๒. อุจฉุทายิกาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อุจฉุทายิกาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายท่อนอ้อย (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาเหล่านี้ว่า)
เธอมีสิริรัศมีกาย มีบริวารยศและมีเดช เปล่งรัศมีส่องทั่วแผ่นดินพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสว รุ่งเรืองดังพระจันทร์และพระอาทิตย์ และดังท้าวมหาพรหมเปล่งรัศมีงามล้ำกว่า ทวยเทพชาวไตรทศพร้อมทั้งพระอินทร์
อาตมาขอถามเธอ เทพธิดาผู้เลอโฉม ประดับมาลัยดอกอุบล มีมาลัยแก้วประดับเทริด มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับประดาอาภรณ์อย่างสวยงาม ทรงพัสตราภรณ์ชั้นเลิศ เธอเป็นใครมาไหว้อาตมา
ชาติก่อนเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำกรรมอะไรมาก่อน เธอสั่งสมทานไว้ดีหรือว่ารักษาศีลไว้ดี จึงเกิดในสวรรค์ มีบริวารยศ เพราะกรรมอะไร เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๒. อุจฉุทายิกาวิมาน (เทพธิดาตอบว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อไม่นานมานี้ พระเถระรูปหนึ่ง เข้ามาบิณฑบาตยังเรือนของดิฉันในหมู่บ้านนี้แหละ จากนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่ท่าน
แต่ต่อมาภายหลัง แม่ผัวซักถามดิฉันว่า แม่ตัวดี แกเอาอ้อยไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะ ดิฉันจึงตอบว่า ไม่ได้ทิ้งและก็ไม่ได้กิน แต่ดิฉันได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบระงับไปแล้ว
ทันใดนั้น แม่ผัวได้ด่าดิฉันว่า นี่แกหรือฉันเป็นใหญ่กันแน่ ว่าแล้วก็คว้าตั่งฟาดดิฉัน ดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นแล้วก็มาเกิดเป็นเทพธิดา
ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ ได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ
ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณ ๕
ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยให้ผลมาก ดิฉันจึงได้รับการบำเรอ บันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๓. ปัลลังกวิมาน
ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยมีอานุภาพมาก ดิฉันจึงมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา ดังท้าวสหัสนัยน์ในนันทวัน
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเข้าไปหาพระคุณเจ้า ผู้อนุเคราะห์ซึ่งมีปัญญา แล้วกราบไหว้และถามถึงความไม่มีโรค จากนั้นก็มีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า อุจฉุทายิกาวิมานที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. อุจฉุวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุจฉุวิมาน
|๓๐.๒๘๐| ๒ โอภาสยิตฺวา ปฐวึ สเทวกํ อติโรจสิ จนฺทิมสุริยา วิย สิริยา จ วณฺเณน ยเสน เตชสา พฺรหฺมาว เทวิ ติทเส สหินฺทเก |๓๐.๒๘๑| ปุจฺฉามิ ตํ อุปฺปลมาลธารินิ อาเวฬินิ กญฺจนสนฺนิภตฺตเจ อลงฺกเต อุตฺตมวตฺถธารินิ กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ |๓๐.๒๘๒| กึ ตฺวํ ปุเร กมฺมํ อกาสิ อตฺตนา มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา ทานํ สุจิณฺณํ อถ สีลสญฺญมํ เกนูปปนฺนา สุคตึ ยสสฺสินี เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ |๓๐.๒๘๓| อิทานิ ภนฺเต อิมเมว คามํ ปิณฺฑาย อมฺหากํ ฆรํ อุปาคมิ ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสึ ขณฺฑิกํ ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยา |๓๐.๒๘๔| สสฺสู จ ปจฺฉา อนุยุญฺชเต มมํ กหนฺนุ อุจฺฉุํ วธุเก อวากริ น ฉฑฺฑิตํ น จ ขาทิตํ มยา สนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส สยํ อทาสิหํ |๓๐.๒๘๕| ตุยฺหํ อิทํ อิสฺสริยํ อโถ มมํ อิติสฺสา สสฺสุ ปริภาสเต มมํ ปีฐํ คเหตฺวา ปหารํ อทาสิ เม ตโต จุตา กาลกตมฺหิ เทวตา |๓๐.