๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเอกทุสสทายกเถระ (พระเอกทุสสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายอยู่ในกรุงหงสวดี เลี้ยงชีวิตและเลี้ยงภรรยาด้วยการเกี่ยวหญ้าขายนั้น
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง เป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จอุบัติขึ้นทำลายความมืดให้พินาศไป
ครั้งนั้น ข้าพเจ้านั่งอยู่ในเรือนของตนคิดอย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว แต่ไทยธรรมของเราไม่มีเลย
เรามีแต่ผ้าสาฎกผืนเดียวนี้ ไม่มีใครให้(อะไร)แก่เรา การสัมผัสถูกต้องนรก(ตกนรก) เป็นทุกข์ เราจักปลูกฝังทักษิณาทานไว้
ครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส ได้ถือผ้าผืนหนึ่งไปถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๐๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค] ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน
ครั้นถวายผ้าผืนนั้นแล้วได้ประกาศก้องขึ้นว่า ข้าแต่พระมหามุนีวีรเจ้า ถ้าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า ขอได้ทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้ข้าม(วัฏสงสาร) ด้วยเถิด
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เมื่อจะทรงสรรเสริญทานของข้าพเจ้า ได้ทรงทำอนุโมทนาแก่ข้าพเจ้าว่า
ด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวนี้ และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ ผู้นี้จะไม่ตกวินิบาตนรกเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
จักเกิดเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๖ ชาติ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๓ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ นับชาติไม่ถ้วน
ท่านเมื่อเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในเทวโลกหรือในมนุษยโลก จักเป็นผู้มีรูปงาม สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ มีกายน่าใคร่ยิ่งนัก ผ้านับไม่ได้ ประมาณมิได้ จักเกิดมีตามความปรารถนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศ ดุจพญาหงส์ในท้องฟ้า
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ ความพร่องในโภคสมบัติไม่มีแก่ข้าพเจ้าเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนหนึ่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๐๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค] ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน
ผ้าย่อมบังเกิดแก่ข้าพเจ้าทุกๆ ย่างเท้า เบื้องล่างข้าพเจ้ายืนอยู่บนผ้า เบื้องบนข้าพเจ้ามีผ้าเป็นหลังคา
วันนี้ ถ้าข้าพเจ้าปรารถนา ก็จะพึงใช้ผ้าปกปิด กระทั่งจักรวาลพร้อมทั้งป่า พร้อมทั้งภูเขาได้
ด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวนั้นนั่นแล เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ เป็นผู้มีผิวพรรณดังทองคำ จะเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่
ผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวไม่ถึงความสิ้นไปในที่ไหนๆ ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของข้าพเจ้า ผ้าย่อมให้ผลแก่ข้าพเจ้าแม้ในชาตินี้
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างไม่มีอาสวะ ดุจช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เอกทุสสทายกเถราปทานที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๐๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ เอกทุสฺสทายกตฺเถราปทานํ (๓๓๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เอกทุสสทายกเถราปทานที่ ๔ (๓๓๔) ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว
|๓๓๖.๑๙| นคเร หํสวติยา อโหสึ ติณหารโก ติณหาเรน ชีวามิ เตน โปเสมิ ทารเก ฯ |๓๓๖.๒๐| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู ตมนฺธการํ นาเสตฺวา อุปฺปชฺชิ โลกนายโก ฯ |๓๓๖.๒๑| สเก ฆเร นิสีทิตฺวา เอวํ จินฺเตสหํ ตทา พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน เทยฺยธมฺโม จ นตฺถิ เม ฯ |๓๓๖.๒๒| อิทํ เม สาฏกํ เอกํ นตฺถิ เม โกจิ ทายโก ทุกฺโข นิรยสมฺผสฺโส โรปยิสฺสามิ ทกฺขิณํ ฯ |๓๓๖.๒๓| เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ เอกํ ทุสฺสํ คเหตฺวาน พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ ฯ |๓๓๖.๒๔| เอกํ ทุสฺสํ ททิตฺวาน อุกฺกุฏฺฐึ สมฺปวตฺตยึ ยทิ พุทฺโธ ตุวํ วีร ตาเรหิ มํ มหามุนิ ฯ |๓๓๖.