๒. โคทัตตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๔. จุททสกนิบาต] ๒. โคทัตตเถรคาถา ๒. โคทัตตเถรคาถา ภาษิตของพระโคทัตตเถระ (พระโคทัตตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
โคอาชาไนยดีถูกเทียมที่แอกเกวียน สามารถนำแอกเกวียนไปได้ ถูกภาระหนักเบียดเบียน ก็ไม่ยอมสลัดแอกเกวียนที่เทียมไว้ ฉันใด
เหล่าชนที่บริบูรณ์ด้วยปัญญา เหมือนมหาสมุทรที่เต็มเปี่ยมด้วยน้ำ ย่อมไม่ดูหมิ่นชนอื่นๆ ฉันนั้น ข้อนี้เป็นดังอริยธรรมของคนทั้งหลาย
นรชนคนหนุ่มทั้งหลายที่ตกอยู่ในอำนาจของกาลเวลา ไปตามอำนาจของความเจริญและความเสื่อม ย่อมประสบทุกข์ และย่อมเศร้าโศก
เหล่าปุถุชนที่ยังโง่เขลา มักไม่เห็นตามความเป็นจริง พอมีสุขเป็นเหตุก็ฟูขึ้น พอมีทุกข์เป็นเหตุก็ฟุบลง จึงเดือดร้อนเพราะเหตุ ๒ ประการนี้
ส่วนอริยชนทั้งหลายที่ล่วงตัณหา เป็นเหตุพัวพันในทุกขเวทนา สุขเวทนา และอทุกขมสุขเวทนา ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวดุจเสาเขื่อน ไม่ฟูขึ้นหรือฟุบลง
ย่อมไม่ติดในลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุขและทุกข์เลย
ท่านเหล่านั้นไม่ติดในโลกธรรมทุกประเภท เหมือนหยาดน้ำไม่ติดบนใบบัว ธีรชนทั้งหลายประสบสุข ไม่พ่ายแพ้ในที่ทุกแห่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๔. จุททสกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต
การไม่ได้ลาภโดยธรรม กับการได้ลาภโดยไม่ชอบธรรม ๒ อย่างนี้ การไม่ได้ลาภแต่ชอบธรรมประเสรฐิกว่า การได้ลาภโดยไม่ชอบธรรมไม่ประเสริฐเลย
ผู้ไม่มีความรู้ มียศ กับผู้มีความรู้แต่ไม่มียศ ๒ จำพวกนี้ ผู้มีความรู้ แต่ไม่มียศ ประเสริฐกว่า ผู้ไม่มีความรู้ มียศ ไม่ประเสริฐเลย
การที่คนพาลสรรเสริญ กับการที่บัณฑิตติเตียน ๒ อย่างนี้ การที่บัณฑิตติเตียนนั่นแหละประเสริฐกว่า การที่คนพาลสรรเสริญไม่ประเสริฐเลย
ความสุขที่เกิดเพราะอาศัยกามคุณ กับความทุกข์ที่เกิดแต่ความสงัด ๒ อย่างนี้ ความทุกข์ที่เกิดแต่ความสงัด ประเสริฐกว่า ความสุขที่เกิดเพราะอาศัยกามคุณ ไม่ประเสริฐเลย
ความเป็นอยู่โดยไม่ชอบธรรม กับความตายโดยชอบธรรม ๒ อย่างนี้ ความตายโดยชอบธรรมประเสริฐกว่า ความเป็นอยู่โดยไม่ชอบธรรม ไม่ประเสริฐเลย
ท่านเหล่าใดละความยินดี ยินร้ายได้ มีจิตสงบ เที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ ไม่ติดอยู่ในโลก ท่านเหล่านั้นไม่มีความรักหรือความชัง