๒๘๖| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๓๐.๒๘๗| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา สมปฺปิตา กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๓๐.๒๘๘| เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ มหาวิปากา มม อุจฺฉุทกฺขิณา เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๓๐.๒๘๙| เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ มหาชุติกา มม อุจฺฉุทกฺขิณา เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา สหสฺสเนตฺโตริว นนฺทเน วเน |๓๐.๒๙๐| ตุวญฺจ ภนฺเต อนุกมฺปกํ วิทุํ อุเปจฺจ วนฺทึ กุสลญฺจ ปุจฺฉิยา ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสึ ขณฺฑิกํ ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยาติ ฯ อุจฺฉุวิมานํ ทุติยํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามนางเทพธิดานั้นด้วยคาถาความว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีศิริ มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง มียศและเดช สว่าง ไสวไพโรจน์ทั่วแผ่นดินรวมทั้งเทวโลกเหมือนกับพระจันทร์และพระอาทิตย์ เป็นผู้ ประเสริฐเหมือนท้าวมหาพรหม รุ่งเรืองกว่าเทพเจ้าเหล่าไตรทศพร้อมทั้ง อินทร์ อาตมาขอถามท่านผู้ทัดทรงดอกอุบล ยินดีแต่พวงมาลัยประดับ เศียร มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับประดาอาภรณ์สวยงาม นุ่งห่มผ้าอย่างดี ดูกรนางเทพธิดาผู้เลอโฉม ท่านเป็นใครมาไหว้อาตมา อยู่ เมื่อก่อน ครั้งเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ท่านได้ทำกรรมอะไร ไว้ด้วยตน ได้ให้ทานหรือรักษาศีลอย่างไรไว้ ท่านได้เข้าถึงสุคติ มี เกียรติยศ เพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามแล้วขอจงบอก ผลนี้แห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว กล่าวตอบด้วยคาถาความว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระเถระรูปหนึ่งเข้ามายังบ้านของดิฉันเพื่อบิณฑบาต ในกรุงราชคฤห์นี้ ทันใดนั้น ดิฉันมีจิตเลื่อมใส เพราะปีติสุดที่จะหา สิ่งใดมาเทียมได้ จึงได้ถวายท่อนอ้อยแก่ท่าน ภายหลังแม่ผัวได้ถามถึง ท่อนอ้อยที่หายไปว่า ท่อนอ้อยหายไปไหน จึงตอบว่า ท่อนอ้อยนั้น ดิฉันไม่ได้ทิ้ง ทั้งไม่ได้รับประทาน แต่ดิฉันได้ถวายแก่ภิกษุผู้สงบระงับ ทันใดนั้นแม่ผัวได้บริภาษดิฉันว่า เธอหรือฉันเป็นเจ้าของท่อนอ้อยนั้น ว่าแล้วก็คว้าเอาตั่งฟาดดิฉันจนถึงตาย เมื่อดิฉันจุติจากมนุษยโลกนั้น แล้ว จึงมาเกิดเป็นนางเทพธิดา ดิฉันได้ทำกุศลกรรมนั้นไว้อย่างเดียว เพราะกรรมนั้นเป็นเหตุ ดิฉันจึงมาเสวยความสุขด้วยตนเอง เพียบ พร้อมด้วยเทพเจ้าผู้รับใช้ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณ อนึ่ง ดิฉันได้ทำกุศลกรรมนั้นเท่านั้น เพราะกรรมนั้นเป็นเหตุ ดิฉันจึงมาเสวย ความสุขด้วยตนเอง เป็นผู้ที่ท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครองแล้ว และเป็นผู้ อันเทพเจ้าชาวไตรทศอารักขาด้วย จึงเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยเบญจ- กามคุณ ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายท่อนอ้อยของดิฉันมีผลอัน ยิ่งใหญ่ ดิฉันเพียบพร้อมด้วยเทพเจ้าผู้รับใช้ ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วย เบญจกามคุณ ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายท่อนอ้อยของดิฉันมีผล รุ่งเรืองมาก ดิฉันเป็นผู้ที่ท้าวสักกะจอมเทพทรงคุ้มครองแล้ว ทั้งเทพเจ้า ชาวไตรทศก็ให้อารักขาด้วย ดังท้าวสหัสสนัยน์ในสวนนันทวันฉะนั้น ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ดิฉันเข้ามานมัสการท่านผู้มีความกรุณา มีปัญญา รู้แจ้งและถามถึงความไม่มีโรคภัยด้วย เพราะฉะนั้น ดิฉันมีใจเลื่อมใส ด้วยปีติสุดที่จะหาสิ่งใดๆ มาเทียบเคียงได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแก่ พระคุณเจ้าในครั้งนั้น. จบ อุจฉุวิมานที่ ๒