๕. สัตตักขัตตุปรมกถา ว่าด้วยบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๒. ทวาทสมวรรค] ๕. สัตตักขัตตุปรมกถา (๑๒๐) ๕. สัตตักขัตตุปรมกถา (๑๒๐) ว่าด้วยบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ
สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้ง เป็นอย่างยิ่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ปลงชีวิตมารดา ปลงชีวิตบิดา ปลงชีวิต พระอรหันต์ มีจิตคิดประทุษร้ายทำร้ายพระตถาคตจนพระโลหิตห้อ ทำลายสงฆ์ให้แตกกันได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะนั้น เป็นผู้ไม่ควรที่จะได้บรรลุธรรมในระหว่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้ไม่ควรที่จะได้บรรลุธรรมในระหว่างใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เขาปลงชีวิตมารดา ปลงชีวิตบิดา ปลงชีวิตพระอรหันต์ มีจิตคิดประทุษร้ายทำร้ายพระตถาคตจนพระโลหิตห้อ ทำลายสงฆ์ให้แตกกันได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ หมายถึงพระอริยบุคคลชั้นโสดาบันผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๓ ประการได้แล้ว@ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกอีก@๗ ชาติแล้วจึงจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑/๕๓-๕๔), ดูเทียบ อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๓๑/๑๕๔@ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๔๑/๒๖๔) @ เพราะมีความเห็นว่า พระโสดาบันประเภทสัตตักขัตตุปรมะต้องเกิดถึง ๗ ชาติ จึงจะสามารถบรรลุ@อรหัตตผลได้(ตีความตามพยัญชนะ) ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า พระโสดาบันประเภทสัตตัก-@ขัตตุปรมะไม่มีกฎตายตัวว่าจะต้องเกิดถึง ๗ ชาติ บางท่านอาจไม่ถึง ๗ ชาติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแก่กล้า@แห่งอินทรีย์ของแต่ละบุคคล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๔๑/๒๖๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๙๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๒. ทวาทสมวรรค] ๕. สัตตักขัตตุปรมกถา (๑๒๐)
สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งด้วยมรรคอันแน่นอนใด มรรคอันแน่นอนนั้นมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งด้วยสติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์เหล่าใด สติปัฏฐานสัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์เหล่านั้นมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็น อย่างยิ่ง ด้วยมรรคอันแน่นอนใด มรรคอันแน่นอนนั้นไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งด้วยมรรคอันแน่นอนใด มรรคอันแน่นอนนั้นไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง” สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งด้วยสติปัฏฐาน ฯลฯ โพชฌงค์เหล่าใด สติปัฏฐาน ฯลฯ โพชฌงค์เหล่านั้นไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็น อย่างยิ่ง ด้วยโพชฌงค์เหล่าใด โพชฌงค์เหล่านั้นไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๐๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๒. ทวาทสมวรรค] ๕. สัตตักขัตตุปรมกถา (๑๒๐)
สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ด้วยการกำหนดแน่นอนคือสกทาคามีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ด้วยการกำหนดแน่นอนคืออนาคามีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ด้วยการกำหนดแน่นอนคืออรหัตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ด้วยการกำหนดแน่นอนอะไร ปร. ด้วยการกำหนดแน่นอนคือโสดาปัตติผล สก. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เหล่าชนที่ก้าวลงสู่โสดาปัตตินิยาม ทั้งหมดนั้นเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิด อีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลนั้นเป็นสัตตักขัตตุปรมะมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากบุคคลนั้นเป็นสัตตักขัตตุปรมะ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้แน่นอนที่จะเกิดอีก ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง” สัตตักขัตตุปรมกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๐๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตกฺขตฺตุํปรมกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สัตตักขัตตุปรมกถา
สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตา ชีวิตา โวโรปิตา ปิตา ชีวิตา โวโรปิโต อรหา ชีวิตา โวโรปิโต ทุฏฺเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาทิตํ สงฺโฆ ภินฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ได้ปลงชีวิตมารดา ได้ปลงชีวิตบิดา ได้ปลงชีวิตพระอรหันต์ ได้มีจิตประทุษร้าย ยังพระโลหิตของพระตถาคตให้ห้อได้ทำลายสงฆ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อภพฺโพ อนฺตรา ธมฺมํ อภิสเมตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อภพฺโพ อนฺตรา ธมฺมํ อภิสเมตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตา ชีวิตา โวโรปิตา ปิตา ชีวิตา โวโรปิโต อรหา ชีวิตา โวโรปิโต ทุฏฺเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาทิตํ สงฺโฆ ภินฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อตรัสรู้ธรรมในระหว่าง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อตรัสรู้ธรรมในระหว่าง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะนั้น ได้ปลงชีวิตมารดา ได้ปลงชีวิตบิดา ได้ปลงชีวิตพระอรหันต์ ได้มีจิตประทุษร้าย ยังพระโลหิตของพระตถาคตให้ห้อ ได้ทำลายสงฆ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โส นิยโม เยน นิยเมน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ เต สติปฏฺฐานา สมฺมปฺปธานา อิทฺธิปาทา อินฺทฺริยา พลา โพชฺฌงฺคา เยหิ โพชฺฌงฺเคหิ สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นิยมที่กำหนดบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ไว้ด้วยความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ ที่กำหนดบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ไว้ด้วยความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ โส นิยโม เยน นิยเมน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ โส นิยโม เยน นิยเมน สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํ- ปรมตานิยโต โน วต เร วตฺตพฺเพ สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ
ส. นิยมที่กำหนดบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ไว้ด้วยความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า นิยมที่กำหนดบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ไว้ด้วยความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง
นตฺถิ เต สติปฏฺฐานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา เยหิ โพชฺฌงฺเคหิ สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ เต โพชฺฌงฺคา เยหิ โพชฺฌงฺเคหิ สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโต โน วต เร วตฺตพฺเพ สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ
ส. สติปัฏฐาน ฯลฯ โพชฌงค์ ที่กำหนดบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ไว้ด้วยความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า โพชฌงค์ที่กำหนดบุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ ไว้ด้วยความเกิด ๗ครั้ง เป็นอย่างยิ่ง ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง
สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามินิยเมนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามินิยเมนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตฺตนิยเมนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กตเมน นิยเมนาติ ฯ โสตาปตฺตินิยเมนาติ ฯ
ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ด้วยสกทาคามีนิยม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ด้วยอนาคามีนิยม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ด้วยอรหัตนิยม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ด้วยนิยมอะไร? ป. ด้วยโสดาปัตตินิยม
สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เย เกจิ โสตาปตฺตินิยามํ โอกฺกมนฺติ สพฺเพ เต สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใด ก้าวลงสู่โสดาปัตตินิยม ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํ- ปรมตานิยโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ โส สตฺตกฺขตฺตุํปรโมติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ โส สตฺตกฺขตฺตุํปรโม เตน วต เร วตฺตพฺเพ สตฺตกฺขตฺตุํปรโม ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุํปรมตานิยโตติ ฯ สตฺตกฺขตฺตุํปรมกถา ฯ โกลํโกลเอกวีชีกถา
ส. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลนั้น เป็นสัตตักขัตตุปรมะ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลนั้นเป็นสัตตักขัตตุปรมะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะ เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่งสัตตักขัตตุปรมกถา จบ. -----------------------------------------------------