๒. ภคุเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. ภคุเถรคาถา สุภาษิตสอนให้มีโยนิโสมนสิการ
|๓๒๔.๒๗๑| ๒ อหํ มิทฺเธน ปกโต วิหารา อุปนิกฺขมึ จงฺกมํ อภิรูหนฺโต ตตฺเถว ปปตึ ฉมา ฯ |๓๒๔.๒๗๒| คตฺตานิ ปริมชฺชิตฺวา ปุน ปารุยฺห จงฺกมํ จงฺกมึ จงฺกเม โสหํ อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต ฯ |๓๒๔.๒๗๓| ตโต เม มนสีกาโร โยนิโส อุทปชฺชถ อาทีนโว ปาตุรหุ นิพฺพิทา สมติฏฺฐถ ฯ |๓๒๔.๒๗๔| ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ ภคุ เถโร ฯ
ข้าพระองค์ถูกความง่วงเหงาหาวนอนครอบงำ ได้ออกไปจากวิหาร ขึ้นสู่ที่จงกรม ล้มลงที่แผ่นดิน ณ ที่ใกล้บันได จงกรมนั้นนั่นเอง ข้าพระองค์ลูบเนื้อลูบตัวแล้วขึ้นสู่ที่จงกรมอีก เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วใน ภายใน เดินจงกรมอยู่ แต่นั้น การกระทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบ คาย ได้บังเกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์ อาทีนวโทษปรากฏแก่ข้าพระองค์ ความเบื่อหน่ายก็ตั้งลงมั่น ลำดับนั้น จิตของข้าพระองค์ก็หลุดพ้นจาก สรรพกิเลส ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรดูความที่แห่งธรรมเป็นธรรม อันดีเลิศ ข้าพระองค์ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว ได้ทำกิจพระพุทธศาสนา เสร็จแล้ว.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ภคุเถรคาถา ภาษิตของพระภคุเถระ (พระภคุเถระได้กล่าว ๔ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
เราถูกความง่วงเหงาหาวนอนครอบงำ ได้ออกไปจากที่อยู่ กำลังขึ้นที่จงกรม ได้ล้มลงที่พื้นดินตรงนั้นเอง @เชิงอรรถ : @ วิชชา ๓ คือ (๑) ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ความรู้ที่ให้ระลึกชาติได้ (๒) จุตูปปาตญาณ ความรู้การจุติ@และอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย (๓) อาสวักขยญาณ ความรู้ที่ทำอาสวะให้สิ้น (ที.ปา. ๑๑/๓๕๓/๒๕๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๘๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๔. จตุตกกนิบาต] ๓. สภิยเถรคาถา
เรานั้นนวดตัวแล้ว กลับขึ้นที่จงกรมใหม่ มีใจตั้งมั่นดีแล้ว ได้จงกรม ณ ที่จงกรม
จากนั้น โยนิโสมนสิการจึงเกิดขึ้นแก่เรา โทษก็ปรากฏ ความเบื่อหน่ายก็เกิดขึ้นพร้อมกัน
ต่อแต่นั้น จิตของเราก็หลุดพ้น ท่านจงมองเห็นธรรมว่าเป็นธรรมดีงาม เราบรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภคุเถรคาถาที่ ๒
คาถาแห่งท่านพระภคุเถระ มีคำเริ่มต้นว่า อหํ มิทฺเธน ดังนี้.
