๔. ปิฐวิมาน ที่ ๔
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔|๔.๒๓| ปีฐนฺเต เวฬุริยมยํ อุฬารํ มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ อลงฺกเต มาลฺยธเร สุวตฺเถ โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ |๔.๒๔| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๔.๒๕| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔.๒๖| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔.๒๗| อปฺปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ เยนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก |๔.๒๘| อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ ตสฺส อทาสิหํ ปีฐํ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ |๔.๒๙| เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๔.๓๐| อกฺขามิ ตํ ภิกฺขุ มหานุภาว มนุสฺสภูตา ยมหํ อกาสึ เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ ปีฐวิมานํ จตุตฺถํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. จตุตถปีฐวิมาน ว่าด้วยวิมานตั่ง เรื่องที่ ๔ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
เทพธิดาผู้ประดับองค์ ทรงมาลัย ทรงภูษาสวยงาม วิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของเธอช่างโอ่อ่า ล่องลอยไปในที่ต่างๆ ได้รวดเร็วสมใจปรารถนา เธอเปล่งรัศมีสว่างไสว ดังสายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ
เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๕. กุญชรวิมาน
ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ เพราะผลกรรมน้อยนิดของดิฉัน ชาติก่อน ดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก
ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี มีใจผ่องใสไม่มัวหมอง เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายตั่งแด่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน
เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้จตุตถปีฐวิมานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาจตุตถปีฐวิมาน
จตุตถปีฐวิมาน มีคาถาว่า ปีฐนฺเต เวฬุริยมยํ เป็นต้น.
เรื่องจตุตถปีฐวิมานแม้นั้นก็เกิดขึ้นในกรุงราชคฤห์ เรื่องนั้นพึงทราบตามนัยที่กล่าวมาแล้วในทุติยวิมานนั่นแล.
แท้จริง วิมานแก้วไพฑูรย์บังเกิดแก่เทวดาแม้องค์นี้ ก็เพราะตั่งที่นางปูลาดด้วยผ้าสีเขียวถวายแล้ว.
คำที่เหลือก็เหมือนเรื่องที่กล่าวมาแล้วในปฐมวิมาน.
ด้วยเหตุนั้น ท่านพระโมคคัลลานะจึงถามว่า
ดูก่อนเทพธิดาผู้ประดับกาย สวมพวงมาลัย ทรงพัสตราภรณ์อันสวยงามวิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของท่านโอฬาร เร็วดังใจ ไปได้ตามปรารถนาท่านส่องแสงประกายคล้ายสายฟ้าแลบลอดหลืบเมฆ. เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทวดาองค์นั้นถูกท่านพระโมคคัลลานะถาม ดีใจ ครั้นแล้วก็พยากรณ์ [ตอบ] ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
นี้เป็นผลของกรรมเล็กน้อยของดีฉัน อันเป็น
เหตุให้ดีฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ ดีฉันครั้งเกิด
เป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ในชาติก่อน ในมนุษยโลก
ได้พบพระภิกษุผู้ปราศจากกิเลสดุจธุลี ผู้ผ่องใส ไม่
หม่นหมอง ก็เลื่อมใส จึงได้ถวายตั่งแก่ท่าน ด้วย
มือของตนเอง. เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึง
เป็นเช่นนั้น เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน
และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก
แก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันได้ทำบุญใด เพราะ
บุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะ
ของดีฉันจึงส่องสว่างไปทุกทิศ.
ก็แม้ในเรื่องนี้ วิมานแก้วไพฑูรย์บังเกิดแก่เทวดาแม้องค์นี้ ก็เพราะตั่งที่นางปูลาดด้วยผ้าสีเขียวถวายแล้ว. ด้วยเหตุนั้น ในเรื่องนี้ จตุตถปีฐวิมานจึงมาโดยบาลีว่า ปีฐนฺเต เวฬุริยมยํ วิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของท่าน ดังนี้เป็นต้น.
คำที่เหลือก็เช่นเดียวกับตติยปีฐวิมานนั่นแหละ พึงทราบความตามนัยที่กล่าวแล้วในตติยปีฐวิมานนั้นเหมือนกัน.
จบอรรถกถาจตุตถปีฐวิมาน -----------------------------------------------------