๒. สตรังสิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๖. วีชนีวรรค] ๒. สตรังสิยเถราปทาน ๒. สตรังสิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสตรังสิยเถระ (พระสตรังสิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคผู้เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ เสด็จขึ้นภูเขาสูงแล้วประทับนั่งอยู่ ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้จบมนตร์ อยู่ในที่ไม่ไกลจากภูเขา
ข้าพเจ้าได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้องอาจกว่านรชน ประนมมือแล้ว ชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
พระมหาวีรพุทธเจ้าพระองค์นี้ ทรงประกาศธรรมอันประเสริฐ มีหมู่ภิกษุแวดล้อม รุ่งเรืองดังกองไฟ
พระผู้มีพระภาคทรงเป็นดุจมหาสมุทรที่หวั่นไหวได้ยาก ทรงเป็นดุจห้วงน้ำที่ข้ามได้ยาก ทรงเป็นดุจราชสีห์ที่ไม่ครั่นคร้าม มีพระจักษุแสดงธรรมอยู่
พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
ผู้ใดได้ถวายอัญชลีและชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ผู้นั้นจักได้ครองเทวสมบัติ ๓๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าอังคีรส ผู้ทรงทำลายกิเลสเครื่องห่อหุ้มได้แล้ว จักเสด็จอุบัติขึ้นในครั้งนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๖. วีชนีวรรค] ๓. สยนทายกเถราปทาน
ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระองค์ เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นพระอรหันต์มีนามว่าสตรังสี
ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บวชเป็นบรรพชิต มีนามว่าสตรังสี ข้าพเจ้ามีรัศมีแผ่ออกไป
ข้าพเจ้ามีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน อยู่ที่มณฑปหรือโคนต้นไม้ ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ มีนามเหมือนกันว่าราม สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสตรังสิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สตรังสิยเถราปทานที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ สตรํสิยตฺเถราปทานํ (๕๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สตรังสิยเถราปทานที่ ๒ (๕๒) ว่าด้วยผลแห่งการชมเชยพระผู้โลกนายก
|๕๔.๘| อุพฺพิทฺธํ เสลมารุยฺห นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ปพฺพตสฺสาวิทูรมฺหิ พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู ฯ |๕๔.๙| อุปวิฏฺฐํ มหาวีรํ เทวเทวํ นราสภํ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ |๕๔.๑๐| เอส พุทฺโธ มหาวีโร วรธมฺมปฺปกาสโก ชลติ อคฺคิกฺขนฺโธว ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต ฯ |๕๔.๑๑| มหาสมุทฺโทวกฺโขพฺโภ อณฺณโวว ทุรุตฺตโร มิคราชาวสมฺภีโต ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๕๔.๑๒| มม สงฺกปฺปมญฺญาย ปทุมุตฺตรนามโก ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๕๔.๑๓| เยนายํ อญฺชลิ ทินฺโน พุทฺธเสฏฺโฐ จ โถมิโต ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๕๔.๑๔| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ องฺคีรสสนามโก วิวฏฺฏจฺฉโท สมฺพุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตาวเท ฯ |๕๔.๑๕| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สตรํสีติ นาเมน อรหา โส ภวิสฺสติ ฯ |๕๔.๑๖| ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ปพฺพชึ อนคาริยํ สตรํสิมฺหิ นาเมน ปภา นิทฺธาวเต มม ฯ |๕๔.๑๗| มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา ฌายี ฌานรโต อหํ ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๕๔.๑๘| สฏฺฐิกปฺปสหสฺสมฺหิ จตุโร โรมนามกา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๕๔.๑๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สตรํสิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สตรํสิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้อุดมบุรุษ เสด็จขึ้นภูเขาอันสูงสุดแล้ว ประทับนั่งอยู่ เราเป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบมนต์ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขา ได้เข้าไปเฝ้าพระ- มหาวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนราสภ ประนมกรอัญชลีแล้ว ชมเชย พระผู้นายกของโลกว่า พระมหาวีรพุทธเจ้าพระองค์นี้ ทรงประกาศธรรม อันประเสริฐ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ พระผู้มี พระภาคผู้มีพระจักษุ ไม่ทรงกำเริบดังมหาสมุทร หาผู้ต้านทานได้ยาก ดุจ อรรณพ ไม่ทรงครั่นคร้ามเหมือนราชสีห์ทรงแสดงธรรม พระศาสดา พระนามว่าปทุมุตระ ทรงทราบความดำริของเรา ประทับยืนในท่ามกลาง ภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดได้ถวายอัญชลีนี้ และเชยชม พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้นั้นจักได้เสวยเทวรัชสมบัติตลอด ๖ หมื่นกัลป ในแสนกัลป พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอังคีรสะ ผู้มีกิเลสดังหลังคา เปิด จักเสด็จอุบัติในภพนั้น ผู้นั้นจักเป็นโอรสผู้รับมรดกในธรรมของ พระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นอันธรรมนิรมิตแล้ว จักเป็นพระอรหันต์มีชื่อว่า สตรังสี เรามีอายุ ๗ ปีโดยกำเนิด ออกบวชเป็นบรรพชิตมีชื่อว่าสตรังสี รัศมีของเราแผ่ออกไป เรามักเพ่งฌานยินดีในฌานอยู่ที่มณฑปหรือโคนไม้ เราทรงกายอันเป็นที่สุด อยู่ในศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอด ๖ หมื่นกัลป ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่าโรมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ- ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสตรังสิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สตรังสิยเถราปทาน