๓. มณิถูณวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๗๗|๗๗.๘๕๑| ๓ อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ กูฏาคารา สตฺตสตา อุราฬา เวฬุริยตฺถมฺภา รุจิรตฺถตา สุภา |๗๗.๘๕๒| ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคู ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณฉนฺนา |๗๗.๘๕๓| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๗๗.๘๕๔| โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๗๗.๘๕๕| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต วิวเน ปเถ จงฺกมํ อกาสึ อารามรุกฺขานิ จ โรปยิสฺสํ ปิยา จ เม สีลวนฺโต อเหสุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ |๗๗.๘๕๖| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ มณิถูณวิมานํ ตติยํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. มณิถูณวิมาน ว่าด้วยวิมานแก้วมณีที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้ปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)
วิมานมีเสาทำด้วยแก้วมณีนี้สูงมาก วัดโดยรอบได้ ๑๒ โยชน์ เป็นปราสาท ๗๐๐ ยอด ดูโอฬาร มีเสาประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ มีพื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำสวยงาม
ท่านสถิต ดื่ม กินอยู่ในวิมานนั้น มีทวยเทพพากันมาบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ ในวิมานของท่านนี้มีเบญจกามคุณอันเป็นทิพรส และเหล่าเทพนารีผู้ประดับด้วยอาภรณ์ทองคำฟ้อนรำอยู่ [๑๑๒๘-๑๑๒๙] เพราะบุญอะไรท่านจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้สร้างที่จงกรมไว้ใกล้หนทางในป่า และปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น อนึ่ง ท่านผู้มีศีลทั้งหลายเป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๔๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๔. สุวัณณวิมาน [๑๑๓๒-๑๑๓๓] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ มณิถูณวิมานที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามณิถูณวิมาน
มณิถูณวิมาน มีคาถาว่า อุจจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ เป็นต้น.
มณิถูณวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี.
สมัยนั้น ภิกษุผู้เถระเป็นจำนวนมากอยู่ในที่อยู่ในป่า ในทางที่พระเถระเหล่านั้นไปบิณฑบาตยังหมู่บ้านตำบลใกล้ๆอุบาสกคนหนึ่งปรับพื้นที่ไม่เรียบให้เรียบเอาหนามออกไป ถางกอไม้พุ่มไม้ออก ผูกสะพานที่เหมืองทั้งหลายในฤดูน้ำ ปลูกต้นไม้มีเงาร่มรื่นในที่ไม่มีต้นไม้ลอกลำห้วยและทำให้กว้างและลึก จัดทำท่าน้ำไว้พร้อม และให้ทานตามกำลังทรัพย์ รักษาศีล.
ต่อมา เขาทำกาลกิริยาตายไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒ โยชน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ เข้าไปหาสอบถามเทพบุตรนั้นด้วยคาถาหลายคาถาว่า
วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบ มีห้องรโหฐาน ๗๐๐ ล้วนเสาแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดที่งดงามโอฬารท่านนั่งและดื่มกินในวิมานนั้น และพิณทิพย์ก็บรรเลงไพเราะ มีกามคุณ ๕ มีรสเป็นทิพย์ และอัปสรเทพนารีที่แต่งองค์ด้วยทองฟ้อนรำอยู่เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพบุตร ผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพบุตรนั้นได้พยากรณ์แก่พระมหาโมคคัลลานเถระ ด้วยคาถาหลายคาถาว่า
เทพบุตรนั้นถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ดีใจ ครั้นถูกถามแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ข้าพเจ้าได้สร้างที่จงกรมไว้ในทางที่ไม่มีต้นไม้ และปลูกต้นไม้ไว้ร่มรื่น. อนึ่ง สมณะ ผู้มีศีล ได้เป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส เมื่อบริจาคข้าวและน้ำ ได้ถวายทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ.
เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า ฯลฯ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวเน ได้แก่ ในป่า.
บทว่า อารามรุกฺขานิ ความว่า ข้าพเจ้าได้ปลูกต้นไม้ทั้งหลายในที่นั้น ทำต้นไม้ทั้งหลายให้เป็นที่ร่มรื่น หรือทำต้นไม้ทั้งหลายในอารามให้ร่มรื่น
คำที่เหลือทั้งหมดมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถามณิถูณวิมาน -----------------------------------------------------