๗. ราชปุตตเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ราชปุตตเปตวัตถุ เรื่องเปรตราชบุตร (พระศาสดาตรัสว่า)
ผลกรรมทั้งหลายที่พระราชโอรสทำไว้ในชาติก่อนพึงย่ำยีจิตใจ เพราะรูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่น่ารื่นรมย์ใจ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๙๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๗. ราชปุตตเปตวัตถุ
พระราชโอรสจึงได้เสวยการฟ้อนรำ ขับร้อง ความยินดี และความสนุกสนานเป็นอันมาก ทรงได้รับการบำรุงบำเรอในพระราชอุทยานแล้ว จึงเสด็จเข้าไปยังภูเขาคิริพพชะ
ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธะนามว่า สุเนตร ผู้แสวงหาคุณอันประเสริฐ ฝึกฝนตนแล้ว มีจิตตั้งมั่น ปรารถนาน้อย สมบูรณ์ด้วยหิริ ยินดีเฉพาะอาหารที่อยู่ในบาตรซึ่งได้มาด้วยภิกขาจาร
จึงเสด็จลงจากคอช้างแล้วได้ตรัสถามว่า ได้ภิกษาบ้างไหม พระคุณเจ้า ถือตัวว่าเป็นกษัตริย์ ทรงจับบาตรของพระปัจเจกพุทธะนั้นชูขึ้น
แล้วทุ่มทำลายบาตรที่พื้นดินแข็ง ทรงพระสรวล หลีกไป(หน่อยหนึ่ง)แล้วตรัสว่า เราเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากิตวะ ท่านจักทำอะไรเราได้
กรรมหยาบช้ามีผลเผ็ดร้อน ซึ่งพระราชโอรสผู้แออัดอยู่ในนรกเสวยแล้ว
พระราชโอรสทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ประสบทุกข์แสนสาหัสอยู่ในนรก ๘๔๐,๐๐๐ ปี รวม ๖ ครั้ง
เธอเป็นคนพาล นอนหงายบ้าง คว่ำบ้าง นอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวาบ้าง ชี้เท้าขึ้นข้างบนบ้าง ยืนอยู่บ้าง หมกไหม้อยู่สิ้นกาลนาน (ข้างละ ๘๔๐,๐๐๐ ปี)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๙๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๘. คูถขาทกเปตวัตถุ
เธอทำบาปหยาบช้าไว้ จึงประสบทุกข์แสนสาหัสอยู่ในนรกหลายพัน หลายหมื่นปี
บุคคลผู้มีการกระทำอันเป็นบาป พากันระรานฤๅษีผู้ไม่ประทุษร้ายต่อผู้ประทุษร้าย ผู้มีข้อปฏิบัติดีงาม จึงได้เสวยทุกข์เผ็ดร้อนอย่างยิ่งเช่นนี้
เปรตผู้เป็นราชบุตรนั้นเสวยทุกข์เป็นอันมากในนรกหลายแสนปี จุติจากนรกแล้วมาเกิดเป็นเปรตชื่อขุปปิปาสหตะ
นรชนทราบถึงโทษ ซึ่งเกิดมีด้วยอำนาจความเมาในความเป็นใหญ่อย่างนี้แล้ว พึงละความเมาในความเป็นใหญ่เสีย แล้วประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ
ผู้มีปัญญา มีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นผู้ควรแก่การสรรเสริญในปัจจุบันนี่แหละ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสวรรค์ ราชปุตตเปตวัตถุที่ ๗ จบ ๘. คูถขาทกเปตวัตถุ เรื่องเปรตกินคูถ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า)
ท่านเป็นใครหนอ โผล่ขึ้นจากหลุมคูถ ยืนเศร้าสร้อยอยู่ ท่านคงทำกรรมชั่วไว้โดยไม่ต้องสงสัย จะร้องครวญครางอื้ออึงไปทำไมเล่า @เชิงอรรถ : @ เปรตผู้มีแต่ความหิวกระหายตลอดเวลา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๙๒}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. ราชปุตตเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมเปรตราชบุตร
|๑๒๗.๖๖๑| ๗ ปุพฺเพ กตานํ กมฺมานํ วิปาโก มถเย มนํ รูเป สทฺเท รเส คนฺเธ โผฏฺฐพฺเพ จ มโนรเม ฯ |๑๒๗.๖๖๒| นจฺจํ คีตํ รตึ ขิฑฺฑํ อนุภุตฺวา อนปฺปกํ อุยฺยาเน ปริจาริตฺวา ปวิสนฺโต คิริพฺพชํ ฯ |๑๒๗.๖๖๓| อิสึ สุเนตฺตมทฺทกฺขิ อตฺตทนฺตํ สมาหิตํ อปฺปิจฺฉํ หิรีสมฺปนฺนํ อุญฺเฉ ปตฺตคเต รตํ ฯ |๑๒๗.๖๖๔| หตฺถิกฺขนฺธโต โอรุยฺห ลทฺธา ภนฺเตติ จ พฺรูวิ ตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวาน อุจฺจํ ปคฺคยฺห ขตฺติโย ฯ |๑๒๗.๖๖๕| ถณฺฑิเล ปตฺตํ ภินฺทิตฺวา หสมาโน อปกฺกมิ รญฺโญ กิตวสฺสาหํ ปุตฺโต กึ มํ ภิกฺขุ กริสฺสสิ ฯ |๑๒๗.๖๖๖| ตสฺส กมฺมสฺส ผรุสสฺส วิปาโก กฏุโก อหุ ยํ ราชปุตฺโต เวเทสิ นิรยมฺหิ สมปฺปิโต ฯ |๑๒๗.๖๖๗| ฉเฬว จตุราสีติ วสฺสานิ นหุตานิ จ ภุสํ ทุกฺขํ นิคจฺฉิฏฺโฐ นิรเย กตกิพฺพิโส ฯ |๑๒๗.๖๖๘| อุตฺตาโนปิ จ ปจฺจิตฺถ นิกุชฺโช วามทกฺขิโณ อุทฺธํปาโท ฐิโต เจว จิรํ พาโล อปจฺจิถ ฯ |๑๒๗.๖๖๙| พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ ปูคานิ นหุตานิ จ ภุสํ ทุกฺขํ นิคจฺฉิฏฺโฐ นิรเย กตกิพฺพิโส ฯ |๑๒๗.๖๗๐| เอตาทิสํ โข กฏุกํ อปฺปทุฏฺฐปโทสินํ ปจฺจนฺติ ปาปกมฺมนฺตา อิสึ อาสชฺช สุพฺพตํ ฯ |๑๒๗.๖๗๑| โส ตตฺถ พหุวสฺสานิ เวทยิตฺวา พหุทุกฺขํ ขุปฺปิปาสหโต นาม เปโต อาสิ ตโต จุโต ฯ |๑๒๗.๖๗๒| เอวมาทีนวํ ญตฺวา อิสฺสรมทสมฺภวํ ปหาย อิสฺสรมทํ นิวาตมนุวตฺตเย ฯ |๑๒๗.๖๗๓| ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปาสํโส โย พุทฺเธสุ สคารโว กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ สคฺคํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ ราชปุตฺตเปตวตฺถุ สตฺตมํ ฯ
ผลแห่งกรรมทั้งหลาย ที่พระราชโอรสทำไว้ในชาติก่อนพึงย่ำยีหัวใจ พระราชโอรสได้เสวยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่ารื่นรมย์ ใจ และการฟ้อนรำขับร้อง ความยินดี ความสนุกสนานเป็นอันมาก เสด็จเที่ยวไปในสวนแล้วเข้าไปสู่เมืองราชคฤห์ ได้ทรงเห็นพระปัจเจก- พุทธเจ้านามว่าสุเนตตะ ผู้มีตนอันฝึกแล้วมีจิตตั้งมั่น มักน้อย สมบูรณ์ ด้วยหิริ ยินดีในอาหารเฉพาะที่มีอยู่ในบาตร เสด็จลงจากคอช้างแล้ว ตรัสถามว่า ได้อะไรบ้าง พระผู้เป็นเจ้า แล้วทรงจับบาตรของพระปัจเจก- พุทธเจ้ายกขึ้นสูง แล้วทุ่มลงที่พื้นดินให้แตก ทรงพระสรวล หลีกไป หน่อยหนึ่งได้ตรัสกะพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้แลดูอยู่ด้วยอำนาจความกรุณา ว่า เราเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากิตวัสสะ แน่ะภิกษุ ท่านจักทำอะไร เรา พระราชโอรสได้เสวยผลอันเผ็ดร้อนแห่งกรรมอันหยาบช้านั้นเพรียบ พร้อมแล้วในนรก พระราชโอรสผู้เป็นพาลทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ ประสบทุกข์อันกล้าแข็งอยู่ในนรก ๘๔,๐๐๐ ปี นอนหงายบ้าง นอน คว่ำบ้าง นอนตะแคงซ้ายบ้าง นอนตะแคงขวาบ้าง เท้าชี้ขึ้นข้างบนบ้าง หมกไหม้อยู่สิ้นกาลนาน ทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ประสบทุกข์อันกล้า แข็งในนรกหลายหมื่นปีเป็นอันมาก บุคคลผู้มีการงานอันลามก พากัน ประทุษร้ายฤาษีผู้ไม่ประทุษร้ายต่อผู้ประทุษร้ายมีวัตรอันงาม ย่อมได้เสวย ทุกข์อันเผ็ดร้อนอย่างยิ่งเห็นปานนี้แล เปรตผู้เป็นพระราชบุตรเสวยทุกข์ เป็นอันมากในนรกนั้นสิ้นปีเป็นอันมาก จุติจากนรกแล้วมาเกิดเป็นเปรต อดอยากอีก บุคคลรู้โทษอันเกิดเพราะอำนาจแห่งความมัวเมาในความ เป็นใหญ่อย่างนี้แล้ว พึงละความมัวเมาในความเป็นใหญ่เสีย แล้วพึง ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ควรอ่อนน้อม ผู้ใดมีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ผู้นั้นอันบุคคลพึงสรรเสริญในปัจจุบัน ผู้นั้น เป็นคนมีปัญญา เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสวรรค์. จบ ราชปุตตเปตวัตถุที่ ๗.