เรื่องนั้นมีเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ได้ยินว่า ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านพระภคุเถระนี้บังเกิดในเรือนมีตระกูล ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสา เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว บูชาพระธาตุทั้งหลายของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นด้วยดอกไม้ทั้งหลาย.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านบังเกิดในเทพชั้นนิมมานรดี ท่องเที่ยวไปๆ มาๆ ในเทวโลกและมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในสักยราชตระกูล ได้นามว่าภคุ เจริญวัยแล้ว ออกบวชพร้อมท่านพระอนุรุทธะและพระกิมิละ อยู่ในพาลกโลณกคาม
____________________________
ม. ม. เล่ม ๑๓/ข้อ ๑๙๕
วันหนึ่ง เพื่อจะบรรเทาความที่ถูกถีนมิทธะครอบงำ จึงออกจากวิหาร ขึ้นสู่ที่จงกรมล้มลง ทำการล้มนั้นนั่นแหละให้เป็นขอสับ บรรเทาถีนมิทธะ เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัตแล้ว.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มียศใหญ่ปรินิพพานแล้ว เราได้เอาผอบอันเต็มด้วยดอกไม้ไปบูชาพระสรีระ เรายังจิตให้เลื่อมใสในบุญกรรมนั้นแล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นนิมมานรดี เราถึงจะไปอยู่ยังเทวโลกก็ยังประพฤติพรหมจรรย์อยู่ ฝนดอกไม้ตกจากฟากฟ้าเพื่อเราตลอดกาลทั้งปวง เราสมภพในมนุษย์ก็เป็นพระราชาผู้มียศใหญ่ ในอัตภาพนั้นฝนดอกโกสุมตกลงมาเพื่อเราทุกเมื่อ เพราะอำนาจที่เอาดอกไม้บูชาที่พระสรีระของพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นเหตุ
นี้เป็นการเห็นครั้งสุดท้ายของเรา ภพที่สุดกำลังเป็นไป ถึงทุกวันนี้ ฝนดอกไม้ก็ตกลงมาเพื่อเราทุกเวลา ในแสนกัปแต่ภัทรกัปนี้ เราเอาดอกไม้ใดบูชา ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสรีระ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... ฯลฯ ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๔๘
ก็แลครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว ปล่อยให้กาลล่วงไปด้วยสุขอันเกิดแต่ผลจิต และสุขอันเกิดแต่พระนิพพาน อันพระศาสดาผู้เสด็จเข้าไปใกล้ เพื่อทรงชื่นชมถึงการอยู่โดดเดี่ยวแล้วตรัสถามว่า ภิกษุ เธอเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่บ้างหรือ.
เมื่อจะประกาศการอยู่ด้วยความไม่ประมาทของตนจึงได้ภาษิต ๔ คาถาเหล่านี้ว่า
ข้าพระองค์ถูกความง่วงเหงาหาวนอนครอบงำ ได้ออก
ไปจากวิหารขึ้นสู่ที่จงกรม ล้มลงที่แผ่นดิน ณ ที่ใกล้บันได
จงกรมนั้นนั่นเอง ข้าพระองค์ลูบเนื้อลูบตัวแล้วขึ้นสู่ที่จงกรม
อีก เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วในภายใน เดินจงกรมอยู่ แต่นั้นการ
กระทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคายได้บังเกิดขึ้นแก่ข้าพระ
องค์ อาทีนวโทษปรากฏแก่ข้าพระองค์ ความเบื่อหน่ายก็ตั้ง
ลงมั่น ลำดับนั้น จิตของข้าพระองค์ก็หลุดพ้นจากสรรพกิเลส
ขอพระองค์จงทอดพระเนตรดูความที่แห่งธรรมเป็นธรรมอัน
ดีเลิศ ข้าพระองค์ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว ได้ทำกิจพระพุทธ
ศาสนาเสร็จแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิทฺเธน ปกโต ความว่า ผู้ถูกมิทธะอันกำจัดความไม่สามารถเป็นสภาวะ กล่าวคือความเกียจคร้านแห่งกายครอบงำ.
บทว่า วิหารา ได้แก่ จากเสนาสนะ.
บทว่า อุปนิกฺขมึ ได้แก่ ออกไปเพื่อเดินจงกรม.
บทว่า ตตฺเถว ปปตึ ฉมา ความว่า ล้มลงที่ภาคพื้น เพราะถูกความหลับครอบงำ ที่บันไดจงกรมนั้นนั่นแล.
บทว่า คตฺตานิ ปริมชฺชิตฺวา ความว่า ตามนวดอวัยวะแห่งร่างกายตน โดยล้มลงที่ภาคพื้นเกลือกฝุ่นอยู่.
บทว่า ปุนปารุยฺห จงฺกมนํ ความว่า ไม่ถึงทำหน้าสยิ้วว่า บัดนี้เราล้มแล้ว ขึ้นสู่ที่จงกรมแม้อีก.
บทว่า อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต ประกอบความว่า เรามีจิตตั้งมั่นแล้วด้วยดี คือเป็นผู้มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งจงกรม ด้วยการข่มนิวรณ์ในกัมมัฏฐาน อันเป็นอารมณ์ภายใน.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
ก็นี้แลเป็นการพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ.
จบอรรถกถาภคุเถรคาถาที่ ๒ -----------------------------------------------------