อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๒๐๗

๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๐๗–๑๒๒๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 21 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่มัฏฐกุณฑลีมาณพ ผู้ทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าก่อนสิ้นใจ (พราหมณ์ถามเทพบุตรตนนั้นว่า)

ข้อ ๑๒๐๗

เจ้าประดับตกแต่งร่างกาย ใส่ต่างหูเกลี้ยง ทัดทรงดอกไม้ มีกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์แดง ประคองแขนคร่ำครวญอยู่กลางป่า เจ้าเป็นทุกข์เรื่องอะไร @เชิงอรรถ : @ ห้วงน้ำคือกิเลส

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๕๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน (มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรตอบว่า)

ข้อ ๑๒๐๘

เรือนรถที่ทำด้วยทองคำ งามผุดผ่องเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังหาล้อรถทั้งคู่นั้นไม่ได้ เพราะความทุกข์นั้น ข้าพเจ้าจักยอมสละชีวิต (พราหมณ์กล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๐๙

พ่อมาณพผู้เจริญ ล้อทองคำ ล้อแก้วมณี ล้อทองแดง หรือล้อเงิน จงบอกข้ามา ข้าจะจัดล้อทั้งคู่ให้เจ้า

ข้อ ๑๒๑๐

มาณพนั้นกล่าวแก่พราหมณ์นั้นว่า ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้งสองย่อมปรากฏในท้องฟ้านั้น รถทองคำของข้าพเจ้าย่อมงามด้วยล้อทั้งคู่นั้น (พราหมณ์กล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๑๑

พ่อมาณพ เจ้าโง่นัก ที่มาปรารถนาสิ่งที่ไม่ควรปรารถนา ข้าเข้าใจว่า เจ้าจักตายเสียเปล่า เพราะเจ้าไม่มีทางที่จะได้ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เลย (มาณพกล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๑๒

แม้การโคจรไปมาของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ก็ยังปรากฏอยู่ รัศมีก็ยังปรากฏอยู่ในวิถีทั้งสอง ส่วนคนที่ตายไปแล้วย่อมไม่ปรากฏ เราทั้งสองผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในที่นี้ ใครหนอโง่กว่ากัน (พราหมณ์กล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๑๓

พ่อมาณพ เจ้าพูดจริงแท้ เราทั้งสองผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ ข้านี่แหละโง่กว่า ที่มาปรารถนาคนที่ตายไปแล้ว เหมือนทารกร้องไห้อยากได้ดวงจันทร์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๕๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน

ข้อ ๑๒๑๔

เจ้าช่วยระงับข้าผู้เร่าร้อนให้สงบ ดับความกระวนกระวายทั้งหมดได้ เหมือนคนใช้น้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง

ข้อ ๑๒๑๕

เจ้าบรรเทาความเศร้าโศกถึงบุตรของข้าผู้กำลังเศร้าโศก ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความโศก ซึ่งเสียบที่หัวใจของข้าขึ้นได้แล้วหนอ

ข้อ ๑๒๑๖

พ่อมาณพ ข้าซึ่งเจ้าช่วยถอนลูกศรคือความโศกขึ้นให้แล้ว ก็เย็นสงบแล้ว จะไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของเจ้า (พราหมณ์เมื่อจะถามต่อไป จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๑๗

เจ้าเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ เจ้าเป็นใคร เป็นบุตรของใครหรือ เราจะรู้จักเจ้าได้อย่างไร (มาณพเปิดเผยตนแก่พราหมณ์นั้นว่า)

ข้อ ๑๒๑๘

ท่านเองเผาบุตรคนใดที่ป่าช้าแล้ว คร่ำครวญร้องไห้ถึงบุตรคนใด บุตรคนนั้นคือข้าพเจ้า ซึ่งทำกุศลกรรมแล้ว ได้เกิดร่วมกับหมู่เทพชั้นไตรทศ (พราหมณ์ถามว่า)

ข้อ ๑๒๑๙

เมื่อเจ้าให้ทานน้อยหรือมาก ในเรือนของตน หรือรักษาอุโบสถกรรมเช่นนั้น ข้าพเจ้ามิได้เห็น เพราะกรรมอะไรเจ้าจึงไปเทวโลกได้ (มาณพตอบว่า)