เจริญโพชฌงค์ ๗ อินทรีย์ ๕ และพละ ๕ บรรลุความสงบอย่างยิ่ง ไม่มีอาสวะ ย่อมปรินิพพาน จุททสกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ พระเถระ ๒ รูปนี้ มีฤทธิ์มาก คือ ๑. พระขทิรวนิยเรวตเถระ ๒. พระโคทัตตเถระ ในจุททสกนิบาตนี้ มี ๒๘ คาถา ฉะนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. โคทัตตเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระโคทัตตเถระ
|๓๘๒.๖๕๙| ๒ ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญ ธุเร ยุตฺโต ธุรสฺสโห มถิโต อติภาเรน สํยุตฺตํ นาติวตฺตติ |๓๘๒.๖๖๐| เอวํ ปญฺญาย เย ติตฺตา สมุทฺโท วารินา ยถา น ปเร อติมญฺญนฺติ อริยธมฺโมว ปาณินํ ฯ |๓๘๒.๖๖๑| กาเล กาลวสมฺปตฺตา ภวาภววสํ คตา นรา ทุกฺขํ นิคจฺฉนฺติ เต จ โสจนฺติ มาณวา ฯ |๓๘๒.๖๖๒| อุนฺนตา สุขธมฺเมน ทุกฺขธมฺเมน โวนตา ทฺวเยน พาลา หญฺญนฺติ ยถาภูตํ อทสฺสิโน ฯ |๓๘๒.๖๖๓| เย จ ทุกฺเข สุขมฺหิ จ มชฺเฌ สิพฺพนิมจฺจคู ฐิตา เต อินฺทขีโลว น เต อุนฺนตโอนตา ฯ |๓๘๒.๖๖๔| น เหว ลาเภ นาลาเภ น ยเส น จ กิตฺติยา น นินฺทาย ปสํสาย น เต ทุกฺเข สุขมฺหิ จ |๓๘๒.๖๖๕| สพฺพตฺถ เต น ลิปฺปนฺติ อุทพินฺทุว โปกฺขเร สพฺพตฺถ สุขิตา ธีรา สพฺพตฺถ อปราชิตา ฯ |๓๘๒.๖๖๖| ธมฺเมน จ อลาโภ โย โย จ ลาโภ อธมฺมิโก อลาโภ ธมฺมิโก เสยฺโย ยญฺเจ ลาโภ อธมฺมิโก ฯ |๓๘๒.๖๖๗| ยโส จ อปฺปพุทฺธีนํ วิญฺญูนํ อยโส จ โย อยโส จ เสยฺโย วิญฺญูนํ น ยโส อปฺปพุทฺธินํ ฯ |๓๘๒.๖๖๘| ทุมฺเมเธหิ ปสํสา จ วิญฺญูหิ ครหา จ ยา ครหาว เสยฺโย วิญฺญูหิ ยญฺเจ พาลปฺปสํสนา ฯ |๓๘๒.๖๖๙| สุขญฺจ กามมยิกํ ทุกฺขญฺจ ปวิเวกิยํ ปวิเวกิยํ ทุกฺขํ เสยฺโย ยญฺเจ กามมยํ สุขํ ฯ |๓๘๒.๖๗๐| ชีวิตญฺจ อธมฺเมน ธมฺเมน มรณญฺจ ยํ มรณํ ธมฺมิกํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว อธมฺมิกํ ฯ |๓๘๒.๖๗๑| กามโกธปฺปหีนา เย สนฺตจิตฺตา ภวาภเว จรนฺติ โลเก อสิตา นตฺถิ เตสํ ปิยาปิยํ ฯ |๓๘๒.๖๗๒| ภาวยิตฺวาน โพชฺฌงฺเค อินฺทฺริยานิ พลานิ จ ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตึ ปรินิพฺพนฺติ อนาสวาติ ฯ โคทตฺโต เถโร ฯ อุทฺทานํ เรวโต เจว โคทตฺโต เถรา เทฺวเต มหิทฺธิกา จุทฺทสมฺหิ นิปาตมฺหิ คาถาโย อฏฺฐวีสตีติ ฯ จุทฺทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ----------------
