๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติปทุมิยเถระ (พระติปทุมิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงฝึกพระองค์แล้ว มีสาวกผู้ฝึกตนแวดล้อมแล้ว เสด็จออกจากนคร
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เป็นช่างดอกไม้ อยู่ในกรุงหงสวดี ได้ถือดอกปทุม ๓ ดอก ซึ่งเป็นดอกไม้ชั้นดีเยี่ยมในกรุงนั้น @เชิงอรรถ : @ ธรรมทั้งปวง หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ (ขุ.อป.อ. ๒/๔๘/๑๒๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] ๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน
ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส กำลังเสด็จสวนทางมาในระหว่างร้านตลาด พร้อมกับการได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงคิดอย่างนี้ในเวลานั้นว่า
ประโยชน์อะไรของเรากับดอกไม้เหล่านี้ ที่เราใช้บำรุงพระราชา เราพึงได้บ้าน คามเขต หรือทรัพย์พันหนึ่งเท่านั้น
เราบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ฝึกคนที่มิได้ฝึกตน ผู้มีความเพียร ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกแล้ว จักได้ทรัพย์อันเป็นอมตะ
ข้าพเจ้าครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส จับดอกบัวแดง ๓ ดอกโยนขึ้นไปในอากาศ ในครั้งนั้น
พอข้าพเจ้าโยนขึ้นไป ดอกบัวแดงเหล่านั้นก็แผ่(ขยายกลีบ)อยู่ในอากาศ ขั้วชี้ขึ้นข้างบน ดอกย้อยลงข้างล่าง กั้นอยู่เหนือพระเศียรในอากาศ
หมู่มนุษย์ที่เห็นแล้วพากันโห่ร้องเกรียวกราว ทั้งเทวดาในอากาศก็พากันแซ่ซ้องสาธุการว่า
ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก เพราะอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เราทั้งหมดจักฟังธรรม อานุภาพแห่งดอกไม้
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั่นเอง ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์มาณพผู้ที่ได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวแดง ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] ๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน
มาณพนั้น จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป และจักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๐ ชาติ
ครั้งนั้น จักมีวิมานชื่อมหาวิตถาริกะ สูง ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๑๕๐ โยชน์
ป้อม ๔๐๐,๐๐๐ ป้อม ประกอบด้วยเรือนยอดชั้นดี ประดับด้วยที่นอนใหญ่ ที่บุญกรรมสร้างไว้ดีแล้ว
นางเทพอัปสร ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ฉลาดในการฟ้อนรำ การขับร้อง และชำนาญในการประโคม จักแวดล้อมเขา
ครั้งนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์สีแดง จักตกลงในวิมานที่ประเสริฐ ซึ่งคับคั่งด้วยหมู่เทพนารี เช่นนั้น
ดอกบัวแดงโตประมาณเท่าล้อ จักแขวนอยู่ ที่ตะปูฝา ที่ไม้ฟันนาค ที่บานประตู และที่เสาระเนียด ในครั้งนั้น
นางเทพอัปสรทั้งหลายใช้กลีบบัวปูลาดวิมานนี้แล้ว จักนุ่งห่มกลีบบัว นอนกลิ้งเกลือกอยู่ภายในวิมานที่ประเสริฐซึ่งลาดด้วยกลีบบัว
ดอกบัวแดงล้วนเหล่านั้น แวดล้อมวิมาน ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ฟุ้งไป ในที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ
มาณพนี้ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
เขาได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว มีความสวัสดี ไม่มีอุปัทวะ เมื่อภพสุดท้ายมาถึงแล้วจักบรรลุนิพพาน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] ๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน
พระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้เห็นดีแล้วหนอ พาณิชยกรรม ข้าพเจ้าก็ประกอบแล้ว ข้าพเจ้าใช้ดอกบัว ๓ ดอกบูชาแล้ว ได้เสวยสมบัติ ๓ ประการ
ดอกบัวแดงบานงดงาม จักกั้นอยู่เหนือศีรษะของข้าพเจ้า ผู้ได้บรรลุธรรมแล้ว หลุดพ้นแล้วโดยประการทั้งปวง ในวันนี้
เมื่อพระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงแสดงผลกรรมของข้าพเจ้า เหล่าสัตว์หลายร้อย หลายพันได้บรรลุธรรมแล้ว
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว ๓ ดอก
