อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๑

๓. นาควิมาน

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


|๔๑.๔๙๐| ๓ อลงฺกตา กนกกญฺจนาจิตํ สุวณฺณชาลจิตฺตํ มหนฺตํ อภิรุยฺห คชวรํ สุกปฺปิตํ อิธาคมา เวหาสยํ อนฺตลิกฺเข |๔๑.๔๙๑| นาคสฺส ทนฺเตสุ ทุเวสุ นิมฺมิตา อจฺโฉทกา ปทุมินิโย สุผุลฺลา ปทุเมสุ ตุริยคณา ปวชฺชเร อิมา จ นจฺจนฺติ มโนหราโย |๔๑.๔๙๒| เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๑.๔๙๓| พาราณสิยํ อุปสงฺกมิตฺวา พุทฺธสฺสาหํ วตฺถยุคํ อทาสึ ปาทานิ วนฺทิตฺวา ฉมา นิสีทึ จิตฺตาว ตํ อญฺชลิกํ อกาสึ |๔๑.๔๙๔| พุทฺโธ จ เม กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ อเทสยิ สมุทยทุกฺขนิจฺจตํ อสงฺขตํ ทุกฺขนิโรธสจฺจํ มคฺคํ อเทสยิ ยโต วิชานิสฺสํ |๔๑.๔๙๕| อปฺปายุกี กาลกตา ตโต จุตา อุปปนฺนา ติทสานํ ยสสฺสินี สกฺกสฺสาหํ อญฺญตรา ปชาปติ ยสุตฺตรา นาม ทิสาสุ วิสฺสุตาติ ฯ นาควิมานํ ตติยํ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. นาควิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผ้าคู่หนึ่งแด่พระพุทธเจ้า (พระวังคีสเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

ข้อ ๗๐๕

เธอประดับองค์ทรงเครื่องแล้ว ขึ้นคชสารตัวประเสริฐ มีร่างกายใหญ่ ประดับแก้วและทอง มีข่ายทองคลุมตระพอง ผูกสายรัดประคนทองไว้เรียบร้อย นั่งหลังคชสารเหาะมาที่นี้

ข้อ ๗๐๖

ที่งาทั้งสองของพญาคชสารล้วนมีสระโบกขรณีเนรมิต มีน้ำใสสะอาด ดารดาษด้วยปทุมชาติมีดอกบานสะพรั่ง ในดอกปทุมทุกดอกๆ มีหมู่ดุริยเทพบรรเลงเพลง และมีเหล่าเทพอัปสรนี้ฟ้อนรำชวนให้เกิดความรื่นเริงบันเทิงใจ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๔. อโลมวิมาน

ข้อ ๗๐๗

เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เธอได้บรรลุเทวฤทธิ์ เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร เธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เทพธิดาตอบว่า)

ข้อ ๗๐๘

ดิฉันได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่กรุงพาราณสี ได้ถวายผ้าคู่หนึ่งแด่พระองค์ ถวายอภิวาทพระยุคลบาทแล้วนั่งอยู่บนพื้นดิน มีจิตยินดีได้ทำอัญชลีแด่พระองค์แล้ว

ข้อ ๗๐๙

อนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงมีพระฉวีวรรณดุจทองคำธรรมชาติ ได้ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจว่าเป็นสภาวะไม่เที่ยง และทรงแสดงทุกขนิโรธสัจและมัคคสัจ ว่าเป็นสภาวะอันปัจจัยอะไรๆ ปรุงแต่งไม่ได้แล้วแก่ดิฉัน เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงได้รู้แจ้งชัดอริยสัจ ๔

ข้อ ๗๑๐

ดิฉันถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุยังน้อย เคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้ว บังเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ มีบริวารยศ เป็นปชาบดีองค์หนึ่งของท้าวสักกะ มีนามว่ายสุตตรา ปรากฏไปทั่วทุกทิศนาควิมานที่ ๓ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถานาควิมาน

นาควิมาน มีคาถาว่า อลงฺกตา มณิกญฺจนาจิตํ เป็นต้น

นาควิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ อิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพาราณสี.

