อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๑๙

๗. คิริมานันทเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑๙–๔๔๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 30 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗. คิริมานันทเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระคิริมานันทเถระ (พระคิริมานันทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๔๑๙

ภริยาของข้าพเจ้าถึงแก่กรรมแล้ว บุตรของข้าพเจ้าก็ตกไปอยู่ป่าช้าแล้ว(ตาย) บิดามารดาและพี่ชายของข้าพเจ้าก็ถูกเผาที่เชิงตะกอนเดียวกัน

ข้อ ๔๒๐

เพราะความเศร้าโศกนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้รุ่มร้อน ผอมเหลือง จิตของข้าพเจ้าฟุ้งซ่าน คับแค้นใจด้วยความเศร้าโศกนั้น

ข้อ ๔๒๑

ข้าพเจ้ามากไปด้วยลูกศรคือความเศร้าโศกจึงเข้าไปยังชายป่า บริโภคผลไม้ที่หล่นเอง อาศัยอยู่ที่โคนต้นไม้

ข้อ ๔๒๒

พระชินสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้กระทำที่สุดทุกข์ พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า จึงเสด็จมาใกล้ข้าพเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๓๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๗. คิริมานันทเถราปทาน

ข้อ ๔๒๓

ข้าพเจ้าได้ยินเสียงพระบาทของพระพุทธเจ้า พระนามว่าสุเมธะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ จึงแหงน(หน้า)มองดูพระมหามุนี

ข้อ ๔๒๔

พระมหาวีรเจ้าเสด็จเข้ามา ปีติเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า ในครั้งนั้นข้าพเจ้าได้มีใจเบิกบาน เพราะเห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ข้อ ๔๒๕

ข้าพเจ้าจึงได้สติ แล้วได้ถวายใบไม้กำมือหนึ่ง พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ ประทับนั่งบนใบไม้นั้น ด้วยความอนุเคราะห์

ข้อ ๔๒๖

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ครั้นประทับนั่งบนใบไม้นั้นแล้ว ทรงแสดงธรรมเครื่องบรรเทาลูกศร คือความเศร้าโศกแก่ข้าพเจ้าว่า

ข้อ ๔๒๗

ชนเหล่านั้น ไม่มีใครเชิญก็พากันมาจากปรโลกนั้นเอง ไม่มีใครอนุญาตก็พากันไปจากมนุษยโลกนี้แล้ว เขาก็พากันไปตามที่เขาจะไป จะคร่ำครวญไปทำไมในการตายของพวกเขานั้น

ข้อ ๔๒๘

เมื่อฝนตกลงมาคนเดินทางที่มีสิ่งของ ก็หลบฝนจนกว่าฝนจะหาย

ข้อ ๔๒๙

เมื่อฝนหายแล้ว พวกเขาก็ไปตามปรารถนาฉันใด มารดาบิดาของท่านก็ฉันนั้น จะคร่ำครวญไปทำไมในการตายของเขานั้น

ข้อ ๔๓๐

แขกผู้จรมาผู้ทำเจ้าของบ้านให้หวั่นไหวสั่นสะท้านฉันใด มารดาและบิดาของท่านก็ฉันนั้น จะคร่ำครวญไปทำไมในการตายของเขานั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๗. คิริมานันทเถราปทาน

ข้อ ๔๓๑

งูลอกคราบเก่าไปฉันใด มารดาและบิดาของท่านก็ฉันนั้น ย่อมละกายของตนในโลกนี้ไป

ข้อ ๔๓๒

ข้าพเจ้าได้ทราบพระพุทธดำรัสแล้ว จึงละลูกศรคือความเศร้าโศกได้ เกิดความปราโมทย์แล้ว ได้กราบไหว้ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ข้อ ๔๓๓

ครั้นแล้ว ใช้ช่อดอกกล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอมทิพย์ บูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้เป็นพระมหานาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ข้อ ๔๓๔

ครั้นบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ประนมมือขึ้นเหนือศีรษะระลึกถึงคุณอันเลิศแล้ว ได้สรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

ข้อ ๔๓๕

ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีความเพียรมาก พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญู เป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงข้ามพ้นแล้ว ยังทรงช่วยเหลือสรรพสัตว์ ด้วยพระญาณอีก

ข้อ ๔๓๖

ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีพระจักษุ พระองค์ตัดความเคลือบแคลงสงสัยของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์บรรลุมรรคด้วยพระญาณของพระองค์

ข้อ ๔๓๗

พระอรหันต์ผู้ถึงความสำเร็จ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก เที่ยวไปในอากาศได้ เป็นนักปราชญ์ แวดล้อมอยู่ในขณะนั้น