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติปทุมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ติปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ นาคสมาลวรรคที่ ๘ จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. นาคสมาลเถราปทาน ๒. ปทสัญญกเถราปทาน ๓. สุสัญญกเถราปทาน ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน ๕. เอกสัญญกเถราปทาน ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน ๗. สูจิทายกเถราปทาน ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน ๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน ๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน และมีคาถา ๗๕ คาถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ ตีณิปทุมิยตฺเถราปทานํ (๘๐)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ตีณิปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๘๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกปทุม ๓ ดอก
|๘๒.๔๘| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู ทนฺโต ทนฺตปริวุโต นครา นิกฺขมี ตทา ฯ |๘๒.๔๙| นคเร หํสวติยา อโหสึ มาลิโก ตทา ยํ ตตฺถ อุตฺตมํ ตีณิ ปทุมปุปฺผานิ อคฺคหึ ฯ |๘๒.๕๐| อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ ปฏิมคฺคนฺตราปเณ สห ทิสฺวาน สมฺพุทฺธํ เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ |๘๒.๕๑| กึ เม อิเมหิ ปุปฺเผหิ รญฺโญ อุปฏฺฐิเตหิ เม คามํ วา คามเขตฺตํ วา สหสฺสํ วา ลเภยฺยหํ ฯ |๘๒.๕๒| อทนฺตทมกํ วีรํ สพฺพสตฺตสุขาวหํ โลกนาถํว ปูเชตฺวา ลจฺฉามิ อมตนฺธนํ ฯ |๘๒.๕๓| เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ ตีณิ โลหิตเก คยฺห อากาเส อุกฺขิปึ ตทา ฯ |๘๒.๕๔| มยา อุกฺขิตฺตมตฺตมฺหิ อากาเส ปตฺถรึสุ เต ธารึสุ มตฺถเก ตตฺถ อุทฺธํวณฺฏา อโธมุขา ฯ |๘๒.๕๕| เย เกจิ มนุชา ทิสฺวา อุกฺกุฏฺฐึ สมฺปวตฺตยุํ เทวตา อนฺตลิกฺขมฺหิ สาธุการํ ปวตฺตยุํ ฯ |๘๒.๕๖| อจฺเฉรํ โลเก อุปฺปนฺนํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา สพฺเพ ธมฺมํ สุณิสฺสาม ปุปฺผานํ วาหสา มยํ ฯ |๘๒.๕๗| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห วีถิยญฺหิ ฐิโต สนฺโต อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๘๒.๕๘| โย โส พุทฺธํ อปูเชสิ รตฺตปทุเมหิ มาณโว ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๘๒.๕๙| ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ ตึสกฺขตฺตุญฺจ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๘๒.๖๐| มหาวิตฺถาริกํ นาม พฺยมฺหํ เหสฺสติ ตาวเท ติโยชนสตุพฺพิทฺธํ ทิยฑฺฒสตวิตฺถตํ ฯ |๘๒.๖๑| จตฺตาริ สตสหสฺสานิ นิยฺยุหา จ สุมาปิตา กูฏาคารวรูเปตา มหาสยนมณฺฑิตา ฯ |๘๒.๖๒| โกฏิสตสหสฺสาโย ปริวาเรสฺสนฺติ อจฺฉรา กุสลา นจฺจคีตสฺส วาทิเต จ ปทกฺขิณา ฯ |๘๒.๖๓| เอตาทิเส พฺยมฺหวเร นารีคณสมากุเล วสฺสิสฺสติ ปุปฺผวสฺโส ทิพฺโพ โลหิตโก ตทา ฯ |๘๒.๖๔| ภิตฺติขีเล นาคทนฺเต ทฺวารพาเห จ โตรเณ จกฺกมตฺตา โลหิตกา โอลมฺพิสฺสนฺติ ตาวเท ฯ |๘๒.๖๕| ปตฺเตน ปตฺตสญฺฉนฺเน อนฺโต พฺยมฺหวเร อิมํ อตฺถริตฺวา ปารุปิตฺวา ตุวฏฺฏิสฺสนฺติ ตาวเท ฯ |๘๒.๖๖| ภวนํ ปริวาเรตฺวา สมนฺตา สตโยชนํ เต วิสุทฺธา โลหิตกา ทิพฺพคนฺธํ ปวายเร ฯ |๘๒.๖๗| ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๘๒.๖๘| สมฺปตฺติโย ทุเว ภุตฺวา อนีติ อนุปทฺทโว สมฺปตฺเต ปริโยสาเน นิพฺพานํ ปาปุณิสฺสติ ฯ |๘๒.๖๙| สุทิฏฺโฐ วต เม พุทฺโธ วาณิชฺชมุปโยชิตํ ปทุมานิ ตีณิ ปูเชตฺวา อนุโภสินฺติสมฺปทา ฯ |๘๒.๗๐| อชฺช เม ธมฺมปตฺตสฺส วิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพโส สุปุปฺผิตํ โลหิตกํ ธารยิสฺสติ มตฺถเก ฯ |๘๒.๗๑| มม กมฺมํ กเถนฺตสฺส ปทุมุตฺตรสตฺถุโน สตปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ ฯ |๘๒.๗๒| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิปูชยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ติณฺณํ ปทุมานิทํ ผลํ ฯ |๘๒.๗๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๘๒.๗๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ตีณิปทุมิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ตีณิปทุมิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ นาคสมาโล ปทสญฺญี สุสญฺญาลุวทายโก เอกสญฺญี ติณทโท สูจี ปาฏลิปุปฺผิโย ฐิตญฺชลี ติปทุมี คาถาโย ปญฺจสตฺตติ ฯ นาคสมาลวคฺโค อฏฺฐโม ฯ ---------