สมัยนั้น อุบาสิกาชาวพาราณสีคนหนึ่งมีศรัทธาปสาทะ สมบูรณ์ด้วยศีลและจรรยา. นางให้ทอผ้าคู่ อุทิศพระผู้มีพระภาคเจ้า ให้ซักย้อมดีแล้ว เข้าเฝ้าวางผ้าไว้แทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกราบทูลอย่างนี้ว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดอนุเคราะห์ทรงรับผ้าคู่นี้ ซึ่งจะพึงเป็นประโยชน์ เป็นสุขตลอดกาลนานแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับผ้าคู่นั้น ทรงเห็นอุปนิสัยสมบัติของนาง จึงทรงแสดงธรรม. จบเทศนา นางดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำประทักษิณแล้วกลับบ้าน.

ต่อมาไม่นานนัก นางตายไปเกิดในภพดาวดึงส์ ได้เป็นที่สนิทเสน่หาของท้าวสักกเทวราช มีนามว่ายสุตตรา. ด้วยบุญญานุภาพของนาง ก็บังเกิดกุญชรชาติตัวประเสริฐคลุมด้วยข่ายทอง ที่คอของกุญชรนั้นมีมณฑปแก้วมณี กลางมณฑปก็บังเกิดรัตนบัลลังก์ที่ตกแต่งไว้อย่างดี และที่งาทั้งสองของกุญชรนั้น ปรากฏมีสระโบกขรณี ๒ สระดาดาษไปด้วยดอกปทุมบานสะพรั่งน่ารื่นรมย์ในดอกปทุมนั้นๆ มีเทพธิดายืนอยู่ตามกลีบปทุม ประโคมดนตรีเครื่อง ๕ และขับร้องกัน.

พระศาสดาประทับที่กรุงพาราณสี ตามพระพุทธอัธยาศัย แล้วเสด็จจาริกไปยังกรุงสาวัตถี. ครั้นเสด็จถึงกรุงสาวัตถีโดยลำดับแล้ว ได้ยินว่า ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี.

ครั้งนั้น เทพธิดานั้นตรวจดูทิพยสมบัติที่ตนเสวยอยู่ ทบทวนถึงเหตุที่ได้เสวยทิพยสมบัติ ทราบว่าเหตุคือถวายผ้าคู่แด่พระศาสดา เกิดโสมนัส เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้ามาก ประสงค์จะถวายบังคมครั้นล่วงราตรีปฐมยาม นางนั่งเหนือคอช้างตัวประเสริฐ เหาะมาลงจากคอช้างนั้นแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วยืนประคองอัญชลีอยู่ ณ ที่ควรแห่งหนึ่ง.

ท่านพระวังคีสะโดยพระพุทธานุญาต ได้ถามนางด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

ท่านประดับองค์แล้วขึ้นนั่งคชสารตัวประเสริฐซึ่งมีขนาดใหญ่ งามไปด้วยแก้วและทอง วิจิตรด้วยข่ายทอง ผูกสายรัดประคนเรียบร้อยเลื่อนลอยในอากาศเวหามาในที่นี้ ที่งาทั้งสองของคชสาร มีสระโบกขรณีที่เนรมิตไว้ มีน้ำใสสะอาด ดาดาษไปด้วยดอกปทุมบานสะพรั่งดอกปทุมทั้งหลายมีหมู่เทพอัปสรนักดนตรีพากันมาขับร้องประสานเสียงและฟ้อนรำ ชวนให้เกิดความประทับใจ.

ดูก่อนเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ท่านบรรลุเทวฤทธิ์แล้ว ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทั่วทิศ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อลงฺกตา ได้แก่ ประดับประดาด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง.

บทว่า มณิกญฺจนาจิตํ ความว่า ประดับด้วยแก้วและทองซึ่งนับว่าเป็นทิพย์เหล่านั้น.

บทว่า สุวณฺณชาลจิตํ ได้แก่ คลุมด้วยข่ายทอง.

บทว่า มหนฺตํ ได้แก่ ไพบูลย์ [สูงใหญ่].

บทว่า สุกปฺปิตํ ความว่า ผูกสอดอย่างดีด้วยเครื่องผูกสอดสำหรับเดิน.

บทว่า เวหาสยํ ได้แก่ เหนือหลังช้างกลางหาว.

บทว่า อนฺตลิกฺเข ได้แก่ ในอากาศ.

