๕. กัญชิกทายิกาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. กัญชิกทายิกาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายน้ำข้าวปรุงผสมผลพุทราอบ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก [๗๒๐-๗๒๑] เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๖. วิหารวิมาน
ดิฉันเมื่ออยู่ในเมืองอันธกวินทะ ได้ถวายน้ำข้าวปรุงด้วยผลพุทราอบด้วยน้ำมัน แด่พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์
มีจิตเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคผู้ปฏิบัติตรง ได้ถวายน้ำข้าวผสมด้วยดีปลี กระเทียม และรากผักชี
การที่นารีผู้มีเรือนร่างงามทุกส่วนสัด สามีมองไม่เบื่อ ได้ครองความเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดินั้น ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวครั้งเดียว
ทองคำ ๑๐๐ แท่ง ม้า ๑๐๐ ตัว ราชรถเทียมด้วยม้าอัสดร ๑๐๐ คัน หญิงสาวประดับต่างหูแก้วมณี ๑๐๐,๐๐๐ นาง ก็ยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งทานคือการถวายน้ำข้าวครั้งเดียว
ช้างมาตังคะ ๑๐๐ เชือก เกิดในป่าหิมพานต์ มีงางอนงาม ทรงพลังมาก มีสายคล้องคอทองคำ ตกแต่งด้วยเครื่องลาดและเครื่องประดับที่วิจิตรบรรจงด้วยทองคำ ก็ยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของการถวายน้ำข้าวครั้งเดียว
การที่พระเจ้าจักรพรรดิได้ครอบครองทวีปทั้ง ๔ ในโลกนี้นั้น ก็ยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวครั้งเดียวนั้นกัญชิกทายิกาวิมานที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. กัญชกทายิกาวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกัญชิกทายิกาวิมาน พระโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
|๔๓.๕๐๒| ๕ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต ... เป ... โอสธี วิย ตารกา |๔๓.๕๐๓| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๓.๕๐๔| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๓.๕๐๕| อหํ อนฺธกวินฺทสฺมึ พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน อทาสึ โกลสมฺปากํ กญฺชิกํ เตลธูปิตํ |๔๓.๕๐๖| ปิปฺผลฺยา ลสุเณน จ มิสฺสํ ลามชฺชเกน จ อทาสึ อุชุภูตสฺมึ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๔๓.๕๐๗| ยา มเหสิตํ กาเรยฺย จกฺกวตฺติสฺส ราชิโน นารี สพฺพงฺคกลฺยาณี ภตฺตุ จาโนมทสฺสิกา เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ |๔๓.๕๐๘| สตํ นิกฺขา สตํ อสฺสา สตํ อสฺสตรีรถา สตํ กญฺญาสหสฺสานิ อามุตฺตมณิกุณฺฑลา เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ |๔๓.๕๐๙| สตํ เหมวตา นาคา อีสาทนฺตา อุรูฬฺหวา สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา เหมกปฺปนิวาสสา เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ |๔๓.๕๑๐| จตุนฺนํปิ ปทีปานํ อิสฺสรํ โยธ การเย เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสินฺติ ฯ กญฺชิกทายิกาวิมานํ ปญฺจมํ ฯ
ดูกรแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุก ทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เพราะบุญกรรมอะไร ท่านจึงมี วรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรม อะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อน ฉันเกิดเป็นมนุษย์ มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายน้ำข้าวอันปรุง ด้วยพริกและใส่น้ำมันอันเจียวแล้ว และปรุงด้วยดีปลี กระเทียม ขิง ข่า กระชาย แด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ ซึ่งประทับ อยู่ ณ พระนครอันธกวินทะ ดิฉันจึงได้เสวยทิพยสมบัติเช่นนี้ นางแก้ว ผู้งดงามทั่วสรรพางค์ สามีไม่จืดจางในการมองชม ได้รับอภิเษกเป็น เอกอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิราช ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น ทองคำแท่งตั้งร้อยแท่ง ม้าอัสดรร้อยม้า รถ อันเทียมด้วยม้าอัสดรร้อยคัน นางราชกัญญาอันประดับประดาด้วยแก้ว มุกดาแก้วมณี และกุณฑลประมาณตั้งแสน ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น คชสารตัวประเสริฐอันเกิดแต่ป่าหิมพานต์เป็น ตระกูลคชสารมาตังคะ มีงาอันงอนงามดุจงอนรถ มีสายรัดแล้วด้วย ทองคำ ร้อยเชือก ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น ถึงแม้พระเจ้าจักรพรรดิผู้ได้เสวยราชสมบัติเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ก็ยัง ไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น. จบ กัญชิกทายิกาวิมานที่ ๕.