ข้อ ๔๓๘

พระเสขะผู้กำลังปฏิบัติ และผู้ตั้งอยู่ในผล เป็นสาวกของพระองค์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๗. คิริมานันทเถราปทาน สาวกทั้งหลายของพระองค์ย่อมเบ่งบาน เหมือนดอกปทุมแย้มบานเมื่อดวงอาทิตย์อุทัย

ข้อ ๔๓๙

มหาสมุทรประมาณมิได้ ไม่มีอะไรเทียมเท่า ยากที่จะข้ามได้ ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ พระองค์ก็ทรงสมบูรณ์ด้วยพระญาณนับประมาณมิได้ ฉันนั้น

ข้อ ๔๔๐

ข้าพเจ้าได้คุกเข่าน้อมไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงชนะโลก ผู้มีพระจักษุ มีพระยศยิ่งใหญ่ทุกทิศแล้วหลีกไป

ข้อ ๔๔๑

ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกแล้ว มีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า เร่ร่อนอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ลงมาปฏิสนธิในครรภ์มารดา

ข้อ ๔๔๒

ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้มีความเพียร มีปัญญารักษาตน มีปกติเข้าฌาน มีการหลีกเร้นเป็นอารมณ์

ข้อ ๔๔๓

ตั้งความเพียร ให้พระมหามุนีทรงพอพระทัย พ้นจากกิเลส ดังดวงจันทร์พ้นแล้วจากกลีบเมฆ อยู่ทุกเมื่อ

ข้อ ๔๔๔

ข้าพเจ้าเป็นผู้ขวนขวายในวิเวก สงบระงับ ไม่มีอุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ข้อ ๔๔๕

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

ข้อ ๔๔๖

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

ข้อ ๔๔๗

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ข้อ ๔๔๘

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระคิริมานันทเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้คิริมานันทเถราปทานที่ ๗ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สตฺตมํ คิริมานนฺทตฺเถราปทานํ (๓๙๗)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ คิริมานันทเถราปทานที่ ๗ (๓๙๗) ว่าด้วยผลแห่งการทำพุทธบูชา