โคอาชาไนยที่ดี อันเขาเทียมแล้วที่แอกเกวียน ย่อมอาจนำแอกเกวียน ไปได้ ไม่ย่อท้อต่อภาระอันหนัก ไม่ทอดทิ้งเกวียนอันเขาเทียมแล้ว แม้ฉันใด บุคคลเหล่าใดบริบูรณ์ด้วยปัญญา เหมือนมหาสมุทรอันเต็ม ด้วยน้ำ บุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดูหมิ่นผู้อื่น ฉันนั้น ย่อมเป็นดังอริยธรรม ของสัตว์ทั้งหลาย นรชนผู้ตกอยู่ในอำนาจของเวลา ตกอยู่ในอำนาจของ ภพน้อยภพใหญ่ ย่อมเข้าถึงความทุกข์และต้องเศร้าโศก คนพาลไม่ พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ย่อมเดือดร้อนด้วยเหตุ ๒ อย่าง คือ มีใจฟูขึ้นเพราะเหตุแห่งสุข ๑ มีใจฟุบลงเพราะเหตุแห่งทุกข์ ๑ ชน เหล่าใดก้าวล่วงตัณหาเครื่องร้อยรัดในทุกขเวทนา ในสุขเวทนา และ ในอทุกขมสุขเวทนา ชนเหล่านั้นเป็นผู้ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวเหมือนเสา เขื่อน เป็นผู้ไม่ฟูขึ้นและไม่ฟุบลง ชนเหล่านั้นย่อมไม่ติดอยู่ในลาภ ความเสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และ ทุกข์ทั้งหมด ดังหยาดน้ำไม่ติดอยู่บนใบบัว ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลาย มีความสุขและได้ชัยชนะในที่ทุกแห่งไป การไม่ได้ลาภโดยชอบธรรมกับ การได้ลาภโดยไม่ชอบธรรมทั้งสองอย่างนี้ การไม่ได้ลาภอันชอบธรรม ประเสริฐกว่า การได้ลาภอันไม่ชอบธรรมจะประเสริฐอะไร คนไม่มี ความรู้ มียศ กับคนมีความรู้แต่ไม่มียศ คนมีความรู้ไม่มียศประเสริฐ กว่า คนไม่มีความรู้มียศจะประเสริฐอะไร การสรรเสริญจากคนพาลกับ การติเตียนจากนักปราชญ์ การติเตียนจากนักปราชญ์ประเสริฐกว่า การ สรรเสริญจากคนพาลจะประเสริฐอะไร ความสุขอันเกิดจากกามคุณกับ ความทุกข์อันเกิดจากวิเวก ความทุกข์อันเกิดจากวิเวกประเสริฐกว่า ความสุขอันเกิดจากกามคุณจะประเสริฐอะไร ความเป็นอยู่โดยไม่ชอบ ธรรมกับความตายโดยธรรม ความตายโดยธรรมประเสริฐกว่า ความ เป็นอยู่โดยไม่ชอบธรรมจะประเสริฐอะไร ชนเหล่าใดละกามและความ โกรธได้แล้ว มีจิตสงบระงับเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ ไม่ติดอยู่ใน โลก ชนเหล่านั้นไม่มีความรักความชัง บุคคลเจริญโพชฌงค์ ๗ อินทรีย์ ๕ และพละ ๕ แล้วบรรลุถึงความสงบอันยอดเยี่ยม หาอาสวะมิได้ ย่อม ปรินิพพาน. ----------------------------------------------------- ในจุททสกนิบาตนี้ พระเถระ ๒ รูปผู้มีฤทธิ์มาก คือ พระเรวตเถร ๑ พระโคทัตตเถระ ๑ ได้ภาษิตคาถารูปละ ๑๔ คาถา รวมเป็น ๒๘ คาถา ฉะนี้แล. จบ จุททสกนิบาต. -----------------------------------------------------