๔. อโลมวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๒|๔๒.๔๙๖| ๔ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๔๒.๔๙๗| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๒.๔๙๘| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๒.๔๙๙| อหญฺจ พาราณสิยํ พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน อทาสึ สุกฺขกุมฺมาสํ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ |๔๒.๕๐๐| สุกฺขาย อโลณิกาย จ ปสฺส ผลํ กุมฺมาสปิณฺฑิยา อโลมํ สุขิตํ ทิสฺวา โก ปุญฺญํ น กริสฺสติ |๔๒.๕๐๑| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ อโลมวิมานํ จตุตฺถํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. อโลมวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางอโลมาผู้ถวายขนมกุมาสแห้ง (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ดุจดาวประกายพรึก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๕. กัญชิกทายิกาวิมาน [๗๑๒-๗๑๓] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเช่นนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ดิฉันเมื่ออยู่ในกรุงพาราณสี มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายขนมกุมมาสแห้งแด่พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ด้วยมือทั้งสองของตน
ขอพระคุณเจ้าจงดูผลก้อนขนมกุมมาสแห้งทั้งหารสเค็มมิได้ ครั้นเห็นว่าถวายขนมกุมมาสแห้งหารสเค็มมิได้แล้ว ได้รับความสุข ใครเล่าจักไม่กระทำบุญ [๗๑๗-๗๑๘] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้อโลมวิมานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอโลมวิมาน
อโลมวิมาน มีคาถาว่า อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน เป็นต้น.
อโลมวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ?
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพาราณสี เวลาเช้าทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงพาราณสี.
ในกรุงพาราณสีนั้น มีหญิงเข็ญใจคนหนึ่งชื่ออโลมา เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเลื่อมใส ไม่เห็นสิ่งอื่นที่ควรถวาย นางคิดว่า ของที่ถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้เช่นนี้ ก็จักมีผลมากแก่เรา จึงน้อมถวายขนมแห้งไม่เค็มมีผิวราน.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับขนมนั้น.
นางได้ยึดทานนั้นเป็นอารมณ์ เสวยโสมนัสความดีใจ. กาลต่อมา นางตายบังเกิดในภพดาวดึงส์.
ท่านพระมหาโมคคัลลานะถามนางว่า
ดูก่อนเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม เปล่งรัศมีสว่างไปทุกทิศ เหมือนดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารัก จึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพธิดาแม้นั้นได้ตอบปัญหาแก่พระเถระแล้ว เพื่อจะแสดงข้อนั้น
พระสังคีติกาจารย์จึงกล่าวว่า
เทวดานั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ดีฉันอยู่ในกรุงพาราณสี มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายขนมแห้ง แด่พระพุทธเจ้าผู้เผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ด้วยมือของตน ขอพระคุณเจ้าโปรดดูผลของชิ้นขนมแห้ง อันหารสเค็มมิได้ ครั้นเห็นว่าขนมแห้งไม่เค็มแล้วได้ความสุข ใครเล่าจักไม่ทำบุญ.
เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอกท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันได้กระทำบุญใดไว้ เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อโลมํ สุขิตํ ทิสฺวา ความว่า เห็นว่าถวายขนมแห้งแม้ชื่ออโลมะ แล้วยังได้สุขโดยความสุขอันเป็นทิพย์อย่างนี้.
บทว่า โก ปุญฺญํ น กริสฺสติ ความว่า ใครเล่าเมื่อหวังประโยชน์เกื้อกูลและความสุขสำหรับตน จักไม่กระทำบุญ.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาอโลมวิมาน -----------------------------------------------------