อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๒๕

๕. อุจฉุเปตวัตถุ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 9 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. อุจฉุเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของอุจฉุเปรต เปรตตนหนึ่งถามพระมหาโมคคัลลานเถระว่า

ข้อ ๑๒๕

|๑๒๕.๖๔๕| ๕ อิทํ มม อุจฺฉุวนํ มหนฺตํ นิพฺพตฺตติ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ ตํ ทานิ เม น ปริโภคํ อุเปติ อาจิกฺข ภนฺเต กิสฺส อยํ วิปาโก ฯ |๑๒๕.๖๔๖| วิหญฺญามิ ขชฺชามิ จ วายมามิ จ ปริสกฺกามิ ปริภุญฺชิตุํ กิญฺจิ สฺวาหํ ฉินฺนาตุโม กปโณ ลาลปามิ กิสฺส กมฺมสฺส อยํ วิปาโก ฯ |๑๒๕.๖๔๗| วิฆาโต จาหํ ปริปตามิ ฉมายํ ปริวตฺตามิ วาริจโรว ฆมฺเม ทูรโต จ เม อสฺสุกานิ คลนฺติ อาจิกฺข ภนฺเต กิสฺส อยํ วิปาโก ฯ |๑๒๕.๖๔๘| ฉาโต กิลนฺโต จ ปิปาสิโต จ สํตสิโต สาตสุขํ น วินฺเท ปุจฺฉามิ ตํ เอตมตฺถํ ภทนฺเต กถนฺนุ อุจฺฉุปริโภคํ ลเภยฺยํ ฯ |๑๒๕.๖๔๙| ปุเร ตุวํ กมฺมมกาสิ อตฺตนา ฯ มนุสฺสภูโต ปุริมาย ชาติยา อหญฺจ ตํ เอตมตฺถํ วทามิ สุตฺวาน ตฺวํ เอตมตฺถํ วิชานํ ฯ |๑๒๕.๖๕๐| อุจฺฉู ตุวํ ขาทมาโน ปยาโต ปุริโส จ เต ปิฏฺฐิโต อนุคญฺฉิ โส จ ตํ ปจฺจาสนฺโต กเถสิ ตสฺส ตุวํ น กิญฺจิ อาลปิตฺถ ฯ |๑๒๕.๖๕๑| โส จ ตํ อภณนฺตํ อยาจิ เทเหยฺย อุจฺฉุนฺติ จ ตํ อโวจ ตสฺส ตุวํ ปิฏฺฐิโต อุจฺฉุํ อทาสิ ตสฺเสตํ กมฺมสฺส อยํ วิปาโก ฯ |๑๒๕.๖๕๒| อิงฺฆ ตฺวํ คนฺตฺวาน ปิฏฺฐิโต คเณฺหยฺยาสิ คเหตฺวาน ขาทสฺสุ ยาวทตฺถํ เตเนว ตฺวํ อตฺตมโน ภวิสฺสสิ หฏโฐ อุทคฺโค จ ปโมทิโต จ ฯ |๑๒๕.๖๕๓| คนฺตฺวาน โส ปิฏฺฐิโต อคฺคเหสิ คเหตฺวาน ตํ ขาทิ ยาวทตฺถํ เตเนว โส อตฺตมโน อโหสิ หฏฺโฐ อุทคฺโค จ ปโมทิโตติ ฯ อุจฺฉุเปตวตฺถุ ปญฺจมํ ฯ