ข้อ ๓๙๙

|๓๙๙.๔๒๓| ภริยา เม กาลํ กตา ปุตฺโต สีวถิกํ คโต มาตา ปิตา จ ภาตา จ เอกจิตมฺหิ ฑยฺหเร ฯ |๓๙๙.๔๒๔| เตน โสเกน สนฺตตฺโต กิโส ปณฺฑุ อโหสหํ จิตฺตุกฺเขปญฺจ เม อาสิ เตน โสเกน อฑฺฑิโต ฯ |๓๙๙.๔๒๕| โสกสลฺลปเรโตปิ วนนฺตํ อุปสงฺกมึ ปวตฺตผลํ ภุญฺชิตฺวา รุกฺขมูเล วสามหํ ฯ |๓๙๙.๔๒๖| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ ทุกฺขสฺสนฺตํ กโร ชิโน มมุทฺธริตุกาโม โส อาคญฺฉิ มม สนฺติเก ฯ |๓๙๙.๔๒๗| ปทสทฺทํ สุณิตฺวาน สุเมธสฺส มเหสิโน ปคฺคเหตฺวานหํ สีสํ โอโลเกสึ มหามุนึ ฯ |๓๙๙.๔๒๘| อุปคญฺฉิ มหาวีโร ปีติ เม อุปปชฺชถ ตทาสิ เมกคฺคมโน ทิสฺวา ตํ โลกนายกํ ฯ |๓๙๙.๔๒๙| สตึ ปฏิลภิตฺวาน ปณฺณมุฏฺฐึ อทาสหํ นิสีทิ ภควา ตตฺถ อนุกมฺปาย จกฺขุมา ฯ |๓๙๙.๔๓๐| นิสชฺช ตตฺถ ภควา สุเมโธ โลกนายโก ธมฺมํ เม กถยิ พุทฺโธ โสกสลฺลวิโนทนํ ฯ |๓๙๙.๔๓๑| อนวฺหตา ตโต อาคา นานุญฺญาตา อิโต คตา ยถา คตา ตถา คตา ตตฺถ กา ปริเทวนา ฯ |๓๙๙.๔๓๒| ยถาปิ ปตฺติกา สตฺตา วสฺสมานาย วุฏฺฐิยา สภตฺเต อุปคจฺฉนฺติ วสฺสาย ปตนาย เต ฯ |๓๙๙.๔๓๓| วสฺเสว เต โอรมิเต สมฺปยนฺติ ยทิจฺฉกํ เอวํ มาตา ปิตา ตุยฺหํ ตตฺถ กา ปริเทวนา ฯ |๓๙๙.๔๓๔| อาคนฺตุกา ปาหุนกา จลิเตทิตกมฺปิกา เอวํ มาตา ปิตา ตุยฺหํ ตตฺถ กา ปริเทวนา ฯ |๓๙๙.๔๓๕| ยถาปิ อุรโค ชิณฺณํ หิตฺวา คจฺฉติ สนฺตนุํ เอวํ มาตา ปิตา ตุยฺหํ สนฺตนุํ อิธ หิยฺยเร ฯ |๓๙๙.๔๓๖| พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย โสกสลฺลํ วิวชฺชยึ ปามุชฺชํ ชนยิตฺวาน พุทฺธเสฏฺฐํ อวนฺทหํ ฯ |๓๙๙.๔๓๗| วนฺทิตฺวาน มหานาคํ คิริมญฺชริ ปูชยี ทิพฺพคนฺเธน สมฺปนฺนํ สุเมธํ โลกนายกํ ฯ |๓๙๙.๔๓๘| ปูชยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ สิเร กตฺวาน อญฺชลึ อนุสฺสรํ คุณคฺคานิ สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๓๙๙.๔๓๙| วิติณฺโณสิ มหาวีร สพฺพญฺญู โลกนายโก สพฺเพ สตฺเต อุทฺธเรสิ ญาเณน ตฺวํ มหามุเน ฯ |๓๙๙.๔๔๐| วิมตึ เทฺวฬฺหกํ วาปิ สญฺฉินฺทสิ มหามุเน ปฏิปาเทสิ เม มคฺคํ ตว ญาเณน จกฺขุม ฯ |๓๙๙.๔๔๑| อรหา สิทฺธิปตฺตา จ ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา อนฺตลิกฺขจรา ธีรา ปริวาเรนฺติ ตาวเท ฯ |๓๙๙.๔๔๒| ปฏิปนฺนา จ เสขา จ ผลฏฺฐา สนฺติ สาวกา ฯ สูโรทเยว ปทุมา ปุปฺผนฺติ ตว สาวกา ฯ |๓๙๙.๔๔๓| มหาสมุทฺโท วกฺโขพฺโภ อตุโลปิ ทุรุตฺตโร เอวํ ญาเณน สมฺปนฺโน อปฺปเมยฺโยสิ จกฺขุม ฯ |๓๙๙.๔๔๔| วนฺทิตฺวาหํ โลกชินํ จกฺขุมนฺตํ มหายสํ จตุทฺทิสา นมสฺสนฺโต ปฏิกุฏิโก อคญฺฉหํ ฯ |๓๙๙.๔๔๕| เทวโลกา จวิตฺวาน สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต โอกฺกมึ มาตุยา กุจฺฉึ สนฺธาวนฺโต ภวาภเว ฯ |๓๙๙.๔๔๖| อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ อาตาปี นิปโก จาปิ ปฏิสลฺลานโคจโร ฯ |๓๙๙.๔๔๗| ปธานํ ปทหิตฺวาน โตสยิตฺวา มหามุนึ จนฺโทวพฺภฆนา มุตฺโต วิจรามิ อหํ สทา ฯ |๓๙๙.๔๔๘| วิเวกมนุยุตฺโตมฺหิ อุปสนฺโต นิรูปธิ สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๙๙.๔๔๙| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ พุทฺธมภิปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๓๙๙.๔๕๐| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๓๙๙.๔๕๑| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๙๙.