๒๕| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห มม ทานํ ปกิตฺเตนฺโต อกา เม อนุโมทนํ ฯ |๓๓๖.๒๖| อิมินา เอกทุสฺเสน เจตนาปณิธีหิ จ กปฺปสตสหสฺสานิ วินิปาตํ น คจฺฉติ ฯ |๓๓๖.๒๗| ฉตฺตึสกฺขตฺตุ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ เตตฺตึสกฺขตฺตุ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๓๓๖.๒๘| ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ เทวโลเก มนุสฺเส วา สํสรนฺโต ตุวํ ภเว ฯ |๓๓๖.๒๙| รูปวา คุณสมฺปนฺโน อนวกฺกนฺตเทหวา อกฺโขภํ อมิตํ ทุสฺสํ ภวิสฺสติ ยถิจฺฉกํ ฯ |๓๓๖.๓๐| อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ ชลชุตฺตมนามโก นภํ อพฺภุคฺคมิ ธีโร หํสราชาว อมฺพเร ฯ |๓๓๖.๓๑| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ โภเค เม อูนตา นตฺถิ เอกทุสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๓๖.๓๒| ปทุทฺธาเร ปทุทฺธาเร ทุสฺสํ นิพฺพตฺตเต มมํ เหฏฺฐา ทุสฺสมฺหิ ติฏฺฐามิ อุปริ ฉทนํ มม ฯ |๓๓๖.๓๓| จกฺกวาฬมุปาทาย สกานนํ สปพฺพตํ อิจฺฉมาโน จหํ อชฺช ทุสฺเสหจฺฉาทเยยฺยหํ ฯ |๓๓๖.๓๔| เตเนว เอกทุสฺเสน สํสรนฺโต ภวาภเว สุวณฺณวณฺโณ หุตฺวาน สํสรามิ ภวาภเว ฯ |๓๓๖.๓๕| วิปากํ เอกทุสฺสสฺส นชฺฌคํ กตฺถจิกฺขยํ อยํ เม อนฺติมา ชาติ วิปจฺจติ อิธาปิ เม ฯ |๓๓๖.๓๖| สตสหสฺสิโต กปฺเป ยํ ทุสฺสมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เอกทุสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๓๖.๓๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๓๖.๓๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกทุสฺสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกทุสฺสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายอยู่ในพระนครหงสาวดีเลี้ยงชีวิต และเลี้ยงภรรยา ด้วยการเกี่ยวหญ้าขายนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรม ทั้งปวง เป็นนายกของโลก เสด็จอุบัติขึ้นทำลายความมืดมนให้พินาศ ในกาลนั้น เรานั่งอยู่ในเรือนของตน คิดอย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ ขึ้นในโลกแล้ว แต่ไทยธรรมของเราไม่มี เรามีแต่ผ้าสาฎกผืนเดียวไม่มี ใครให้ (อะไร) แก่เรา การถูกต้องนรก เป็นทุกข์ เราจักปลูกฝัง ทักษิณาทาน ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส ได้ถือเอา ผ้าผืนหนึ่ง ไปถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ครั้นถวายผ้าผืนหนึ่ง แล้วได้ประกาศก้องขึ้นว่า ข้าแต่พระมหามุนีวีรเจ้า ถ้าพระองค์เป็น พระพุทธเจ้า ขอได้ทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้ข้ามได้เถิด พระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา เมื่อทรง สรรเสริญทานของเรา ได้ทรงทำอนุโมทนาแก่เราว่า ด้วย (การถวาย) ผ้า ผืนหนึ่งนี้ และด้วยการตั้งจิตมั่น ผู้นี้จะไม่ไปสู่ทุคติเลยตลอดแสนกัลป จักได้เป็นท้าวสักกะจอมเทพ ๓๖ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๓ ครั้ง จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ ท่าน เมื่อท่องเที่ยวอยู่ ในเทวโลกหรือในมนุษย์โลก จักเป็นผู้มีรูปงาม สมบูรณ์ ด้วยคุณสมบัติ มีกายน่าใคร่ยิ่งนัก ผ้าอันหาประมาณมิได้ จักมีตามความ ปรารถนา พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัส ดังนี้แล้ว เสด็จขึ้นสู่นภากาศ ดังพระยาหงส์ในอัมพร เราเข้าถึง กำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ความพร่องในโภคสมบัติ ไม่มีแก่เราเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว ผ้าย่อมบังเกิดแก่เรา สำหรับรองเท้าทุกๆ ย่าง เราประดิษฐานอยู่ภายใต้ผ้า ผ้าเป็นหลังคา อยู่เบื้องบนเรา วันนี้ ถ้าเราปรารถนาจะถือเอาจักรวาลพร้อมทั้งป่า พร้อม ทั้งภูเขา ก็พึงปกปิดด้วยผ้าทั้งหลายได้ ด้วย (การถวาย) ผ้าผืนเดียว นั้นนั่นแล เมื่อเราท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ย่อมเป็นผู้มีผิวพรรณดัง ทองคำ ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ผลแห่งผ้าผืนเดียว ไม่ถึงความ สิ้นไปในที่ไหนๆ ชาตินี้เป็นที่สุดของเรา ผ้าย่อมให้ผลแก่เราแม้ใน ชาตินี้ ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้ถวายผ้าใดในกาลนั้น ด้วยทาน นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว เราเผา กิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกขาด ดังช้างตัดเชือกแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกทุสสทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เอกทุสสทายกเถราปทาน.