ในกาลนั้น พระชินเจ้าพระนามปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงฝึก พระองค์เองแล้ว ทรงแวดล้อมด้วยพระสาวกผู้ฝึกตนแล้ว เสด็จออกจาก นคร เวลานั้น เราเป็นช่างดอกไม้ อยู่ในพระนครหงสวดี เราถือดอก ปทุม ๓ ดอก อย่างดีเลิศ (จะไป) ในพระนครนั้น ได้พบพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลี เสด็จดำเนินอยู่ในละแวกตลาด พร้อมกับได้เห็นพระ- สัมพุทธเจ้า เราได้คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า จะมีประโยชน์อะไรแก่เราด้วย ดอกไม้เหล่านี้ ที่เราบำรุงพระราชา เราจะพึงได้บ้านหรือคามเขตหรือ ทรัพย์พันหนึ่ง (เท่านั้น) เราบูชาพระพุทธเจ้าผู้ฝึกคนที่มิได้ฝึกตน ผู้แกล้ว กล้า ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง เป็นนาถะของโลกแล้ว จักได้ ทรัพย์อันไม่ตาย ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส แล้วจับดอกปทุม ๓ ดอกโยนขึ้นไปบนอากาศ ในกาลนั้น พอเราโยนขึ้น ไป ดอกปทุมเหล่านั้นก็แผ่ (บาน) อยู่ในอากาศ มีขั้วขึ้นข้างบน ดอกลงข้างล่าง ทรงอยู่เหนือพระเศียรในอากาศ มนุษย์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง เห็นแล้ว พากันโห่ร้องเกรียวกราว ทวยเทพเจ้าในอากาศพากันซ้องสาธุ การว่า ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก เราทั้งหลายจักนำดอกไม้มาบูชา พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราทั้งหมดจักฟังธรรม จักนำดอกไม้มาบูชา พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงสมควรรับเครื่อง บูชา ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั่นเอง ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า มาณพใด ได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวแดง เราจักพยากรณ์มาณพนั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว มาณพนั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่น กัลป และจักได้เป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๓๐ ครั้ง จักมี วิมานชื่อมหาวิตถาริกะในเทวโลกนั้นสูง ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๑๕๐ โยชน์ พวงดอกไม้ ๑๔๐,๐๐๐ พวงที่เทวดานิรมิตอย่างสวยงามห้อยอยู่ที่ปราสาท อันประเสริฐ และประดับที่นอนใหญ่ นางอัปสรแสนโกฏิ มีรูปอุดม ฉลาดในการฟ้อน การขับรำและการประโคม จักแวดล้อมอยู่โดยรอบ ในกาลนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์มีสีแดง จักตกลงในวิมานประเสริฐ อัน เกลื่อนกล่นด้วยหมู่เทพนารีเช่นนี้ แก้วปทุมราคะโตประมาณเท่าจักร จัก ห้อยอยู่ที่ตะปูฝาที่ไม้ฟันนาค ที่บานประตู และที่เสาระเนียด ที่วิมานนั้น นางเทพอัปสรทั้งหลายจักลาด จักห่มด้วยใบบัว นอนอยู่ภายในวิมานอัน ประเสริฐซึ่งดาดาษด้วยใบบัว ดอกบัวแดงล้วนเหล่านั้น แวดล้อมภพ ส่งกลิ่นหอมตลบไปประมาณร้อยโยชน์โดยรอบ มาณพนี้จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับ มิได้ ได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว หากังวลมิได้ ไม่มีอันตราย เมื่อกาล เป็นที่สุดมาถึงแล้ว จักได้บรรลุนิพพาน พระพุทธเจ้าเราได้เห็นดีแล้ว หนอ การค้าเราประกอบแล้ว เราบูชา (พระพุทธเจ้าด้วย) ดอกบัว ๓ ดอกแล้ว ได้เสวยสมบัติ ๓ ดอกบัวแดงอันบานงาม จักทรงไว้บน กระหม่อมของเราผู้บรรลุธรรม พ้นวิเศษแล้วโดยประการทั้งปวงในวันนี้ เมื่อพระปทุมุตรบรมศาสดาตรัสกรรมของเราอยู่ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์ หลายแสน ในกัลปที่หนึ่งแสนแต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง (การบูชาด้วย) ดอกบัว ๓ ดอก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นแล้ว อาสวะทั้งหมดสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระตีณิปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ตีณิปทุมิยเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. นาคสมาลเถราปทาน ๒. ปทสัญญกเถราปทาน ๓. สุสัญญกเถราปทาน ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน ๕. เอกสัญญกเถราปทาน ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน ๗. สูจิทายกเถราปทาน ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน ๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน ๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทานมีคาถา ๗๕ คาถา จบ นาคสมาลวรรคที่ ๘. -----------------------------------------------------