๖. กุมารเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. กุมารเปตวัตถุ เรื่องกุมารเปรต (พระศาสดาตรัสว่า)
เราได้ฟังมาดังนี้ว่า ได้มีกุมารสององค์เป็นพระราชโอรส ในกรุงสาวัตถี ข้างป่าหิมพานต์
พระราชกุมารทั้ง ๒ พระองค์นั้น ทรงมัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ทรงเพลิดเพลินด้วยอำนาจ ความยินดีในกาม ทรงติดความสุขในปัจจุบัน ไม่ทรงเห็นถึงความสุขในอนาคต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๘๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๗. ราชปุตตเปตวัตถุ
ครั้นเคลื่อนจากความเป็นมนุษย์นี้ไปสู่ปรโลก ไม่ปรากฏกายให้ใครเห็น ร้องคร่ำครวญถึงกรรมชั่วครั้งก่อนของตน ณ ที่ใกล้กรุงสาวัตถีนี้ว่า
เมื่อพระทักขิไณยบุคคลมีอยู่มากหลาย และเมื่อไทยธรรมก็มีอยู่ แต่พวกเราไม่อาจทำบุญซึ่งจะนำความสุขมาให้ แล้วทำตนให้มีความสวัสดี(แม้เพียง)เล็กน้อย
อะไรจะพึงเลวกว่ากามนั้น อันเป็นเหตุให้พวกเราเคลื่อนจากราชสกุลแล้วไปอยู่เปตวิสัย เพียบพร้อมไปด้วยความหิวกระหาย
มนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้เคยเป็นเจ้าของในที่ใด ย่อมไม่ได้เป็นเจ้าของในที่นั้นอีก เป็นผู้เจริญขึ้นแล้วเสื่อมลง ย่อมหมุนไปตามความหิวกระหาย
นรชนทราบถึงโทษ ซึ่งเกิดมีด้วยอำนาจความเมาในความเป็นใหญ่อย่างนี้แล้ว ละความเมาในความเป็นใหญ่ได้แล้ว พึงไปสวรรค์ได้ เขามีปัญญาเมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสวรรค์กุมารเปตวัตถุที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. กุมารเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของกุมารเปรต
|๑๒๖.๖๕๔| ๖ สาวตฺถี นาม นครํ หิมวนฺตสฺส ปสฺสโต ตตฺถาสุํ เทฺว กุมารา ราชปุตฺตาติ เม สุตํ ฯ |๑๒๖.๖๕๕| ปมตฺตา รชนีเยสุ กามสฺสาทาภินนฺทิโน ปจฺจุปฺปนฺเน สุเข คิทฺธา น เต ปสฺสึสุ นาคตํ ฯ |๑๒๖.๖๕๖| เต ปุตฺตา จ มนุสฺสตฺตา ปรโลกํ อิโต คตา เต จ โฆเสนฺติ น ทิสฺสนฺโต ปุพฺเพ ทุกฺกฏมตฺตโน ฯ |๑๒๖.๖๕๗| พหูสุ วต สนฺเตสุ เทยฺยธมฺเม อุปฏฺฐิเต นาสกฺขิมฺหา จ อตฺตานํ ปริตฺตโสตฺถึ กาตุํ สุขาวหํ ฯ |๑๒๖.๖๕๘| กึ ตโต ปาปกํ อสฺส ยนฺโน ราชกุลา จุตา อุปปนฺนา เปตวิสยํ ขุปฺปิปาสาสมปฺปิตา ฯ |๑๒๖.๖๕๙| สามิโน อิธ หุตฺวาน โหนฺติ อสฺสามิโน ตหึ มรนฺติ ขุปฺปิปาสาย มนุสฺสา อุนฺนโตนตา ฯ |๑๒๖.๖๖๐| เอวมาทีนวํ ญตฺวา อิสฺสรมานสมฺภวํ ปหาย อิสฺสรมทํ ภเว สคฺคคโต นโร กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ สคฺคํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ กุมารเปตวตฺถุ ฉฏฺฐํ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ว่า มีพระกุมาร ๒ องค์เป็นพระราชโอรสอยู่ใน พระนครสาวัตถี ข้างประเทศหิมพานต์ พระราชกุมารทั้ง ๒ องค์นั้นเป็น ผู้มัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ทรงเพลิดเพลินด้วยอำนาจ ความยินดีในกาม ทรงติดอยู่ในความสุขปัจจุบัน ไม่ทรงเห็นสุขใน อนาคต ครั้นจุติจากความเป็นมนุษย์ไปจากโลกนี้สู่เปตโลกแล้ว เกิดเป็น เปรตไม่แสดงกายให้ปรากฏ ร้องประกาศกรรมชั่วของตนที่ได้กระทำไว้ ในกาลก่อนว่า เมื่อพระทักขิไณยบุคคลมีอยู่เป็นอันมาก และไทยธรรม อันเขาเข้าไปตั้งไว้ก็มีอยู่ พวกเราไม่อาจทำบุญอันนำมาซึ่งความสุขต่อไป แม้เล็กน้อย และทำตนให้มีความสวัสดีได้ อะไรจะพึงลามกกว่ากามนั้น พวกเราจุติจากราชกุลแล้วไปบังเกิดในเปตวิสัย พรั่งพร้อมไปด้วยความ หิวและความกระหาย เมื่อก่อน เคยเป็นเจ้าของในที่ใดในโลก ย่อม ไม่ได้เป็นเจ้าของในที่นั้นอีก มนุษย์ทั้งหลายเจริญขึ้นแล้วเสื่อมลง ย่อม ตายเพราะความหิวและความกระหาย นรชนรู้โทษอันเกิดด้วยอำนาจ ความถือตัวว่าเป็นใหญ่อย่างนี้แล้ว ละความเมาในความเป็นใหญ่ได้แล้ว พึงไปสู่สวรรค์ นรชนผู้มีปัญญาเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสวรรค์. จบ กุมารเปตวัตถุที่ ๖.