ข้อ ๑๒๒๐

ข้าพเจ้าป่วยเป็นไข้ ทุกข์ทรมาน มีกายกระสับกระส่ายอยู่ในที่อยู่ของตน ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสดังธุลี ทรงข้ามพ้นความสงสัย เสด็จไปดีแล้ว มีพระปัญญาไม่ต่ำทราม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๕๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน

ข้อ ๑๒๒๑

ข้าพเจ้านั้นมีใจเบิกบาน มีจิตเลื่อมใส ได้ทำอัญชลีกรรมแด่พระตถาคต ครั้นทำกุศลกรรมนั้นแล้ว ได้เกิดร่วมกับหมู่เทพชั้นไตรทศ (พราหมณ์กล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๒๒

น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยมีมาแล้วหนอ อัญชลีกรรมมีผลเป็นได้ถึงเช่นนี้ แม้ข้าพเจ้าก็มีใจเบิกบาน มีจิตเลื่อมใส จึงขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึกในวันนี้นี่เอง (มาณพกล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๒๓

ท่านจงมีจิตเลื่อมใส ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึกในวันนี้นี่แหละ อนึ่ง ท่านจงสมาทานสิกขาบท ๕ อย่าให้ขาดและด่างพร้อย

ข้อ ๑๒๒๔

คือ จงรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการลักทรัพย์ ยินดีเฉพาะภรรยาของตน อย่ากล่าวเท็จ อย่าดื่มน้ำเมา (พราหมณ์กล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๒๕

เทวดาผู้น่าบูชา ท่านเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ หวังความเกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า

ข้อ ๑๒๒๖

ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมอันยอดเยี่ยม และพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นเทพของนรชนเป็นที่พึ่งที่ระลึก

ข้อ ๑๒๒๗

ข้าพเจ้าจะรีบงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการลักทรัพย์ ยินดีเฉพาะภรรยาของตน ไม่กล่าวเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา มัฏฐกุณฑลีวิมานที่ ๙ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๕๔}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในมัฏฐกุณฑลีวิมาน

ข้อ ๘๓

|๘๓.๙๒๘| ๙ อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลี มาลาธารี หริจนฺทนุสฺสโท พาหา ปคฺคยฺห กนฺทสิ วนมชฺเฌ กึ ทุกฺขิโต ตุวนฺติ ฯ |๘๓.๙๒๙| โสวณฺณมโย ปภสฺสโร อุปฺปนฺโน รถปญฺชโร มม ตสฺส จกฺกยุคํ น วินฺทามิ เตน ทุกฺเขน ชหิสฺสามิ ชีวิตนฺติ ฯ |๘๓.๙๓๐| โสวณฺณมยํ มณิมยํ โลหิตงฺคมยํ อถ รูปิยมยํ อาจิกฺข เม ตุวํ ภทฺทมาณว จกฺกยุคํ ปฏิลาภยามิ เตติ ฯ |๘๓.๙๓๑| โส มาณโว ตสฺส ปาวทิ จนฺทิมสุริยา อุภเยตฺถ ทิสฺสเร โสวณฺณมโย รโถ มม เตน จกฺกยุเคน โสภตีติ ฯ |๘๓.๙๓๒| พาโล โข ตฺวมสิ มาณว โย ตฺวํ ปตฺถยสิ อปตฺถิยํ มญฺญามิ ตุวํ มริสฺสสิ น หิ ตุวํ ลจฺฉสิ จนฺทิมสุริเยติ ฯ |๘๓.๙๓๓| คมนาคมนํปิ ทิสฺสติ วณฺณธาตุ อุภยตฺถ วีถิยา เปโต ปน กาลกโต น ทิสฺสติ โก นีธ กนฺทตํ พาลฺยตโรติ ฯ |๘๓.๙๓๔| สจฺจํ โข วเทสิ มาณว อหเมว กนฺทตํ พาลฺยตโร จนฺทํ วิย ทารโก รุทํ เปตํ กาลกตาภิปตฺถยนฺติ |๘๓.๙๓๕| อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ วารินา วิย โอสิญฺจํ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ |๘๓.๙๓๖| อพฺพูฬฺหํ วต เม สลฺลํ โสกํ หทยนิสฺสิตํ โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ |๘๓.๙๓๗| สฺวาหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ สีตภูโตสฺมิ นิพฺพุโต น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน มาณวาติ |๘๓.๙๓๘| เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต กถํ ชาเนมุ ตํ มยนฺติ ฯ |๘๓.๙๓๙| ยญฺจ กนฺทสิ ยญฺจ โรทสิ ปุตฺตํ อาฬาหเน สยํ ฑหิตฺวา สฺวาหํ กุสลํ กริตฺวาน กมฺมํ ติทสานํ สหพฺยตํ ปตฺโตติ ฯ |๘๓.๙๔๐| อปฺปํ วา พหุํ วา น อทฺทสามิ ทานํ ททนฺตสฺส สเก อคาเร อุโปสถกมฺมํ วา ตาทิสํ เกน กมฺเมน คโตสิ เทวโลกนฺติ ฯ |๘๓.๙๔๑| อาพาธิโกหํ ทุกฺขิโต คิลาโน อาตูรรูโปมฺหิ สก นิเวสเน พุทฺธํ วิคตรชํ วิติณฺณกงฺขํ อทฺทกฺขึ สุคตํ อโนมปญฺญํ |๘๓.๙๔๒| สฺวาหํ มุทิตมโน ปสนฺนจิตฺโต อญฺชลึ อกรึ ตถาคตสฺส ตาหํ กุสลํ กริตฺวาน กมฺมํ ติทสานํ สหพฺยตํ ปตฺโตติ ฯ |๘๓.๙๔๓| อจฺฉริยํ วต อพฺภูตํ วต อญฺชลีกมฺมสฺส อยมีทิโส วิปาโก อหํปิ มุทิตมโน ปสนฺนจิตฺโต อชฺเชว พุทฺธํ สรณํ วชามีติ ฯ |๘๓.๙๔๔| อชฺเชว พุทฺธํ สรณํ วชาหิ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ ปสนฺนจิตฺโต ตเถว สิกฺขาย ปทานิ ปญฺจ อขณฺฑผุลฺลานิ สมาทิยสฺสุ |๘๓.๙๔๕| ปาณาติปาตา วิรมสฺสุ ขิปฺปํ โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยสฺสุ อมชฺชโป โน จ มุสา ภณาหิ สเกน ทาเรน น โหหิ ตุฏฺโฐติ ฯ |๘๓.๙๔๖| อตฺถกาโมสิ เม ยกฺข หิตกาโมสิ เทวเต กโรมิ ตุยฺหํ วจนํ ตฺวมสิ อาจริโย มม |๘๓.๙๔๗| อุเปมิ สรณํ พุทฺธํ ธมฺมญฺจาปิ อนุตฺตรํ สงฺฆญฺจ นรเทวสฺส คจฺฉามิ สรณํ อหํ |๘๓.๙๔๘| ปาณาติปาตา วิรมามิ ขิปฺปํ โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยามิ อมชฺชโป โน จ มุสา ภณามิ สเกน ทาเรน จ โหมิ ตุฏฺโฐติ ฯ มฏฺฐกุณฺฑลิวิมานํ นวมํ ฯ

