติช่วง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ทรงย่างพระบาทก้าวไป ๗ ก้าว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่.

พอพระสัมพุทธเจ้าประสูติแล้วเท่านั้นก็ทรงเหลียวแลดูทิศทั้งปวง ทรงเปล่งอาสภิวาจา นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. เรายังหมู่ชนให้เกิดสังเวช ชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นำของโลก ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทางทิศปราจีน ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราชมเชยพระพุทธเจ้าใด ด้วยการชมเชยนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการชมเชย

ในกัปที่ ๙๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าสัมมุขาถวิกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก.

ในกัปที่ ๘๙ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า ปฐวี ทุนทุภิ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก.

ในกัปที่ ๘๘ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์มีนามว่าโอภาส สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก.

ในกัปที่ ๘๗ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าสริตัจเฉทนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก.

ในกัปที่ ๘๖ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่า อัคคินิพพาปนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก

ในกัปที่ ๘๕ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่ากติปัจฉาทนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก

ในกัปที่ ๘๗ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าวาตสมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก

ในกัปที่ ๘๓ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่ารัตนปัชชละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก

ในกัปที่ ๘๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่าปทวิกกมนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก

ในกัปที่ ๘๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่าวิโลกนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก

ในกัปที่ ๘๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าคิรสาระ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก.

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็พระเถระผู้บรรลุพระอรหัตแล้ว อันภิกษุทั้งหลายถามว่า ดูก่อนอาวุโส ท่านยังเป็นเด็กนัก บวชด้วยความสลดใจอะไร.

เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล โดยอ้างถึงการสรรเสริญนิมิตแห่งบรรพชาด้วยตน ได้กล่าวคาถาว่า

ข้าพเจ้าเห็นคนแก่ คนเจ็บหนักและคนที่ตาย

ตามอายุขัยแล้ว จึงได้ละซึ่งกามารมณ์ อันเป็น

ของรื่นรมย์ใจ แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชิณฺณํ ความว่า อันชราครอบงำแล้ว คือเป็นร่างอันชราธรรม มีฟันหัก ผมหงอก และความเป็นผู้มีหนังเหี่ยวย่นเป็นต้นประชุมแล้ว.

บทว่า ทุกฺขิตํ ได้แก่ ถึงความลำบากที่หมายรู้กันว่าเป็นทุกข์.

บทว่า พฺยาธิตํ ได้แก่ คนเจ็บ. ก็ในบทว่า พฺยาธิตํ นี้ย่อมให้สำเร็จ (ความหมายถึง) ความประสบทุกข์ แม้ในเวลาพูดว่า ถึงความเจ็บไข้.

คำว่า ทุกฺขิตํ ท่านกล่าวไว้เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้มีไข้หนักของผู้ที่ถึงทุกข์นั้น.

บทว่า มตํ แปลว่า คนผู้ตายแล้ว เพราะเหตุที่ผู้ที่กระทำกาละแล้ว ย่อมชื่อว่าถึงความสิ้น ความเสื่อม ความแตกดับแห่งอายุ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า คตมายุสงฺขยํ คนที่ตายตามอายุขัย ดังนี้.

เพราะเหตุนั้น คือเพราะเหตุที่คนแก่ คนเจ็บและคนตาย ท่านได้เห็นแล้ว ได้แก่เพราะเหตุที่ท่านถึงความสลดใจว่า ขึ้นชื่อว่าความแก่เป็นต้นเหล่านี้ ไม่มีเฉพาะแก่สัตว์เหล่านี้เท่านั้น โดยที่แท้มีทั่วไปแก่สัตว์ทั้งปวง เพราะฉะนั้น แม้เราก็ไม่ล่วงพ้นความแก่เป็นต้นไปได้.

บทว่า นิกฺขมิตูน แปลว่า ออกแล้ว. ถึงบาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. (ความก็ว่า) ออกจากเรือน ด้วยความประสงค์จะบรรพชา.

บทว่า ปพฺพชึ ความว่า เข้าถึงบรรพชาในพระศาสนาของพระศาสดา.

บทว่า ปหาย กามานิ มโนรมานิ ความว่า ละวัตถุกามที่ชื่อว่าเป็นของรื่นรมย์ใจ เพราะทำใจของผู้ที่ยังไม่ปราศจากราคะให้ยินดี โดยความเป็นของน่าปรารถนาน่าใคร่เป็นต้น.

อธิบายว่า ละทิ้งฉันทราคะ อันเนื่องด้วยวัตถุกามนั้น โดยตัดขาดด้วยพระอริยมรรค คือโดยความไม่เพ่งเล็ง.

ก็คำเป็นคาถานี้ ได้เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ โดยมุขคือการชี้ชัดถึงการละกามทั้งหลาย.

พระเถระนี้เกิดสมัญญานามว่า มาณวะ ดังนี้เทียว เพราะเหตุที่ท่านบวชแล้วในเวลาที่ยังเป็นมาณพ ฉะนี้แล.

จบอรรถกถามาณวเถรคาถา -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา