๘. ติรังสิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๒. อารักขาทายกวรรค] ๘. ติรังสิยเถราปทาน ๘. ติรังสิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติรังสิยเถระ (พระติรังสิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ประทับนั่งอยู่ระหว่างภูเขา ดุจราชสีห์ผู้มีชาติสูง ทรงทำทิศให้สว่างไสวดังกองไฟบนภูเขา
และได้เห็นแสงสว่างของดวงอาทิตย์ แสงสว่างของดวงจันทร์ และแสงสว่างของพระพุทธเจ้า จึงเกิดปีติซาบซ่าน
ครั้นข้าพเจ้าได้เห็นแสงสว่าง ๓ ประการแล้ว จึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่า กล่าวสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก สิ่งทั้ง ๓ นี้แล ส่องแสงสว่างในโลก บรรเทาความมืดในโลก
ข้าพเจ้ายกข้ออุปมาขึ้นสรรเสริญพระมหามุนี ครั้นข้าพเจ้าสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้าแล้ว ไปบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ
ในกัปที่ ๖๑ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าญาณธระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๗๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๒. อารักขาทายกวรรค] ๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติรังสิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ติรังสิยเถราปทานที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ ติรํสิยตฺเถราปทานํ (๓๑๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ติรังสิยเถราปทานที่ ๘ (๓๑๘) ว่าด้วยผลแห่งความสรรเสริญ
|๓๒๐.๓๙| เกสรึ อภิชาตํว อคฺคิกฺขนฺธํว ปพฺพเต โอภาเสนฺตํ ทิสาสินฺนํ สิทฺธตฺถํ ปพฺพตนฺตเร ฯ |๓๒๐.๔๐| สุริยสฺส จ อาโลกํ จนฺทาโลกํ ตเถว จ พุทฺธาโลกญฺจ ทิสฺวาน ปีติ เม อุปปชฺชถ ฯ |๓๒๐.๔๑| ตโย อาโลเก ทิสฺวาน ทิสฺวาน สาวกุตฺตมํ เอกํสํ อชินํ กตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๓๒๐.๔๒| ตโย หิ อาโลกกรา โลเก โลกตโมนุทา จนฺโท จ สุริโย จาปิ พุทฺโธ จ โลกนายโก ฯ |๓๒๐.๔๓| อุปมํ อุปทสฺเสตฺวา กิตฺติโต เม มหามุนิ พุทฺธสฺส วณฺณํ กิตฺเตตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ ฯ |๓๒๐.๔๔| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิกิตฺตยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ กิตฺตนาย อิทํ ผลํ ฯ |๓๒๐.๔๕| เอกสฏฺฐิมฺหิโต กปฺเป เอโก ญาณวโร อหุ สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๓๒๐.๔๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติรํสิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ติรํสิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ปิติเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้ องอาจดังพระยาราชสีห์ ประทับนั่งอยู่ ณ ระหว่างภูเขา ยังทิศให้สว่าง ไสว ดังกองไฟที่ภูเขา และเพราะได้เห็นแสงสว่างของพระอาทิตย์ แสงสว่างของพระจันทร์ และแสงสว่างของพระพุทธเจ้า ครั้นเราได้เห็น แสงสว่าง ๓ ประการ และเห็นพระสาวกอันอุดมแล้ว จึงทำหนังสัตว์ เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์ และพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ๓ อย่าง นี้แล ส่องแสงสว่างในโลก เป็นผู้บรรเทาความมืดของโลก เรายกข้อ อุปมาขึ้นสรรเสริญพระมหามุนี ครั้นเราสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้า แล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ สรรเสริญพระพุทธเจ้าใด ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ เป็นผลแห่งความสรรเสริญ ในกัลปที่ ๖๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักร- พรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าญาณวระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติรังสิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ติรังสิยเถราปทาน.