ไร่อ้อยใหญ่นี้เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า เป็นผลบุญไม่น้อย แต่เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้ากินอ้อยนั้นไม่ได้ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านโปรดบอก นี้เป็น ผลแห่งกรรมอะไร ข้าพเจ้าย่อมเดือดร้อนจะกัดกินพยายามตะเกียก ตะกายเพื่อจะบริโภคสักหน่อยก็ไม่สมหวัง กำลังก็สิ้นลง บ่นเพ้อนัก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร อนึ่ง ข้าพเจ้าถูกความหิวและความกระหาย เบียดเบียน แล้วหมุนล้มไปที่แผ่นดิน กลิ้งเกลือกไปมา ดุจปลาดิ้นรน อยู่ในที่ร้อน เมื่อข้าพเจ้าร้องไห้อยู่สัตว์ทั้งหลายย่อมพากันมากินน้ำตา ของข้าพเจ้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านโปรดบอก นี้เป็นผลแห่งกรรม อะไร ข้าพเจ้าเป็นผู้หิวกระหายลำบาก ดิ้นรนไปว่า ย่อมไม่ประสบ ความสุขที่น่ายินดี ข้าแต่ท่านผู้เจริญข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนั้นกะท่าน ข้าพเจ้าจะพึงบริโภคอ้อยได้อย่างไร? พระมหาโมคคัลลานเถระกล่าวว่า เมื่อชาติก่อน ท่านเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำกรรมไว้ด้วยตนเอง เราจะบอก เนื้อความนั้นกะท่าน ขอท่านจงฟังแล้วจำเนื้อความข้อนั้นไว้ ท่านเดิน กัดกินอ้อยไป และมีบุรุษคนหนึ่งเดินตามหลังท่านไป เขาหวังจะกิน อ้อย จึงบอกแก่ท่าน ท่านก็มิได้พูดอะไรๆ แก่เขา เขาจึงได้พูดวิงวอน ท่านผู้ไม่พูดตอบว่า ขอท่านพึงให้อ้อยเถิด ท่านได้ให้อ้อยแก่บุรุษนั้น โดยข้างหลัง นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น เชิญท่านพึงไปถือเอาอ้อยข้างหลัง ซิ ครั้นถือเอาได้แล้ว จงกินให้อิ่มหนำเถิด เพราะเหตุนั้นแหละ ท่าน จักเป็นผู้เบิกบานร่าเริงบันเทิงใจ เปรตนั้นได้ไปถือเอาโดยข้างหลัง ครั้นแล้วจึงได้กินอ้อยนั้นจนอิ่มหนำ เพราะเหตุนั้นแล เปรตนั้นได้เป็น ผู้เบิกบานร่าเริงบันเทิงใจ. จบ อุจฉุเปตวัตถุ.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๕. อุจฉุเปตวัตถุ ๕. อุจฉุเปตวัตถุ เรื่องเปรตเจ้าของไร่อ้อย (อุจฉุเปรตถามพระมหาโมคคัลลานเถระว่า)

ข้อ ๗๓๗

ไร่อ้อยแปลงใหญ่นี้เกิดมีแก่ข้าพเจ้า เป็นผลบุญมิใช่น้อย เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้ากินอ้อยนั้นไม่ได้ ท่านผู้เจริญ นิมนต์ท่านบอกด้วยเถิดว่า นี้เป็นผลกรรมอะไร

ข้อ ๗๓๘

ข้าพเจ้าเดือดร้อน อยากจะกิน(อ้อย) พยายามตะเกียกตะกาย ทนทุกข์ จะกินสักหน่อยหนึ่ง ก็สิ้นเรี่ยวแรง พร่ำเพ้ออยู่ นี้เป็นผลกรรมอะไร

ข้อ ๗๓๙

อนึ่ง ข้าพเจ้าหมดเรี่ยวแรงแล้ว ซวนเซล้มลง ดิ้นเร่าๆ อยู่บนพื้นดิน เหมือนปลาดิ้นรนอยู่บนบกที่ร้อนจัด ก็เมื่อข้าพเจ้าร้องไห้อยู่ สัตว์ทั้งหลายพากันมากินน้ำตาของข้าพเจ้า ท่านผู้เจริญ นี้เป็นผลกรรมอะไร

ข้อ ๗๔๐

ข้าพเจ้าทั้งเหน็ดเหนื่อย ทั้งหิวกระหาย ปากคอแห้งผาก ไม่ประสบความสุขสำราญ ท่านผู้เจริญ อย่างไรหนอ ข้าพเจ้าจึงจะกินอ้อยได้ (พระมหาโมคคัลลานเถระกล่าวว่า)

ข้อ ๗๔๑

เมื่อชาติก่อน ท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำกรรมไว้ด้วยตนเอง เราจะบอก ท่านจงฟังให้เข้าใจ

ข้อ ๗๔๒

ท่านเดินกินอ้อยไป บุรุษคนหนึ่งเดินตามหลังท่าน และเขาหวังจะกินอ้อย จึงขอท่าน ท่านมิได้พูดอะไรกับเขา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๘๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๖. กุมารเปตวัตถุ

ข้อ ๗๔๓

และเขาได้วิงวอนท่านซึ่งไม่พูดด้วย ได้พูดกับท่านว่า ขอท่านให้อ้อยเถิดนาย ท่านได้ยื่นอ้อยให้แก่บุรุษนั้นข้างหลัง นี้เป็นผลกรรมนั้นแหละ

ข้อ ๗๔๔

ขอเชิญท่านหันหลังไปหยิบเอา ครั้นรับแล้ว เชิญกินอ้อยนั้นตามต้องการเถิด เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจักเป็นผู้ดีใจ ร่าเริง เบิกบาน และบันเทิงใจ

ข้อ ๗๔๕

เปรตนั้นได้หันหลังไปหยิบอ้อย ครั้นรับแล้ว กินอ้อยนั้นตามความต้องการ เพราะเหตุนั้นแหละ เปรตนั้นจึงดีใจ ร่าเริง เบิกบาน และบันเทิงใจอุจฉุเปตวัตถุที่ ๕ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอุจฉุเปตวัตถุที่ ๕

เรื่องอุจฉุเปรตนี้ มีคำเริ่มต้นว่า อิทํ มม อุจฺฉุวนํ มหนฺตํ ดังนี้.

เหตุเกิดของเรื่องนั้นเป็นอย่างไร?

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหาวิหาร บุรุษคนหนึ่งมัดลำอ้อย เดินกัดอ้อยลำหนึ่งไป. ลำดับนั้น อุบาสกคนหนึ่งเป็นผู้มีศีลมีกัลยาณธรรม พร้อมด้วยเด็กอ่อนเดินไปข้างหลังๆ. เด็กเห็นอ้อยแล้วร้องไห้ว่า จงให้.

อุบาสกเห็นเด็กร้องไห้ เมื่อจะสงเคราะห์บุรุษนั้น จึงได้เจรจากับบุรุษนั้นส่วนบุรุษนั้นไม่เจรจาอะไรๆ กับอุบาสกนั้น ไม่ให้แม้ท่อนอ้อยแก่เด็ก. อุบาสกจึงแสดงเด็กนั้นแล้วกล่าวว่า เด็กนี้ร้องไห้นัก ท่านจงให้ท่อนอ้อยแก่เด็กนี้ท่อนหนึ่ง

บุรุษนั้นได้ฟังดังนั้น อดทนไม่ได้ เกิดขัดเคืองจิต จึงขว้างลำอ้อยลำหนึ่งไปข้างหลังโดยไม่เอื้อเฟื้อ

สมัยต่อมา เขาทำกาละแล้วบังเกิดในหมู่เปรต ด้วยอำนาจความโลภที่ครอบงำอยู่นาน. ชื่อว่าผลแห่งกรรมนั้น ย่อมเห็นสมกับกรรมของตน เพราะเหตุนั้น จึงเกิดเป็นไร่อ้อยใหญ่แน่นทึบไปด้วยอ้อย ประมาณเท่าท่อนสากมีสีเหมือนดอกอัญชัน เต็มสถานที่ประมาณ ๘ กรีส. พอเขาเข้าไปจะถือเอาอ้อย เพราะอยากจะกินอ้อยก็ตีเขา เพราะเหตุนั้นเขาจึงสลบล้มลง.

ภายหลังวันหนึ่ง ท่านพระมหาโมคคัลลานะเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ ได้เห็นเปรตนั้นในระหว่างทาง เปรตนั้นเห็นพระเถระแล้ว จึงถามถึงกรรมที่ตนทำ.

คาถาคำถามและคำตอบที่เปรตและพระเถระกล่าว ความว่า :-

ไร่อ้อยใหญ่นี้บังเกิดแก่ข้าพเจ้า เป็นผลบุญไม่น้อย แต่บัดนี้ ข้าพเจ้าจะกินอ้อยนั้นไม่ได้ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านโปรดบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร. ข้าพเจ้าย่อมเดือดร้อนถูกใบอ้อยบาด พยายามตะเกียกตะกาย เพื่อจะบริโภคสักหน่อยก็ไม่ได้สมหวัง กำลังก็สิ้นลง บ่นเพ้อนัก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร.

อนึ่ง ข้าพเจ้าถูกความหิวและความกระหายเบียดเบียน แล้วหมุนล้มไปที่แผ่นดิน กลิ้งเกลือกไปมาดุจปลาดิ้นรนอยู่ในที่ร้อน เมื่อข้าพเจ้าร้องไห้อยู่ สัตว์ทั้งหลายย่อมพากันมากินน้ำตาของข้าพเจ้าข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านโปรดบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร. ข้าพเจ้าเป็นผู้หิวกระหายลำบาก ดิ้นรนไปมา ย่อมไม่ประสบความสุขที่น่ายินดีข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนั้นกะท่าน ข้าพเจ้าจะบริโภคอ้อยนั้นได้อย่างไร.

พระมหาโมคคัลลานเถระกล่าวว่า :-

เมื่อชาติก่อนท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำกรรมไว้ด้วยตนเอง เราจะบอกเนื้อความนั้นกะท่าน ขอท่านจงฟังแล้วจำเนื้อความข้อนั้นไว้(คือ) ท่านเดินกัดกินอ้อยไป และมีบุรุษคนหนึ่งเดินตามหลังท่านไป เขาหวังจะกินอ้อย จึงบอกแก่ท่าน. ท่านก็ไม่พูดอะไรๆ แก่เขา เขาจึงได้พูดวิงวอนว่า ขอท่านพึงให้อ้อยเถิด ท่านได้ให้อ้อยแก่บุรุษนั้นโดยข้างหลัง นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น.

เชิญท่านพึงไปถือเอาอ้อยข้างหลังซิ ครั้นถือเอาได้แล้ว จงกินให้อิ่มหนำเถิด เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจักเป็นผู้เบิกบาน ร่าเริง บันเทิงใจ.

เปรตนั้นได้ไปถือเอาโดยข้างหลัง ครั้นแล้วจึงได้กินอ้อยนั้นจนอิ่มหนำ เพราะเหตุนั้นแล เปรตนั้นจึงได้เป็นผู้เบิกบาน ร่าเริงบันเทิงใจ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กิสฺส อธิบายว่า แห่งกรรมเช่นไร.

บทว่า หญฺญามิ ได้แก่ ข้าพเจ้าย่อมเดือดร้อน คือถึงความคับแค้น, อีกอย่างหนึ่ง บทว่า หญฺญามิ แปลว่า ย่อมเบียดเบียน. อธิบายว่า ย่อมบีบคั้นโดยพิเศษ.

บทว่า ขชฺชามิ แปลว่า ถูกใบอ้อยบาด. อธิบายว่า ถูกใบอ้อยเฉือน เหมือนถูกศัสตราที่คมเช่นใบดาบเฉือน.

บทว่า วายมามิ ได้แก่ เราทำความพยายามจะกินอ้อย.

บทว่า ปริสกฺกามิ แปลว่า ตะเกียกตะกาย.

บทว่า ปริภุญฺชิตุํ ความว่า เพื่อจะบริโภคน้ำอ้อย. อธิบายว่า เพื่อจะเคี้ยวอ้อย.

บทว่า ฉินฺนถาโม แปลว่า สิ้นกำลัง คือกำลังขาดไป. อธิบายว่า กำลังสิ้นไป.

บทว่า กปโณ ได้แก่ เป็นคนกำพร้า.

บทว่า ลาลปามิ ความว่า เราถูกทุกข์ครอบงำจึงบ่นเพ้อไปมากมาย.

บทว่า วิฆาโต แปลว่า มีความคับแค้น หรือถูกขจัดกำลัง.

บทว่า ปริปตามิ ฉมายํ ความว่า เมื่อไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ จึงล้มลงที่พื้นดิน.

บทว่า ปริวตฺตามิ แปลว่า ย่อมหมุนไป.

บทว่า วาริจโรว แปลว่า เหมือนปลา.

บทว่า ฆมฺเม ได้แก่ บนบกอันร้อนเร่าด้วยความร้อน.

บทว่า สนฺตสฺสิโต ได้แก่ กระหายนัก เพราะริมฝีปาก คอและเพดาลถึงความเหือดแห้งไป.

บทว่า สาตสุขํ ได้แก่ ความสุขอันเป็นความสำราญ.

บทว่า น วินฺเท แปลว่า ย่อมไม่ได้.

บทว่า ตํ แปลว่า ซึ่งท่าน.

บทว่า วิชาน แปลว่า จงรู้.

บทว่า ปยาโต แปลว่า เริ่มจะไป.

บทว่า อนฺวคจฺฉิ แปลว่า ติดตาม.

บทว่า ปจฺจาสนฺโต แปลว่า หวังเฉพาะ.

บทว่า เอตํ ในบทว่า ตสฺเสตํ กมฺมสฺส นี้เป็นเพียงนิบาต. อธิบายว่า แห่งกรรมนั้น.

บทว่า ปิฏฺฐิโต คณฺเหยฺยาสิ ความว่า พึงถือเอาอ้อยทางเบื้องหลังของตนนั่นแหละ.

บทว่า ปโมทิโต ได้แก่ บันเทิงใจ.

บทว่า คเหตฺวาน ตํ ขาทิ ยาวทตฺถํ ความว่า นันทเปรตถือเอาอ้อยโดยทำนองที่พระเถระสั่ง แล้วเคี้ยวกินตามชอบใจ ถือเอามัดอ้อยมัดใหญ่ น้อมเข้าไปถวายพระเถระ.

พระเถระเมื่อจะอนุเคราะห์เขา จึงให้เขานั่นแหละถือเอามัดอ้อยนั้นไปยังพระเวฬุวันมหาวิหาร ได้ถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.

พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ฉันอ้อยนั้น แล้วกระทำอนุโมทนา เปรตมีจิตเลื่อมใส ถวายบังคมแล้วก็ไป.

ตั้งแต่นั้นมา เขาก็บริโภคอ้อยตามความสบาย.

สมัยต่อมา เขาทำกาละแล้วเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์. ก็ประวัติของเปรตนี้นั้นได้ปรากฏในมนุษยโลก.

ลำดับนั้น พวกมนุษย์เข้าไปเฝ้าพระศาสดาทูลถามเรื่องนั้น.

พระศาสดาตรัสเรื่องนั้นแก่มนุษย์เหล่านั้นโดยพิสดาร แล้วทรงแสดงธรรม. พวกมนุษย์ได้สดับธรรมนั้นแล้วได้เป็นผู้เว้นขาดจากความตระหนี่ ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาอุจฉุเปตวัตถุที่ ๕ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา