๑. ภัททกาปิลานีเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๔. จตุกกนิบาต] ๑. ภัททกาปิลานีเถรีคาถา ๔. จตุกกนิบาต ๑. ภัททกาปิลานีเถรีคาถา ภาษิตของพระภัททกาปิลานีเถรี พระภัททกาปิลานีเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
พระมหากัสสปเถระเป็นบุตร เป็นทายาทของพระพุทธเจ้า มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว ท่านระลึกชาติได้ ทั้งเห็นสวรรค์และอบาย
อนึ่ง ท่านถึงความสิ้นชาติ เป็นผู้เสร็จกิจแล้ว เพราะรู้ยิ่ง เป็นมุนี เป็นพราหมณ์ผู้ได้วิชชา ๓ ด้วยวิชชา ๓ เหล่านี้
พระภัททกาปิลานีเถรีก็ได้วิชชา ๓ เหมือนพระมหากัสสปะ ละมัจจุราชได้ ชนะมารพร้อมทั้งเสนามารได้แล้ว ยังทรงร่างกายที่มีในภพสุดท้ายอยู่
เราทั้ง ๒ เห็นโทษทางโลก แล้วออกบวช ฝึกฝนตน สิ้นอาสวะ เป็นผู้เย็น ดับสนิทแล้ว จตุกกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๖๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีคาถาย จตุกฺกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรีคาถา จตุกกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในจตุกกนิบาต ภัททกาปิลานีเถรีคาถา สุภาษิตแสดงเหตุออกบวช
|๔๓๘.๖๓| ๑ ปุตฺโต พุทฺธสฺส ทายาโท กสฺสโป สุสมาหิโต ปุพฺเพนิวาสํ โสเวทิ สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ |๔๓๘.๖๔| อโถ ชาติกฺขยํ ปตฺโต อภิญฺญาโวสิโต มุนิ เอตาหิ ตีหิ วิชฺชาหิ เตวิชฺโช โหติ พฺราหฺมโณ ฯ |๔๓๘.๖๕| ตเถว ภทฺทกาปิลานี เตวิชฺชา มจฺจุหายินี ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ เชตฺวา มารํ สวาหนํ ฯ |๔๓๘.๖๖| ทิสฺวา อาทีนวํ โลเก อุโภ ปพฺพชิตา มยํ ตฺยมฺห ขีณาสวา ทนฺตา สีติภูตมฺห นิพฺพุตาติ ฯ ภทฺทกาปิลานี ฯ จตุกฺกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ --------------
พระมหากัสสปะท่านเป็นโอรสของพระพุทธเจ้า เป็นทายาทของพระ- พุทธเจ้า เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว รู้ระลึกถึงชาติก่อนๆ ได้ ทั้งเห็น สวรรค์และอบาย อนึ่ง ท่านบรรลุอรหัต อันเป็นความสิ้นไปแห่งชาติ เป็นผู้เสร็จกิจแล้วเพราะรู้ยิ่ง เป็นมุนี เป็นพราหมณ์ผู้มีวิชชา ๓ ด้วยวิชชา ๓ เหล่านี้ นางภัททกาปิลานีเป็นผู้มีวิชชา ๓ เหมือนพระมหากัสสปะ เป็น ผู้ละมัจจุชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ย่อมทรงไว้ซึ่งร่างกายอันมีในที่สุด เราทั้งสองบวชแล้วเพราะเห็นโทษในโลก เราทั้งสองนั้นเป็นผู้มีอาสวะ สิ้นแล้ว มีอินทรีย์อันฝึกแล้ว เป็นผู้มีความเย็นใจ ดับสนิทแล้ว. จบ จตุกกนิบาต. -----------------------------------------------------