พราหมณ์ถามเทพบุตรนั้นว่า ท่านประดับแล้ว มีต่างหูอันเกลี้ยง ทัดทรงดอกไม้ มีตัวลูบไล้ด้วย จันทน์แดง ประคองแขนทั้งสองข้างคร่ำครวญอยู่ในป่าช้า ท่านเป็น ทุกข์ถึงอะไรเล่า? มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรตอบว่า เรือนรถทำด้วยทองคำงามผุดผ่อง เกิดขึ้นแล้วแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าหาคู่ล้อ ของรถนั้นยังไม่ได้ ข้าพเจ้าจักสละชีวิตเพราะความทุกข์นั้น. พราหมณ์กล่าวว่า ดูกรมาณพผู้เจริญ ท่านอยากได้คู่ล้อทำด้วยทองคำ ทำด้วยแก้ว ทำด้วย ทองแดง หรือทำด้วยเงิน ขอจงบอกแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะให้ท่านได้คู่ ล้อนั้น. มาณพตอบแก่พราหมณ์นั้นว่า พระจันทร์อาทิตย์ ย่อมปรากฏในวิถีทั้งสอง รถของข้าพเจ้าทำด้วยทองคำ ย่อมงามด้วยคู่ล้อนั้น. พราหมณ์กล่าวว่า ดูกรมาณพ ท่านเป็นคนโง่ ที่ท่านมาปรารถนา สิ่งที่ไม่ควรปรารถนา ข้าพเจ้าเข้าใจว่าท่านจักตาย จักไม่ได้พระจันทร์ และพระอาทิตย์ทั้งสอง เลย. มาณพกล่าวว่า แม้การไปและการมาของพระจันทร์ และพระอาทิตย์ยังปรากฏอยู่ รัศมี ของพระจันทร์และพระอาทิตย์นั้น ยังปรากฏอยู่ในวิถีทั้งสอง ส่วนคน ที่ตายล่วงลับไปแล้วย่อมไม่ปรากฏ เราทั้งสองคร่ำครวญอยู่ในที่นี้ ใครจะ โง่กว่ากัน. พราหมณ์กล่าวว่า ดูกรมาณพ ท่านพูดจริง เราทั้งสองคนผู้คร่ำครวญอยู่ ข้าพเจ้าเองเป็น คนโง่กว่า เพราะข้าพเจ้าอยากได้บุตรที่ตายไปแล้ว เหมือนทารกร้องไห้ อยากได้พระจันทร์ฉะนั้น ท่านมารดข้าพเจ้าผู้เร่าร้อนให้สงบ ยังความกระ- วนกระวายทั้งปวงให้ดับเหมือนบุคคลดับไฟ ที่ลาดเปรียงด้วยน้ำฉะนั้น ลูกศรคือความโศกอันเสียบแทงหทัยของข้าพเจ้า อันท่านผู้บรรเทาความ โศกถึงบุตรแก่ข้าพเจ้า ผู้ถูกความโศกครอบงำแล้ว ถอนขึ้นแล้ว ดูกร- มาณพ ข้าพเจ้าเป็นผู้มีลูกศรคือความโศก อันท่านถอนขึ้นแล้ว เป็น ผู้เย็น ดับสนิท จะไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ เพราะฟังคำของท่าน ท่าน เป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ ท่านเป็นใคร หรือเป็นบุตรของใคร ไฉนข้าพเจ้าจะรู้จักท่านเล่า? มาณพกล่าวว่า ท่านเผาบุตรที่ป่าช้าเองแล้ว คร่ำครวญร้องไห้ถึงบุตรคนใดบุตรคนนั้นคือ ข้าพเจ้า ทำกุศลกรรมแล้ว ถึงความเป็นสหายของเทพเจ้าชาวไตรทศ. พราหมณ์ถามว่า เมื่อท่านให้ทานน้อยหรือมากในเรือนของตน หรือรักษาอุโบสถกรรม- เช่นนั้น ข้าพเจ้าไม่เคยเห็น ท่านไปสู่เทวโลกได้เพราะกรรมอะไร? มาณพกล่าวว่า เมื่อข้าพเจ้าป่วยเป็นไข้ได้รับทุกข์ มีกายกระสับกระส่ายอยู่ในที่อยู่ของ- ตน ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี ผู้ข้ามพ้นความสงสัย ผู้เสด็จไปดีแล้ว มีพระปัญญาไม่ทราม ข้าพเจ้ามีใจเบิกบานเลื่อมใส ได้ ทำอัญชลีแด่พระตถาคต ข้าพเจ้าถึงความเป็นสหายของเทวดาชาวไตรทศ เพราะทำกุศลกรรมนั้น. พราหมณ์กล่าวว่า น่าอัศจรรย์หนอ ไม่เคยมีมาแล้วหนอ ผลของอัญชลีกรรมเป็นได้ถึงเช่นนี้ ถึงข้าพเจ้าก็มีใจเบิกบานเลื่อมใส ขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่งในวันนี้ ทีเดียว. มาณพกล่าวว่า ขอท่านจงมีจิตเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็น ที่พึ่งในวันนี้ทีเดียว อนึ่ง ท่านจงสมาทานสิกขาบท ๕ อย่าให้ขาดและ ด่างพร้อย คือ จงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์โดยพลัน จงเว้นการถือเอาสิ่งของ ที่เขามิได้ให้ในโลก จงยินดีด้วยภรรยาของตน อย่ากล่าวเท็จ อย่าดื่ม น้ำเมา. พราหมณ์กล่าวว่า ดูกรเทวดาผู้ควรบูชา ท่านเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ ปรารถนาสิ่งเกื้อกูล แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมอันยอดเยี่ยม และพระสงฆ์สาวก ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นนรเทพว่าเป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าของดเว้นจากการฆ่าสัตว์ โดยพลัน ของดเว้นการถือเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้ในโลก ยินดีในภรรยา ของตน ไม่กล่าวเท็จ และไม่ดื่มน้ำเมา. จบ มัฏฐกุณฑลีวิมานที่ ๙.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/