๑๕. อุตตราเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๕. อุตตราเถรีคาถา สุภาษิตสอนการสังวร
|๔๑๖.๑๕| ๑๕ กาเยน สํวุตา อาสึ วาจาย อุท เจตสา สมูลํ ตณฺหํ อพฺพุยฺห สีติภูตมฺหิ นิพฺพุตา ฯ อุตฺตรา ฯ
เราเป็นผู้สำรวมแล้วด้วยกาย วาจา และใจ ถอนตัณหาขึ้นพร้อมทั้งราก แล้ว เป็นผู้มีความเย็นใจดับสนิทแล้ว.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕. อุตตราเถรีคาถา ภาษิตของพระอุตตราเถรี พระอุตตราเถรี(รับพระพุทธโอวาทแล้วได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
เราเป็นผู้สำรวมกาย วาจา และใจ ถอนตัณหาพร้อมทั้งมูลรากได้แล้ว เป็นผู้เย็นดับสนิทแล้ว @เชิงอรรถ : @ อนาคามิมรรคและสุทธาวาส (ขุ.เถรี.อ. ๑๒/๒๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๕๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑. เอกกนิบาต] ๑๘. สังฆาเถรีคาถา ๑๖. วุฑฒปัพพชิตสุมนาเถรีคาถา ภาษิตของพระสุมนาเถรีผู้บวชเมื่อแก่ พระวุฑฒปัพพชิตสุมนาเถรี(รับพระพุทธโอวาทแล้วได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
สุมนาผู้เฒ่า เธอจงใช้ท่อนผ้าทำจีวรนุ่งห่ม แล้วพักผ่อนตามสบายเถิด เพราะเธอมีราคะสงบระงับแล้ว เป็นผู้เย็น ดับสนิทแล้ว
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕. อรรถกถาอุตตราเถรีคาถา
คาถาว่า กาเยน สํวุตา อาสึ เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่ออุตตรา.
เรื่องของพระเถรีชื่ออุตตราแม้นั้น ก็เหมือนเรื่องของพระเถรีชื่อติสสา. ความย่อว่า พระเถรีชื่ออุตตราแม้นั้น ประสูติในศากยตระกูล เป็นสนมของพระโพธิสัตว์ ออกบวชพร้อมกับพระมหาปชาบดีโคตมี บรรลุพระอรหัตด้วยโอภาสคาถา ได้กล่าวคาถานี้เป็นอุทานด้วยตนเองทีเดียวว่า
เราเป็นผู้สำรวมแล้วด้วยกายวาจาและใจ ได้
ถอนตัณหาพร้อมทั้งรากขึ้นแล้ว เป็นผู้มีความเย็น
ดับสนิทแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเยน สํวุตา อาสึ ความว่า เป็นผู้สำรวมแล้วด้วยความสำรวมทางกาย.
บทว่า วาจาย ประกอบความว่า เป็นผู้สำรวมแล้วด้วยความสำรวมทางวาจา.
พระเถรีกล่าวถึงศีลสังวรแม้ด้วยบททั้งสอง.
บทว่า อุท ได้แก่ อถ แปลว่า และ.
บทว่า เจตสา ความว่า ด้วยสมาธิจิต.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการเจริญวิปัสสนาด้วยสมาธิจิตนั้น.
บทว่า สมูลํ ตณฺหํ อพฺพุยฺห ความว่า ถอนขึ้นซึ่งตัณหาพร้อมทั้งราก หรือพร้อมด้วยอวิชชา. ด้วยว่า ตัณหาย่อมเกิดขึ้นในภพสามที่อวิชชาปกปิดโทษไว้.
อีกนัยหนึ่ง บทว่า กาเยน สํวุตา ความว่า เป็นผู้สำรวมทางกาย ด้วยความสำรวมด้วยมรรคนั่นเอง เพราะละมิจฉากัมมันตะทั้งหมด ด้วยสัมมากัมมันตะ.
บทว่า วาจาย ความว่า เป็นผู้สำรวมทางวาจาด้วยความสำรวมด้วยมรรคนั่นเอง เพราะละมิจฉาวาจาทั้งหมด ด้วยสัมมาวาจา.
บทว่า เจตสา ได้แก่ ด้วยสมาธิ.
ก็ในที่นี้ท่านกล่าวสัมมาสมาธิ ด้วยหัวข้อของจิต.
อธิบายว่า มรรคธรรมทั้งหลายมีสัมมาทิฏฐิเป็นต้น มีลักษณะเป็นอย่างเดียวกันกับลักษณะมรรค ย่อมเป็นอันท่านถือเอาด้วยศัพท์คือสัมมาสมาธินั่นแล การละอสังวรมีอภิชฌาเป็นต้นโดยไม่เหลือ ย่อมเป็นอันท่านแสดงแล้วด้วยมรรคสังวร. เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจึงกล่าวว่า สมูลํ ตณฺหํ อพฺพุยฺห ดังนี้.
บทว่า สีติภูตามฺหิ นิพฺพุตา ความว่า เป็นผู้ถึงความเย็น เพราะไม่มีความเร่าร้อนเพราะกิเลสโดยประการทั้งปวง เป็นผู้ดับสนิทด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ.
จบอรรถกถาอุตตราเถรีคาถาที่ ๑๕ -----------------------------------------------------