๔๕๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คิริมานนฺโท เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ คิริมานนฺทตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ภริยาของเราทำกาละแล้ว บุตรของเราก็ไปสู่ป่าช้า มารดา บิดา และพี่ชาย เราเผาที่เชิงตะกอนเดียวกัน เพราะความเศร้าโศกนั้น เราเป็นผู้เร่าร้อน เป็นผู้ผอมเหลือง จิตของเราฟุ้งซ่าน เพราะเราประกอบด้วยความเศร้าโศก นั้น เรามากด้วยลูกศรคือความโศกจึงเข้าไปสู่ชายป่า บริโภคผลไม้ที่หล่น เองอยู่ที่โคนต้นไม้ พระสัมพุทธชินเจ้าพระนามว่าสุเมธ ผู้กระทำที่สุดทุกข์ พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือเรา จึงเสด็จมาในสำนักของเรา เราได้ยินเสียง พระบาทของพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ยิ่ง จึง ชะเง้อศีรษะดูพระมหามุนี พระมหาวีรเจ้าเสด็จเข้ามา ปีติเกิดขึ้นแก่เรา ในกาลนั้น เราได้เห็นพระองค์ผู้เป็นนายกของโลกแล้วมีใจไม่ฟุ้งซ่าน กลับได้สติ แล้วได้ถวายใบไม้กำมือหนึ่ง พระผู้มีพระภาคผู้มีจักษุประทับ นั่งบนใบไม้นั้น ด้วยความอนุเคราะห์ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธ ผู้เป็นนายกของโลก ผู้ตรัสรู้แล้ว ครั้นประทับนั่งบนใบไม้นั้นแล้ว ทรง แสดงธรรมเครื่องบรรเทาลูกศร คือความโศกแก่เราว่า ชนเหล่านั้น ใคร มิได้เชื้อเชิญให้มาก็มาจากปรโลกนั้นเอง ใครมิได้อนุญาตให้ไปก็ไปจาก มนุษยโลกนี้แล้ว เขามาแล้วฉันใด ก็ไปฉันนั้น จะปริเทวนาไปทำไมใน การตายของเขานั้น สัตว์มีเท้า เมื่อฝนตกลงมา เขาก็เข้าไปอาศัยในโรง เพราะฝนตก เมื่อฝนหายแล้ว เขาก็ไปตามปรารถนาฉันใด มารดาบิดา ของท่านก็ฉันนั้น จะปริเทวนาไปทำไมในการตายของเขานั้น แขกผู้จรมา เป็นผู้สั่นหวั่นไหว ฉันใด มารดาบิดาของท่านก็ฉันนั้น จะปริเทวนาไป ทำไมในการตายของเขานั้น งูละคราบเก่าแล้ว ย่อมไปสู่กายเดิม ฉันใด มารดาบิดาของท่าน ก็ฉันนั้น จะปริเทวนาไปทำไมในการตายของเขานั้น เราได้ฟังพระพุทธเจ้าตรัสแล้ว เว้นลูกศรคือความโศกได้ ยังความปราโมทย์ ให้เกิดแล้ว ได้ถวายบังคมพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ครั้นถวายบังคมแล้ว ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ล่วงพ้นภูเขาคือกิเลส เป็นพระมหานาค ทรงสมบูรณ์ ด้วยกลิ่นหอมอันเป็นทิพย์ พระนามว่าสุเมธ เป็นนายกของโลก ครั้น บูชาพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ประนมกรอัญชลีขึ้นเหนือเศียรอนุสรณ์ถึงคุณอัน เลิศแล้ว ได้สรรเสริญพระองค์ผู้เป็นนายกของโลกว่า ข้าแต่พระมหามุนี มหาวีรเจ้า พระองค์เป็นสัพพัญญู เป็นนายกของโลก ทรงข้ามพ้นแล้ว ยังทรงรื้อขนสรรพสัตว์ด้วยพระญาณอีก ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีพระจักษุ พระองค์ตัดความเคลือบแคลงสงสัยแล้ว ยังทรงยังมรรคให้เกิดแก่ข้า พระองค์ ด้วยพระญาณของพระองค์ พระอรหันต์ผู้ถึงความสำเร็จ ได้ อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก เที่ยวไปในอากาศได้ เป็นนักปราชญ์ ห้อมล้อม อยู่ทุกขณะ พระเสขะผู้กำลังปฏิบัติ และผู้ตั้งอยู่ในผล เป็นสาวกของ พระองค์ สาวกทั้งหลายของพระองค์ย่อมบาน เหมือนดอกปทุมเมื่อพระ- อาทิตย์อุทัย มหาสมุทรประมาณไม่ได้ ไม่มีอะไรเหมือน ยากที่จะห้ามได้ ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยพระญาณก็ประมาณ ไม่ได้ ฉันนั้น เราถวายบังคมพระพุทธเจ้าผู้ชนะโลก มีจักษุ มียศมาก นมัสการทั่ว ๔ ทิศแล้วได้กลับไป เราเคลื่อนจากเทวโลกแล้ว รู้สึกตัว กลับมีสติ ท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ ลงสู่ครรภ์มารดา ออกจากเรือน แล้วบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้มีความเพียร มีปัญญา มีการหลีกเร้นอยู่เป็น อารมณ์ ตั้งความเพียร ยังพระมหามุนีให้ทรงโปรดปราน พ้นแล้วจากกิเลส ดังพระจันทร์พ้นแล้วจากกลีบเมฆ อยู่ทุกเมื่อ เราเป็นผู้ขวนขวายในวิเวก สงบระงับ ไม่มีอุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัลปที่ ๓ หมื่น แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้วถอน ภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว อาสวะทั้งปวงของเราสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ มิได้มี การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระคิริมานันทเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ คิริมานันทเถราปทาน.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/