อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๕

๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕–๕๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 29 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโสณโกฬิวิสเถระ (พระโสณโกฬิวิสเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๒๕

ข้าพเจ้าได้ให้ก่อสร้างที่จงกรมฉาบทาด้วยปูนขาว ถวายพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่

ข้อ ๒๖

ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้สีต่างๆ ลาดที่จงกรม และทำให้เป็นเพดานไว้ในอากาศ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดให้ทรงใช้สอย

ข้อ ๒๗

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าประคองอัญชลีถวายอภิวาทพระองค์ ผู้มีวัตรดีงาม แล้วมอบถวายศาลายาวแด่พระผู้มีพระภาค

ข้อ ๒๘

พระผู้มีพระภาคผู้ศาสดา ผู้ยอดเยี่ยมในโลก ผู้มีพระจักษุ ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า แล้วทรงรับไว้ด้วยความอนุเคราะห์

ข้อ ๒๙

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ครั้นทรงรับแล้ว จึงประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

ข้อ ๓๐

เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเบิกบาน ซึ่งได้ถวายศาลายาวแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

ข้อ ๓๑

รถเทียมด้วยม้า ๑,๐๐๐ ตัว จักปรากฏสำหรับผู้นี้ ซึ่งเพียบพร้อมด้วยบุญกรรม ในเวลาใกล้จะตาย

ข้อ ๓๒

ผู้นี้จักไปยังเทวโลกโดยยานนั้น เทวดาทั้งหลายจักพลอยบันเทิง ในเมื่อผู้นี้ถึงภพที่ดีแล้ว

ข้อ ๓๓

เขาจักครองวิมานซึ่งมีค่ามาก ประเสริฐที่สุด ฉาบทาด้วยดินคือแก้ว ประกอบด้วยเรือนยอดที่ล้ำเลิศ

ข้อ ๓๔

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกถึง ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นเทวราชตลอด ๒๕ กัป

ข้อ ๓๕

และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๗ ชาติ พระเจ้าจักรพรรดิเหล่านั้นแม้ทั้งหมด มีพระนามว่ายโสธระ

ข้อ ๓๖

ผู้นี้ได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว สร้างสั่งสมบุญ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในกัปที่ ๒๘

ข้อ ๓๗

แม้ในภพนั้นจักมีวิมานอย่างประเสริฐ ที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ ผู้นี้จักครองบุรีนั้น ซึ่งไม่ว่างเว้นจากเสียง ๑๐ ประการ

ข้อ ๓๘

ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินในแว่นแคว้น มีฤทธิ์มาก มีพระนามว่าโอกกากราช โดยพระโคตร

ข้อ ๓๙

นางกษัตริย์ ผู้มีวัยประเสริฐ สูงชาติกว่าหญิงทั้งหมด ๑๖,๐๐๐ คน จักประสูติพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๙ พระองค์ @เชิงอรรถ : @ ชื่อว่า ยโสธระ เพราะทรงไว้ซึ่งยศคือบริวารสมบัติและทรัพย์สมบัติ (ขุ.อป.อ. ๒/๓๕/๘๑)@ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๑๓ ในเล่มนี้ @ ฉบับพม่าและเถรคาถาอรรถกถาภาค ๒/๒๕๖ เป็น ปวรา จ สา นางนั้นประเสริฐ (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

ข้อ ๔๐

นางกษัตริย์ ครั้นประสูติพระราชบุตร และพระราชบุตรี ๙ พระองค์แล้วจักสวรรคต และพระเจ้าโอกกากราชจักทรงอภิเษกนางกัญญา ผู้เป็นที่รักแรกรุ่นดรุณีเป็นพระมเหสี

ข้อ ๔๑

พระนางกัญญาจักทำให้พระเจ้าโอกกากราช ทรงพอพระทัยแล้วได้พร พระนางได้พรแล้วจักให้เนรเทศ พระราชบุตรและพระราชบุตรี

ข้อ ๔๒

พระราชบุตรและพระราชบุตรีทั้งหมดนั้น ถูกเนรเทศแล้วจักไปยังภูเขาสูงสุด พระราชบุตรทั้งหมดจักสมสู่กับพระกนิษฐภคินี เพราะกลัวว่าชาติตระกูลจะระคนกัน

ข้อ ๔๓

ส่วนพระเชษฐกัญญาพระองค์หนึ่งจักถูกพยาธิกลุ้มรุม กษัตริย์ทั้งหลายจักซ่อนไว้ด้วยคิดว่า ชาติตระกูลของพวกเราอย่าแตกสลายเลย

ข้อ ๔๔

กษัตริย์องค์หนึ่งจึงนำพระเชษฐกัญญานั้นมาสมสู่อยู่ด้วยกัน ความเกิดแห่งวงศ์โอกกากราชจักแยกกันในครั้งนั้น

ข้อ ๔๕

โอรสของกษัตริย์เหล่านั้นจักมีพระนามว่าโกลิยะ โดยพระชาติ จักได้เสวยโภคสมบัติ อันเป็นของมนุษย์มิใช่น้อยในภพนั้น

ข้อ ๔๖

ผู้นี้จุติจากกายนั้นแล้วจักไปเกิดยังเทวโลก แม้ในเทวโลกนั้นจักได้วิมานอย่างประเสริฐ น่ารื่นรมย์ใจ

ข้อ ๔๗

เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากเทวโลก มาเกิดเป็นมนุษย์ มีชื่อว่าโสณะ

ข้อ ๔๘

จักบำเพ็ญเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว บำเพ็ญเพียรในศาสนาของพระศาสดา จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

ข้อ ๔๙

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงรู้วิเศษ มีความเพียรมาก ทรงเห็นคุณไม่มีที่สุด จักทรงตั้งเขาไว้ในตำแหน่งอันเลิศ

ข้อ ๕๐

เมื่อฝนตกแล้ว หญ้ายาวประมาณ ๔ องคุลี ยืนต้นอยู่ที่พื้นถูกลมพัดโชย สำหรับพระโยคาวจรผู้ประกอบความเพียร ผู้คงที่ ไม่มีอะไรจะยอดเยี่ยมยิ่งไปกว่าต้นหญ้านั้น

ข้อ ๕๑

ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนตน ในการฝึกอย่างสูงสุด จิตข้าพเจ้าก็ตั้งไว้ดีแล้ว ภาระทั้งหมดข้าพเจ้าก็ปลงลงแล้ว ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีอาสวะ นิพพานแล้ว

ข้อ ๕๒

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอังคีรสมหานาค ทรงเป็นอภิชาตบุตร ผู้ดุจพญาราชสีห์ ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งอันเลิศ

ข้อ ๕๓

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโสณโกฬิวิสเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้โสณโกฬิวิสเถราปทานที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ เดิมแปลว่า “เมื่อฝนตกในที่ประชุม ๔ นิ้ว หญ้าประมาณหนึ่งองคุลีถูกซัดแล้ว พระผู้มีพระภาคผู้คงที่@ซึ่งประกอบความเพียร ความถึงที่สุด ไม่มียิ่งขึ้นไปกว่านั้น” คำว่า ...องฺคลุมฺห ประมาณหนึ่งองคุลี”@ฉบับพม่าและ ขุ.เถร.อ. ๒/๒๕๗ เป็น “...องฺคณมฺหิ ที่พื้น (เนิน)” คำว่า “ปารมตา เดิมแปลว่า@ความถึงที่สุด” แปลใหม่ว่า “ยอดเยี่ยม” @ ชื่อว่าอังคีรส เพราะมีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระ ชื่อว่านาค เพราะไม่ไปยังอบาย ๔ เพราะฉันทาคติ@โทสาคติ โมหาคติ และภยาคติ หรือเพราะประพฤติชั่ว ชื่อว่ามหานาค เพราะเป็นใหญ่อันบุคคลบูชา@แล้วและเป็นผู้ประเสริฐ (อังคีรสมหานาค จึงหมายถึงผู้มีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระเป็นผู้ไม่ไปในอบาย ๔@และเป็นผู้ประเสริฐ)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๓}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทุติยํ โสณโกฏิยเวสฺสตฺเถราปทานํ (๔๒)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ โสณโกฏิยเวสสเถราปทานที่ ๒ (๔๒) ว่าด้วยผลแห่งการทำที่จงกรม

ข้อ ๔๔

|๔๔.๒๕| อโนมทสฺสิสฺส มุนิโน โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน สุธาย เลปนํ กตฺวา จงฺกมํ การยึ อหํ ฯ |๔๔.๒๖| นานาวณฺเณหิ ปุปฺเผหิ จงฺกมํ สนฺถรึ อหํ อากาเส วิตานํ กตฺวา โภชยึ พุทฺธมุตฺตมํ ฯ |๔๔.๒๗| อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน อภิวาเทตฺวาน สุพฺพตํ ทีฆสาลํ ภควโต นิยฺยาเทสิมหนฺตทา ฯ |๔๔.๒๘| มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร ปฏิคฺคเหสิ ภควา อนุกมฺปาย จกฺขุมา ฯ |๔๔.๒๙| ปฏิคฺคเหตฺวาน สมฺพุทฺโธ ทกฺขิเณยฺโย สเทวเก ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๔๔.๓๐| โย โส หฏฺเฐน จิตฺเตน ทีฆสาลํ อทาสิ เม ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๔๔.๓๑| อิมสฺส มจฺจุกาลมฺหิ ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน สหสฺสยุตฺตสฺสรโถ อุปฏฺฐิสฺสติ ตาวเท ฯ |๔๔.๓๒| เตน ยาเนนยํ โปโส เทวโลกํ คมิสฺสติ อนุโมทิสฺสเร เทวา สมฺปตฺเต กุสเล ภเว ฯ |๔๔.๓๓| มหารหํ พฺยมฺหํ เสฏฺฐํ รตนมตฺติกเลปนํ กูฏาคารวรูเปตํ พฺยมฺหํ อชฺฌาวสิสฺสติ ฯ |๔๔.๓๔| ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ ปญฺจวีสติกปฺปานิ เทวราชา ภวิสฺสติ ฯ |๔๔.๓๕| สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ยโสธรสนามา เต สพฺเพปิ เอกนามกา ฯ |๔๔.๓๖| เทฺว สมฺปตฺตี อนุโภตฺวา จินิตฺวา ปุญฺญสญฺจยํ อฏฺฐวีสติกปฺปมฺหิ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๔๔.๓๗| ตตฺถาปิ พฺยมฺหํ ปวรํ วิสุกมฺเมน มาปิตํ ทสสทฺทาวิวิตฺตนฺตํ ปุรํ อชฺฌาวสิสฺสติ ฯ |๔๔.๓๘| อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป ภูมิปาโล มหิทฺธิโก โอกฺกาโก นาม นาเมน ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสติ ฯ |๔๔.๓๙| โสฬสิตฺถิสหสฺสานํ สพฺพาสํ ปวราวยา อภิชาตา ขตฺติยานี นว ปุตฺเต ชนิสฺสติ ฯ |๔๔.๔๐| นว ปุตฺเต ชนิตฺวาน ขตฺติยานี มริสฺสติ ตรุณี จ ปิยา กญฺญา มเหสิตฺตํ กริสฺสติ ฯ |๔๔.๔๑| โอกฺกากํ โตสยิตฺวาน วรํ กญฺญา ลภิสฺสติ วรํ ลทฺธา จ สา กญฺญา ปุตฺเต ปพฺพาชยิสฺสติ ฯ |๔๔.๔๒| ปพฺพาชิตา จ เต สพฺเพ คมิสฺสนฺติ นคุตฺตมํ ชาติเภทภยา สพฺเพ ภคินีหิ วสิสฺสเร ฯ |๔๔.๔๓| เอกา จ กญฺญา พฺยาธีหิ ภวิสฺสติ ปุรกฺขตา มา โน ชาติ ปภิชฺชติ นิขณิสฺสนฺติ ขตฺติยา ฯ |๔๔.๔๔| ขตฺติโย นีหริตฺวาน ตาย สทฺธึ วสิสฺสติ ภวิสฺสติ ตทา เภโท โอกฺกากกุลสมฺภโว ฯ |๔๔.๔๕| เตสํ ปชา ภวิสฺสนฺติ โกลิยา นาม ชาติยา ตตฺถ มานุสกํ โภคํ อนุโภสฺสนฺตินปฺปกํ ฯ |๔๔.๔๖| ตมฺหา กายา จวิตฺวาน เทวโลกํ คมิสฺสติ ตตฺราปิ ปวรํ พฺยมฺหํ ลภิสฺสติ มโนรมํ ฯ |๔๔.๔๗| เทวโลกา จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต อาคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ โสโณ นาม ภวิสฺสติ ฯ |๔๔.๔๘| อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต ปทหํ สตฺถุ สาสเน สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๔๔.๔๙| อนนฺตทสฺสี ภควา โคตโม สกฺยปุงฺคโว วิเสสญฺญู มหาวีโร อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสฺสติ ฯ |๔๔.๕๐| วุฏฺฐมฺหิ เทเว จตุรงฺคุลมฺหิ ติเณ อนิเลริตองฺคุลมฺหิ ฐเปตฺวาน โยคสฺส ปยุตฺตตาทิโน ตโตตฺตริ ปารมตา น วิชฺชติ ฯ |๔๔.๕๑| อุตฺตเม ทมเถ ทนฺโต จิตฺตํ เม สุปฺปณีหิตํ ภาโร เม โอหิโต สพฺโพ นิพฺพุโตมฺหิ อนาสโว ฯ |๔๔.๕๒| องฺคีรโส มหานาโค อภิชาโตว เกสรี ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ |๔๔.๕๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสโณ โกฏิยเวสฺโส เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โสณโกฏิยเวสฺสตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

เราได้ให้ทำที่จงกรม ซึ่งทำการฉาบทาด้วยปูนขาว ถวายแด่พระมุนีพระ- นามว่าอโนมทัสสีเชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ เราได้เอาดอกไม้ต่างๆ สี ลาดที่จงกรม ทำเพดานบนอากาศ แล้วทูลเชิญพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดให้ทรง ใช้สอย เวลานั้น เราประนมอัญชลีถวายบังคมพระองค์ผู้มีวัตรอัน งาม แล้วมอบถวายศาลาลีแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคผู้เป็น ศาสดายอดเยี่ยมในโลก มีพระจักษุ ทรงรู้ความดำริของเรา จึงอนุเคราะห์ รับไว้ พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นทักขิไณยบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ครั้นทรงรับแล้ว ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า ผู้ใดมีจิตโสมนัส ได้ถวายศาลาลีแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว รถอันเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง จักปรากฏแก่ผู้นี้ พร้อมเพรียงด้วยบุญกรรม ในเวลาใกล้ตาย ผู้นี้จักไปสู่เทวโลกด้วยยาน นั้น เทวดาทั้งหลายจักพลอยบันเทิง ในเมื่อผู้นี้ไปถึงภพอันดี วิมานอัน ควรค่ามาก เป็นวิมานประเสริฐฉาบทาด้วยดินแก้ว ประกอบด้วยปราสาท อันประเสริฐ จักครอบงำวิมานอื่น ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่นกัลป จักได้เป็นท้าวเทวราชตลอด ๒๕ กัลป และจักได้เป็นพระ เจ้าจักรพรรดิตลอด ๗๗ กัลป พระเจ้าจักรพรรดินั้นแม้ทั้งหมดมีพระนาม เดียวกันว่ายโสธร ผู้นี้ได้เสวยสมบัติทั้งสองแล้ว ก่อสร้างสั่งสมบุญ จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิใน ๒๘ กัลป (อีก) แม้ในภพนั้น จักมี วิมานอันประเสริฐ ที่วิสสุกรรมเทพบุตรนิรมิตให้ผู้นี้จักครองบุรีซึ่งมีเสียง ๑๐ อย่างต่างๆ กัน ในกัลปจะนับประมาณมิได้ แต่กัลปนี้ ผู้นี้จักได้ เป็นพระราชารักษาแผ่นดิน มีฤทธิ์มาก มีพระนามชื่อว่าโอกกากะ อยู่ใน แว่นแคว้น นางกษัตริย์ผู้มีวัยอันประเสริฐ มีชาติสูงกว่าหญิง ๖ หมื่น ทั้งหมด จักประสูติพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๙ พระองค์ ครั้น ประสูติพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๙ พระองค์แล้ว จักสิ้นพระชนม์ พระเจ้าโอกกากราชจักทรงอภิเษกนางกัญญาผู้เป็นที่รัก กำลังรุ่นเป็นมเหสี พระนางจักยังพระเจ้าโอกกากราชให้โปรดปรานแล้วได้พร ครั้นพระนาง ได้พรแล้ว จักให้ขับไล่พระราชบุตรและพระราชบุตรี พระราชบุตรและ พระราชบุตรีทั้งหมดนั้นถูกขับไล่แล้ว จักไปยังภูเขา เพราะกลัวความแตก ชาติ พระราชบุตรทั้งหมดจักสมสู่กับพระกนิษฐภคินี ส่วนพระเชษฐภคินี พระองค์หนึ่งจักเป็นโรคพยาธิ กษัตริย์ทั้งหลายจักตั้ง (ใจ) ลงมั่นว่า ชาติของเราอย่าแตกแยกเลย กษัตริย์จึงนำมาสมสู่กับพระเชษฐภคินีนั้น ความเกิดแห่งสกุลโอกกากะจักแตกแยก โอรสของกษัตริย์เหล่านั้นจักมี พระนามว่าโลกิยะ โดยชาติจักได้เสวยโภคสมบัติ อันเป็นของมนุษย์มิใช่ น้อยในภพนั้น ผู้นี้เคลื่อนจากกายนั้นแล้วจักไปสู่เทวโลก แม้ในเทวโลก นั้น จักได้วิมานอันประเสริฐ เป็นที่รื่นรมย์ใจ ผู้นี้อันกุศลมูลตักเตือน แล้ว จักเคลื่อนจากเทวโลกมาสู่ความเป็นมนุษย์ จักมีชื่อว่าโสณะ จัก ปรารภความเพียร มีใจแน่วแน่ ตั้งความเพียรในศาสนาของพระศาสดา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน พระผู้มีพระภาค พระนามว่า โคดมศากยบุตร ผู้ประเสริฐ ผู้รู้วิเศษ เป็นมหาวีระ ทรง เห็นคุณอนันต์จักตั้งไว้ในตำแหน่งเลิศ เมื่อฝนตกในที่ประมาณ ๔ นิ้ว หญ้าประมาณ ๔ นิ้ว ลมซัด เว้น พระผู้มีพระภาคผู้คงที่ ซึ่งทรงประกอบความเพียร ความถึงที่สุด ไม่มียิ่งขึ้นไปกว่านั้น เรามีตนฝึกแล้วในการฝึกอันอุดม เราตั้งจิตไว้ดีแล้ว เราปลงภาระทั้งปวง ลงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะดับแล้ว พระอังคีรสมหานาค มีพระชาติสูง ดังพระยาไกรสร ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ทรงตั้งเราไว้ในเอต- ทัคคสถาน คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโสณโกฏิยเวสสเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/