๙. จันทนเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๙. จันทนเถรคาถา สุภาษิตสอนให้เห็นโทษสังขาร
๓๓๑ภรรยาผู้ปกคลุมด้วยเครื่องประดับล้วนแต่เป็นทอง ห้อมล้อมด้วยหมู่ ทาสี อุ้มบุตรเข้ามาหาเรา ก็เวลาที่เราเห็นภรรยาผู้เป็นมารดาของบุตร ของเรานั้นตบแต่งร่างกาย นุ่งห่มผ้าใหม่เดินมา เป็นดุจบ่วงมัจจุราชดัก ไว้ ความทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคาย ก็เกิดขึ้นแก่เรา โทษแห่ง สังขารทั้งหลายก็เกิดปรากฏแก่เรา ความเบื่อหน่ายก็ตั้งมั่น ลำดับนั้น จิตของเราหลุดพ้นแล้วจากกิเลส ขอท่านจงดูความที่แห่งธรรมเป็นธรรม ดีเลิศ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้ว เราได้ทำกิจพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. จันทนเถรคาถา ภาษิตของพระจันทนเถระ (พระจันทนเถระได้พยากรณ์พระอรหัตด้วยคาถาไว้ดังนี้ว่า)
ภรรยาแต่งตัวด้วยเครื่องประดับล้วนแต่เป็นทองคำ มีหมู่สาวใช้ห้อมล้อม ได้อุ้มลูกมาหาเรา
แต่(เรา)พอเห็นนางผู้เป็นมารดาแห่งบุตรของเรา ได้ตกแต่งร่างกายนุ่งผ้าสวยงาม กำลังมา เหมือนบ่วงมัจจุราชที่วางดักไว้
จากนั้น โยนิโสมนสิการจึงเกิดขึ้นแก่เรา โทษก็ปรากฏ ความเบื่อหน่ายก็เกิดขึ้นพร้อมกัน
ต่อแต่นั้น จิตของเราก็หลุดพ้น ท่านจงมองเห็นธรรมว่าเป็นธรรมดีงาม เราบรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๘๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาจันทนเถรคาถาที่ ๙
คาถาของท่านพระจันทนเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ชาตรูเปน ดังนี้.
เรื่องนั้นมีเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร?
พระเถระแม้นี้ได้กระทำบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าในปางก่อน สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เมื่อโลกว่างพระพุทธเจ้า บังเกิดเป็นรุกขเทวดา เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าสุทัสสนะ อยู่ในระหว่างภูเขา มีจิตเลื่อมใส ได้กระทำการบูชาด้วยดอกอัญชันเขียว.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลเพียบพร้อมด้วยสมบัติ ในกรุงสาวัตถี มีนามว่าจันทนะ เจริญวัยแล้ว อยู่ครองเรือนได้ฟังธรรมในสำนักพระศาสดา ได้เป็นพระโสดาบัน.
ท่านได้บุตรคนหนึ่ง ละฆราวาสบวชเรียนวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในป่า มายังกรุงสาวัตถีเพื่อถวายบังคมพระศาสดา อยู่ในป่าช้า. ภรรยาเก่าทราบว่าท่านมาแล้ว จึงประดับตกแต่งพาเด็กพร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก ไปยังสำนักของพระเถระด้วยคิดว่า เราจะประเล้าประโลมให้ท่านสึกด้วยมายาหญิงเป็นต้น.
พระเถระเห็นหญิงนั้นกำลังเดินมาแต่ที่ไกล คิดว่า บัดนี้เราจักไม่ใช่เป็นวิสัยของนาง จึงบำเพ็ญวิปัสสนาตามที่เริ่มไว้ ได้มีอภิญญา ๖.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่ออัจจละ พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุทัสสนะ ประทับอยู่ที่ซอกเขาเราถือดอกไม้ที่เกิดในป่าหิมพานต์ เหาะขึ้นอากาศ ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ข้ามพ้นโอฆะ ไม่มีอาสวะครั้งนั้นเราถือเอาดอกอัญชันเขียว จบเหนือเศียรเกล้าแล้ว บูชาแด่พระสยัมภูพุทธเจ้าผู้แสวงหาประโยชน์ใหญ่.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้เอาดอกไม้ใดบูชาด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... ฯลฯ ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๐๗
ก็ท่านได้อภิญญาแล้ว ยืนอยู่บนอากาศแสดงธรรมแก่นาง ให้นางตั้งอยู่ในสรณะและศีลแล้ว ตนเองไปยังที่ๆ ตนเคยอยู่ในกาลก่อน.
ถูกภิกษุผู้เป็นสหายถามว่า อาวุโส อินทรีย์ของท่านผ่องใสนักแล ท่านแทงตลอดสัจจะได้แล้วกระมัง.
เมื่อจะแสดงประวัติของตน จึงพยากรณ์พระอรหัตผลด้วยคาถานี้ว่า
ภรรยาผู้ปกคลุมด้วยเครื่องประดับล้วนแต่เป็นทอง
ห้อมล้อมด้วยหมู่ทาสี อุ้มบุตรเข้ามาหาเรา ก็เวลาที่เราเห็น
ภรรยาผู้เป็นมารดาของบุตรของเรานั้นตกแต่งร่างกาย นุ่ง
ห่มผ้าใหม่เดินมา เป็นดุจบ่วงมัจจุราชดักไว้ ความทำไว้ใน
ใจโดยอุบายอันแยบคายก็เกิดขึ้นแก่เรา โทษแห่งสังขารทั้ง
หลายก็เกิดปรากฏแก่เรา ความเบื่อหน่ายก็ตั้งมั่น ลำดับนั้น
จิตของเราหลุดพ้นแล้วจากกิเลส
ขอท่านจงดูความที่แห่งธรรมเป็นธรรมดีเลิศ วิชชา
๓ เราได้บรรลุแล้ว เราได้ทำกิจพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาตรูเปน สญฺฉนฺนํ ความว่า มีร่างกายอันเครื่องประดับมีเครื่องประดับศีรษะเป็นต้น อันล้วนแล้วด้วยทองคำปกคลุมไว้ โดยเป็นเครื่องประดับ, อธิบายว่า ประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวง.
บทว่า ทาสีคณปุรกฺขตา ความว่า กระทำไว้ข้างหน้า คือแวดล้อมไปด้วยหมู่ทาสีของตนที่ประดับตกแต่งแล้วตามสมควร.
บทว่า องฺเกน ปุตฺตมาทาย ความว่า อุ้มบุตรตนด้วยคิดว่า บุตรนี้พึงมีความสำราญเพราะอาศัยเรือน เพราะอาศัยเราบ้าง.
บทว่า อายนฺตึ แปลว่า กำลังเดินมา.
บทว่า สกปุตฺตสฺส มาตรํ ได้แก่ หญิงผู้ให้บุตรคือโอรสของเราเกิด. อธิบายว่า ภรรยาเก่าของเรา. พระเถระสำคัญการตัดกามราคะของตนทั้งหมดนี้ จึงได้กล่าวไว้มาก.
บทว่า โยนิโส อุทปชฺชถ ความว่า การกระทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคายเกิดขึ้นแล้วอย่างนี้ว่า สมบัติชื่อแม้เห็นปานนี้ถูกชรา พยาธิและมรณะครอบงำ โอ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่เป็นที่ไว้วางใจ.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
จบอรรถกถาจันทนเถรคาถาที่ ๙ -----------------------------------------------------