ปาฐะว่า อลงฺกตมณิกญฺจนจิตํ ดังนี้ก็มี และในข้อนี้มีความย่อดังต่อไปนี้

ดูก่อนเทพธิดา ท่านประดับองค์ด้วยเครื่องอลังการทั้งปวงขึ้นช้างตัวประเสริฐ คือช้างสูงสุดเป็นช้างขนาดใหญ่คือใหญ่เหลือเกินงามด้วยแก้วและทองที่ประดับแล้ว ระยับด้วยแก้วและทองซึ่งนับว่าเป็นทิพย์อย่างยิ่ง โดยทำให้เป็นของที่ประดับอยู่แล้วครอบคลุมด้วยข่ายทองคือเครื่องประดับช้าง ต่างโดยเครื่องประดับกระพองเป็นต้น นั่งบนหลังช้างเหาะลงในที่นี้เข้ามาหาเรา.

บทว่า นาคสฺส ทนฺเตสุ ทุเวสุ นิมฺมิตา ความว่า ที่งาทั้งสองของช้างนี้ ศิลปินผู้ชำนาญสร้างสระโบกขรณีไว้อย่างดีสองสระ เหมือนของพระยาช้างเอราวัณ.

บทว่า ตุริยคณา ได้แก่ หมู่เทพอัปสรนักดนตรีเครื่อง ๕ คือกลุ่มเทพอัปสรนักดนตรีเครื่อง ๕.

บทว่า ปภิชฺชเร ความว่า แยกเสียงประสาน ๑๒ ประเภท เกจิอาจารย์กล่าวว่า ปวชฺชเร บ้าง. อธิบายว่า บรรเลงหลายประการ.

ถูกพระเถระถามอย่างนี้แล้ว เทพธิดาก็กล่าวตอบ ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

ดีฉันได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่กรุงพาราณสี ได้ถวายผ้าคู่หนึ่งแด่พระพุทธเจ้า ถวายบังคมพระยุคลบาท แล้วนั่งอยู่ที่พื้นดิน ดีฉันปลื้มใจได้กระทำอัญชลี.

อนึ่ง พระพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณผุดผ่องดุจทองคำธรรมชาติ ได้ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจ และได้ทรงแสดงทุกขนิโรธสัจอันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ และมรรคสัจแก่ดีฉัน โดยประการที่ดีฉันจักรู้แจ้งได้ ดีฉันเป็นคนมีอายุน้อย ทำกาละ [ตาย]จุติจากชาตินั้นแล้ว ไปเกิดในชั้นไตรทศ [ดาวดึงส์] เป็นผู้เรืองยศ เป็นปชาบดีองค์หนึ่งของท้าวสักกะ นามว่า ยสุตตรา ปรากฏไปทุกทิศ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฉมา แปลว่า ที่พื้นดิน. จริงอยู่ บทนี้เป็นปฐมาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ.

บทว่า วิตฺตา แปลว่า ยินดีแล้ว. บทว่า ยโต แปลว่า โดยประการใด คือโดยพระศาสดาทรงแสดงสามุกังสิกธรรมเทศนายกขึ้นแสดงเอง (ไม่ต้องปรารภคำถามเป็นต้นของผู้ฟัง ได้แก่เทศนาเรื่องอริยสัจ).

บทว่า วิชานิสฺสํ ความว่า จักแทงตลอดอริยสัจ ๔.

บทว่า อปฺปายุกี ความว่า เป็นผู้มีอายุน้อย เพราะกรรมสิ้นสุด ดุจที่เกิดต่อเนื่องกันว่า เพราะทำบุญอันโอฬารเช่นนี้ ท่านจึงไม่ต้องดำรง อยู่อย่างนี้ในอัตภาพมนุษย์ที่มากไปด้วยความทุกข์นี้.

บทว่า อญฺญตรา ปชาปติ ความว่า เป็นปชาบดีองค์หนึ่ง บรรดาปชาบดีหมื่นหกพันองค์ [ของท้าวสักกะ].

บทว่า ทิสาสุ วิสฺสุตา ความว่า ปรากฏ คือรู้จักทั่วไปในทิศทั้งปวงในเทวโลกทั้งสอง.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

จบอรรถกถานาควิมาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา