๗. อุโบสถวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. อุโบสถวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุโบสถวิมาน
|๒๔.๒๒๗| ๗ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๒๔.๒๒๘| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๒๔.๒๒๙| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๒๔.๒๓๐| อุโปสถาติ มํ อญฺญึสุ สาเกตายํ อุปาสิกา สทฺธาสีเลน สมฺปนฺนา สํวิภาครตา สทา |๒๔.๒๓๑| อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปิยํ อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๒๔.๒๓๒| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเล สุสํวุตา |๒๔.๒๓๓| ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา |๒๔.๒๓๔| ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจาน โกวิทา อุปาสิกา จกฺขุมโต โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๒๔.๒๓๕| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๒๔.๒๓๖| อภิกฺขณํ นนฺทนํ สุตฺวา ฉนฺโท เม อุปปชฺชถ ตตฺถ จิตฺตํ ปณิธาย อุปปนฺนมฺหิ นนฺทนํ |๒๔.๒๓๗| นากาสึ สตฺถุ วจนํ พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน หีเน จิตฺตํ ปณิธาย สมฺหิ ปจฺฉานุตาปินี |๒๔.๒๓๘| กีวจิรํ วิมานสฺมึ อิธ วสฺสสุโปสเถ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข ยทิ ชานาสิ อายุ โน (อิติ) ฯ |๒๔.๒๓๙| สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อิธ ฐตฺวา มหามุนิ อิโต จุตา คมิสฺสามิ มนุสฺสานํ สหพฺยตนฺติ ฯ |๒๔.๒๔๐| มา ตฺวํ อุโปสเถ ภยิ สมฺพุทฺเธนาสิ พฺยากตา โสตาปนฺนา วิเสสยิ ปหีนา ตว ทุคฺคตีติ ฯ อุโปสถวิมานํ สตฺตมํ ฯ
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามถึงบุรพกรรมของนางเทพธิดานั้นว่า ดูกรแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เพราะบุญกรรมอะไร ท่านจึงมีผิวพรรณ งามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรม อะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ดิฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในเมืองสาเกต ประชาชนเรียกดิฉันว่าแม่อุโบสถ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธาและศีล ... ได้เป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดม ผู้มีพระจักษุ สมบูรณ์ด้วยพระเกียรติยศ เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึง มีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะ บุญนั้น. เมื่อจะแสดงโทษของตน นางเทพธิดานั้นจึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาอีกว่า ความพอใจได้เกิดมีแก่ดิฉัน เพราะได้ทราบถึงทิพสมบัติต่างๆ ใน นันทวันเนืองๆ เพราะเหตุที่ตั้งใจไว้ ดิฉันจึงได้บังเกิดในนันทวัน ชั้นดาวดึงสพิภพนั้น ดิฉันมิได้ใส่ใจถึง เพราะวาจาของพระพุทธเจ้า เหล่ากอแห่งพระอาทิตย์ ตั้งจิตไว้ในภพอันเลว จึงมีความเดือดร้อนใน ภายหลัง. เพื่อจะปลุกปลอบใจนางเทพธิดานั้น พระมหาโมคคัลลานเถระจึงกล่าวคาถานั้น ความว่า ดูกรแม่เทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ถ้าทราบอายุของท่าน ผู้อยู่ใน อุโบสถวิมาน ในโลกนี้ จงบอกว่าสิ้นกาลนานเท่าไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านจอมปราชญ์ดิฉันดำรงอยู่ในอุโบสถวิมานนี้ สิ้นกาลประมาณ หกหมื่นปีทิพย์ จุติจากที่นี้แล้ว จักไปบังเกิดเป็นมนุษย์. พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ยังนางเทพธิดานั้นให้อาจหาญร่าเริงด้วย คาถานี้ ความว่า ท่านอย่าสะทกสะท้านถึงการอยู่ในอุโบสถวิมานนี้เลย ท่านเป็นผู้อัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้แล้ว ท่านจักถึงคุณวิเศษ คือ เป็น พระโสดาบัน ทุคติของท่านก็จักพลันเสื่อมไป. จบ อุโบสถวิมานที่ ๗.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. อุโปสถาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางอุโบสถาอุบาสิกา (พระมหาโมคคัลลานเถระถามถึงบุพกรรมของเทพธิดานั้นว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก [๒๓๐-๒๓๑] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ชาวเมืองสาเกตรู้จักดิฉันในนามว่า อุโปสถา ดิฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในเมืองสาเกต เป็นผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล และยินดีแจกจ่ายทานทุกเมื่อ
ดิฉันมีใจเลื่อมใสในพระอริยเจ้าผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายเครื่องนุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะและเครื่องตามประทีป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๘. สุนิททาวิมาน
ดิฉันเข้าจำอุโบสถศีล ซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์
ดิฉันสำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพจึงได้ครอบครองวิมานนี้
ดิฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นไกลจากการลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และการดื่มน้ำเมา
ดิฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า โคดม ผู้มีพระจักษุ มีพระยศ [๒๓๙-๒๔๐] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เมื่อจะแสดงโทษของตน เทพธิดานั้นจึงได้กล่าว ๒ คาถาอีกว่า)
เพราะดิฉันได้ฟังเรื่องทิพยสมบัติในสวนนันทวันเนืองๆ จึงเกิดความพอใจขึ้น เพราะเหตุที่ดิฉันตั้งจิตปรารถนาในภพดาวดึงส์นั้น จึงได้เกิดในสวนนันทวัน
ดิฉันไม่ได้ปฏิบัติตามพระดำรัส ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ (แต่) ตั้งจิตไว้ในภพที่เลว ภายหลังจึงเดือดร้อน (เพื่อจะปลอบใจเทพธิดานั้น พระมหาโมคคัลลานเถระจึงได้กล่าวคาถานี้ว่า)
อุโปสถาเทพธิดา เธอจะอยู่ในวิมานนี้นานเท่าไร อาตมาถามแล้ว ถ้าเธอทราบอายุขัย จงบอกอาตมาด้วยเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๘. สุนิททาวิมาน (เทพธิดานั้นตอบว่า)
ข้าแต่ท่านจอมปราชญ์ ดิฉันจักดำรงอยู่ ในวิมานนี้นานประมาณหกหมื่นปีทิพย์ จุติจากเทวโลกนี้แล้ว จักไปเกิดร่วมกับมวลมนุษย์ (พระมหาโมคคัลลานเถระปลุกเร้าเทพธิดานั้นให้อาจหาญด้วยคาถานี้ว่า)
อุโปสถาเทพธิดา เธออย่าสะทกสะท้าน เพราะว่าเธอเป็นผู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้แล้วว่า จักบรรลุคุณวิเศษเป็นพระโสดาบัน ทุคติเป็นอันเธอละได้แล้วอุโปสถาวิมานที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุโบสถาวิมาน
อุโบสถาวิมาน มีคาถาว่า อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ดังนี้เป็นต้น.
อุโบสถาวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
อัตถุปปัตติเหตุเกิดเรื่องในข้อนี้มีแปลกกันเท่านี้ว่า อุบาสิกาคนหนึ่งชื่ออุโบสถาในเมืองสาเกต.
คำที่เหลือเช่นเดียวกับวิมานติดๆ กัน.
ด้วยเหตุนั้น พระสังคีติกาจารย์จึงกล่าวว่า ท่านพระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ดูก่อนเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม ฯลฯ รัศมีของท่านจึงส่องสว่างไปทุกทิศ.
เทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานเถระถามแล้วดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ดีฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในเมืองสาเกต ประชาชน
รู้จักดีฉันว่า อุโบสถา เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธาและ
ศีล ยินดีแล้วในจำแนกทานเสมอ มีจิตผ่องใส ได้
ถวายผ้านุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะ และเครื่องประทีป
ในพระอริยะผู้ปฏิบัติตรง
ดีฉันได้เข้ารักษาอุโบสถศีล อันประกอบด้วยองค์
๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและวัน ๘ ค่ำแห่ง
ปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์ด้วย เป็นผู้สำรวมด้วยดี
ในศีลเสมอ เป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต เว้นห่างไกล
จากอทินนาทาน จากการประพฤติผิดในกาม สำรวม
จากมุสาวาท และจากการดื่มน้ำเมา
ดีฉันเป็นผู้ยินดีในสิกขาบททั้ง ๕ มีปัญญา
เฉลียวฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระโคดมผู้มี
พระจักษุและพระเกียรติยศ เพราะบุญกรรมนั้น ดีฉัน
จึงเป็นผู้มีรัศมีเช่นนี้ ฯลฯ และรัศมีของดีฉันจึงสว่าง
ไสวไปทุกทิศ.
เทพธิดานั้น เมื่อจะแสดงโทษอย่างหนึ่งของตน จึงได้กล่าวคาถา ๗ คาถาอีกว่า
ฉันทะความพอใจเกิดขึ้นแก่ดีฉัน เพราะได้ฟัง
เรื่องสวนนันทนวันอยู่เนืองๆ ดีฉันจึงตั้งจิตไปในสวน
นันทนวันนั้น ก็เข้าถึงสวนนันทนวันได้จริงๆ ดีฉัน
มิได้ทำตามพระวาจาของพระศาสดาพุทธเจ้าเผ่าพันธุ์
แห่งพระอาทิตย์ ดีฉันนั้นตั้งจิตใจไว้ในภพอันเลวจึง
ร้อนใจในภายหลัง.
ในบทเหล่านั้น บาทคาถาว่า อุโปสถาติ มํ อญฺญึสุ ความว่า คนทั้งหลายรู้จักดีฉันโดยชื่อนี้ว่า อุโบสถา.
บทว่า สาเกตายํ แปลว่า ในเมืองสาเกต.
บทว่า อภิกฺขณํ แปลว่า เนืองๆ.
บทว่า นนฺทนํ สุตฺวา ความว่า เพราะได้ทราบทิพยสมบัติมีอย่างต่างๆ ในภพดาวดึงส์นั้นว่า ชื่อว่านันทนวัน ในภพดาวดึงส์เป็นเช่นนี้ และเป็นเช่นนี้.
บทว่า ฉนฺโท ได้แก่ ความพอใจในกุศลเป็นเหตุแห่งบุญกรรมที่จะให้บังเกิดในภพดาวดึงส์นั้น หรือความพอใจด้วยอำนาจตัณหาอันเป็นความปรารถนาที่จะเกิดในภพดาวดึงส์นั้น.
บทว่า อุปปชฺชถ แปลว่า เกิดขึ้นแล้ว.
บทว่า ตตฺถ ได้แก่ ในภพดาวดึงส์. จริงอยู่ เทพธิดากล่าวถึงเทวโลกนั้น แม้ด้วยการอ้างถึงสวนนันทนวัน.
บทว่า อุปปนฺนามหิ ความว่า ดีฉันเกิดแล้วคือได้บังเกิดแล้ว.
บาทคาถาว่า นากาสึ สตถุ วจนํ ความว่า ดีฉันไม่ได้ทำตามพระดำรัสที่พระศาสดาได้ตรัสไว้โดยนัยเป็นต้นว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราสรรเสริญภพแม้มีประมาณน้อย ก็หามิได้. อธิบายว่า ไม่ละฉันทราคะในภพทั้งหลาย.
พระอาทิตย์เป็นโคดมโคตร แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เป็นโคดมโคตร เพราะเหตุนั้น เทพธิดาจึงกล่าวว่า พุทธสสาทิจจพนธุโน เพราะทรงมีพระโคตร.
อีกอย่างหนึ่ง เผ่าพันธุ์ของพระอาทิตย์ ชื่อว่า อาทิจจพนธุ คือพระผู้มีพระภาคเจ้า.
อีกอย่างหนึ่ง เผ่าพันธุ์ชื่อว่าพระอาทิตย์ เพราะทรงอาศัยพระอาทิตย์นั้นแล้วเกิดในอริยชาติ หรือชื่อว่าอาทิจจพันธุ์ เพราะทรงเป็นบุตรเกิดแต่อกของพระอาทิตย์นั้น คือพระผู้มีพระภาคเจ้า.
สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้แล้วว่า
พระอาทิตย์ใดส่องแสงสว่าง กำจัดความมืด
ในยามมืด รุ่งโรจน์เป็นมณฑลดวงกลม มีอำนาจ
ความร้อนสูง ดูก่อนราหู ท่านอย่ากลืนพระอาทิตย์
นั้นซึ่งกำลังโคจรอยู่ในอากาศเลย ดูก่อนราหู ท่าน
จงปล่อยพระอาทิตย์ประชา [บุตร] ของเราเถิด.
บทว่า หีเน คือ ต่ำทราม เทพธิดากล่าวถึงความยินดีในภพของตน.
บทว่า สามหิ ตัดบทเป็น สา อมหิ แปลว่า ดีฉันนั้น.
เมื่อเทพธิดานั้นประกาศความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอันความยินดีในภพสร้างไว้อย่างนี้แล้ว พระเถระเพื่อจะปลอบใจด้วยมุข คือชี้แจงอายุของภพที่กำหนดไว้ว่า การตั้งอยู่ในอัตภาพมนุษย์ต่อไปแล้วก้าวล่วงทุกข์ในวัฏฏะเสีย จะทำก็ทำได้ง่ายและว่าความเป็นผู้สิ้นอาสวะทุกประการ มีอานิสงส์มาก จึงกล่าวคาถาว่า
ดูก่อนอุโบสถาเทพธิดา ท่านจะอยู่ในวิมานนี้นานเท่าไร ท่านถูกอาตมาถามแล้วโปรดบอกด้วย ถ้าท่านทราบอายุ.
นางเทพธิดานั้นตอบว่า
ข้าแต่ท่านมหาปราชญ์ ดีฉันดำรงอยู่ในวิมานนี้
ประมาณสามโกฏิหกหมื่นปี จุติจากที่นี้แล้วจักไปบังเกิด
เป็นมนุษย์.
พระมหาโมคคัลลานเถระทำนางเทพธิดานั้นให้อาจหาญด้วยคาถานี้อีกว่า
ดูก่อนอุโบสถาเทพธิดา ท่านอย่ากลัวเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงพยากรณ์ไว้แล้วว่า ท่านบรรลุคุณพิเศษเป็นโสดาบัน ทุคติ ท่านก็ละได้แล้วนี่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กีวจิรํ แปลว่า นานเท่าไร.
บทว่า อิธ คือ ในเทวโลกนี้ หรือในวิมานนี้.
บทว่า อายุโน แปลว่า อายุ.
บทว่า โน เป็นเพียงนิบาต. หรือรู้ว่าอายุนานหรือไม่นาน.
อนึ่ง อธิบายว่า ถ้าทราบอายุ.
ด้วยบทว่า มหามุนิ เทพธิดาเรียกพระเถระ.
บาทคาถาว่า มา ตวํ อุโปสเถ ภายิ ความว่า ดูก่อนอุโบสถาผู้เจริญ ท่านอย่ากลัวเลย เพราะอะไร? เพราะท่านถูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงพยากรณ์ไว้แล้ว.
พยากรณ์ว่าอย่างไร. พยากรณ์ว่าบรรลุคุณวิเศษเป็นโสดาบัน. ท่านถึงคือบรรลุคุณวิเศษที่เข้าใจว่าเป็นมรรคผล เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าวิเสสยิ เพราะถึงคุณวิเศษแม้นี้ว่า ทุคติแม้ทั้งปวง ท่านละได้แล้ว.
คำที่เหลือเหมือนนัยที่กล่าวมาแล้ว.
จบอรรถกถาอุโบสถาวิมาน -----------------------------------------------------