๑๐. วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา ว่าด้วยวิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา (๗๒) ว่าด้วยวิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก
สก. วิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐๑/๒๓๐-๒๓๑) @ เพราะมีความเห็นว่า วิบากสามารถเป็นกรรมได้ โดยอ้างหลักการแห่งอัญญมัญญปัจจัยในปัฏฐาน@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า วิบากเป็นเพียงปัจจัยเกื้อหนุนแก่กันและกันเท่านั้น@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐๑/๒๓๐-๒๓๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๑๐. วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา (๗๒) สก. วิบากแห่งวิบากนั้น เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิบากแห่งวิบากนั้น เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี การตัดขาดจากวัฏฏะไม่มี อนุปาทาปรินิพพานก็ไม่มีแก่วิบากแห่งวิบากที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากทั้ง ๒ ชั้นดังกล่าวมานั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บัญญัติว่าวิบากกับสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก หรือบัญญัติว่า สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากกับวิบาก นี้นั้น มีความหมายอย่างเดียวกัน เสมอกันมีส่วนเท่ากัน มีสภาพเหมือนกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิบากและสภาวธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก สภาวธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากและวิบากสหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีวัตถุอย่างเดียวกัน มีอารมณ์อย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อกุศลกับวิบากแห่งอกุศลเป็นอันเดียวกัน กุศลกับวิบากแห่งกุศลเป็นอันเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค สก. วิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลถูกไหม้อยู่ในนรกด้วยจิตดวงที่เป็นเหตุฆ่าสัตว์เท่านั้น บันเทิงอยู่ในสวรรค์ก็ด้วยจิตดวงที่เป็นเหตุให้ทานเท่านั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “วิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิบากคืออรูปขันธ์ ๔ เป็นอัญญมัญญปัจจัยมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากวิบากคืออรูปขันธ์ ๔ เป็นอัญญมัญญปัจจัย ดังนั้น ท่านจึงควร ยอมรับว่า “วิบากเป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก” วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา จบ สัตตมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สังคหิตกถา ๒. สัมปยุตตกถา ๓. เจตสิกกถา ๔. ทานกถา ๕. ปริโภคมยปุญญกถา ๖. อิโตทินนกถา ๗. ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา ๘. ชรามรณังวิปาโกติกถา ๙. อริยธัมมวิปากกถา ๑๐. วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถา
วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. วิบากของวิบากนั้น ก็เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิบากของวิบากนั้น ก็เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อเป็นอย่างนั้น วิบากนั้นๆ ก็ไม่มีการทำที่สุดทุกข์ ไม่มีความขาดตอนแห่งวัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปาโกติ วา วิปากธมฺมธมฺโมติ วา วิปากธมฺมธมฺโมติ วา วิปาโกติ วา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คำว่า วิบาก หรือว่า ธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากก็ดี คำว่าธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือว่าวิบากก็ดี คำทั้งสองนี้ก็อย่างเดียวกัน เสมอกัน เท่ากันเหมือนกัน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปาโก จ วิปากธมฺมธมฺโม จ วิปากธมฺมธมฺโม จ วิปาโก จ สหคตา สหชาตา สํสฏฺฐา สมฺปยุตฺตา เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา เอกวตฺถุกา เอการมฺมณาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิบาก กับธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก ธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก กับวิบากสหรคตกัน เกิดร่วมกัน ระคนกัน สัมปยุตกัน เกิดด้วยกัน ดับด้วย กัน มีวัตถุอันเดียวกัน มีอารมณ์อันเดียวกัน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว อกุสลํ โส อกุสลสฺส วิปาโก ตญฺเญว กุสลํ โส กุสลสฺส วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อกุศลอันนั้น วิบากแห่งอกุศลก็อันนั้นแล กุศลอันนั้นวิบากแห่งกุศลก็อันนั้นแล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ เยเนว จิตฺเตน ปาณํ หนติ เตเนว จิตฺเตน นิรเย ปจฺจติ เยเนว จิตฺเตน ทานํ เทติ เตเนว จิตฺเตน สคฺเค โมทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลฆ่าสัตว์ด้วยจิตใจ ก็ไหม้ในนรกด้วยจิตนั้นแหละ บุคคลให้ทานด้วยจิตใด ก็บันเทิงในสวรรค์โดยจิตนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วิปากา จตฺตาโร ขนฺธา อรูปิโน อญฺญมญฺญปจฺจยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิปากา จตฺตาโร ขนฺธา อรูปิโน อญฺญมญฺญปจฺจยา เตน วต เร วตฺตพฺเพ วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติกถา ฯ สตฺตโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ ฯ สงฺคโห สมฺปโยโค เจตสิโก ธมฺโม เจตสิกํ ทานํ ปริโภคมยํ ปุญฺญํ วฑฺฒติ อิโตทินฺเนน ตตฺถ ยาเปนฺติ ปฐวี กมฺมวิปาโก ชรามรณํ วิปาโก นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโก วิปาโก วิปากธมฺมธมฺโมติ ฯ ------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิบาก คือ ขันธ์ ๔ ส่วนนามธรรม เป็นอัญญมัญญปัจจัยมิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า วิบาก คือ ขันธ์ ๔ ส่วนนามธรรมเป็นอัญญมัญญปัจจัย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า วิบากเป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถา จบ วรรคที่ ๗ จบ -----------------------------------------------------