๑๑. สุตตเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๑. สุตตเปตวัตถุ ๑๑. สุตตเปตวัตถุ เรื่องหญิงผู้ถวายด้ายได้ไปอยู่กับเปรต (หญิงคนหนึ่งไปอยู่กับเวมานิกเปรตเป็นเวลา ๗๐๐ ปี เกิดความเบื่อหน่าย จึงกล่าวกับเวมานิกเปรตนั้นว่า)
เมื่อก่อน ฉันได้ถวายด้ายแก่ภิกษุซึ่งเข้าไปขอถึงเรือนของฉัน ฉันได้เสวยวิบากซึ่งเป็นผลแห่งการถวายด้ายนั้น อนึ่ง ผ้ามากมายหลายโกฏิบังเกิดมีแก่ฉัน
วิมานของฉันดารดาษไปด้วยดอกไม้ น่ารื่นรมย์ แสนจะงดงาม ทั้งเทพบุตรเทพธิดาพากันมาชมไม่ขาดสาย ฉันเลือกใช้สอยนุ่งและห่มตามปรารถนาถึงเพียงนี้ สรรพวัตถุซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องปลื้มใจมากมายก็ยังไม่สิ้นไป
ฉันได้รับความสุขและความสำราญในวิมานนี้ เพราะอาศัยวิบากแห่งกรรมนั้นเอง กลับไปยังมนุษยโลกแล้วจักทำบุญให้มากขึ้น ลูกเจ้า ขอเจ้าจงนำฉันกลับไปยังมนุษยโลกเถิด (เวมานิกเปรตกล่าวว่า)
ท่านมาอยู่ในวิมานนี้กว่า ๗๐๐ ปี เป็นคนแก่เฒ่าแล้ว จะไปอยู่ในมนุษยโลกทำไม อนึ่ง ญาติของท่านตายไปหมดแล้ว ท่านจากเปตโลกนี้ไปยังมนุษยโลกนั้นแล้วจักทำอะไรได้ (หญิงนั้นกล่าวว่า)
เมื่อฉันอยู่ที่วิมานนี้ ๗ ปี ได้เสวยทิพสมบัติและความสุข อิ่มหนำแล้วกลับไปยังมนุษยโลกตามเดิม จักทำบุญให้มาก ลูกเจ้า ขอท่านจงนำฉันไปส่งยังมนุษยโลกเถิด @เชิงอรรถ : @ คำว่า ๗ ปี ในที่นี้หมายถึง ๗๐๐ ปี นั้นเอง เพราะผู้ที่เสวยความสุขอันเป็นทิพย์ ย่อมไม่กำหนด@วันเวลาที่ผ่านไป (ขุ.เป.อ. ๓๔๕/๑๕๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ
เวมานิกเปรตนั้นจับแขนหญิงนั้น นำกลับไปส่งยังบ้านที่นางเกิดและเจริญวัย แล้วพูดกับหญิงนั้นซึ่งกลายเป็นหญิงแก่มีกำลังน้อยที่สุดว่า เธอจงบอกชนแม้อื่นในที่นี้ว่า ท่านทั้งหลายจงทำบุญจะได้รับความสุข
มนุษย์ทั้งหลายย่อมเดือดร้อนเหมือนเปรตทั้งหลายที่เราเห็นแล้ว เดือดร้อนอยู่เพราะไม่ได้ทำกรรมดีไว้ ก็หมู่สัตว์คือเทวดาและมนุษย์ทำกรรมมีสุขเป็นวิบากแล้ว เป็นผู้ดำรงอยู่ในความสุข สุตตเปตวัตถุที่ ๑๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๑. สุตตเปตวัตถุ ว่าด้วยคนไปอยู่กับเปรต หญิงคนหนึ่งไปอยู่กับเวมานิกเปรตตลอด ๗๐๐ ปี เกิดความเบื่อหน่ายจึงกล่าว กะเวมานิกเปรตนั้นว่า
|๑๐๘.๓๒๔| ๑๑ อหํ ปุเร ปพฺพชิตสฺส ภิกฺขุโน สุตฺตํ อทาสิ อุปคมฺม ยาจิตา ตสฺส วิปาโก วิปุลํ ผลูปลพฺภติ พหู จ เม อุปฺปชฺชเร วตฺถโกฏิโย ฯ |๑๐๘.๓๒๕| ปุปฺผาภิกิณฺณํ รมิตํ วิมานํ อเนกจิตฺตํ นรนาริเสวิตํ สาหํ ภุญฺชามิ จ ปารุปามิ จ ปหูตวิตฺตา น จ ตาว ขียติ ฯ |๑๐๘.๓๒๖| ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากมนฺวฺยา สุขญฺจ สาตญฺจ อิธูปลพฺภติ สาหํ คนฺตฺวา ปุนเทว มานุสํ กาหามิ ปุญฺญานิ นยยฺยปุตฺต มนฺติ ฯ |๑๐๘.๓๒๗| สตฺต ตุวํ วสฺสสตา อิธาคตา ชิณฺณา จ วุฑฺฒา จ ตหึ ภวิสฺสสิ สพฺเพว เต กาลกตา จ ญาตกา ตฺวํ ตตฺถ คนฺตฺวาน อิโต กริสฺสสีติ ฯ |๑๐๘.๓๒๘| สตฺเตว วสฺสานิ อิธาคตาย เม ทิพฺพญฺจ สุขญฺจ สมปฺปิตาย สาหํ คนฺตฺวา ปุนเรว มานุสํ กาหามิ ปุญฺญานิ นยยฺยปุตฺต มนฺติ ฯ |๑๐๘.๓๒๙| โส ตํ คเหตฺวาน ปสยฺห พาหายํ ปจฺจานยิตฺวาน ปุนเรว เถรึ สุทุพฺพลํ วชฺเชสิ อญฺญํปิ ชนํ อิธาคตํ กโรถ ปุญฺญานิ สุขูปลพฺภตีติ ฯ |๑๐๘.๓๓๐| ทิฏฺฐา มยา อกเตน สาธุนา เปตา วิหญฺญนฺติ ตเถว มานุสา กมฺมญฺจ กตฺวา สุขเวทนียํ เทวา มนุสฺสา จ สุเข ฐิตา ปชาติ ฯ สุตฺตเปตวตฺถุ เอกาทสมํ ฯ
เมื่อก่อน ฉันได้ถวายด้ายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าซึ่งเข้าไป ขอถึงเรือน ของฉัน วิบากแห่งการถวายด้ายนั้น ฉันจึงได้เสวยผลอันไพบูลย์อย่างนี้ ประการหนึ่ง ผ้ามากมายหลายโกฏิบังเกิดแก่ฉัน วิมานของฉันเกลื่อน กล่นไปด้วยดอกไม้ น่ารื่นรมย์ วิจิตรด้วยรูปภาพต่างๆ เพรียบพร้อม ไปด้วยเทพบุตรเทพธิดาผู้เป็นบริวาร ฉันเลือกใช้สอยนุ่งห่มตามชอบใจ ถึงเพียงนี้ สรรพวัตถุอันปลื้มใจมากมายก็ไม่หมดสิ้นไป ฉันได้รับความ สุขความสำราญในวิมานนี้ เพราะอาศัยวิบากแห่งกรรมนั้น ฉันกลับไป สู่มนุษยโลกแล้ว จักทำบุญให้มากขึ้น ข้าแต่ลูกเจ้า ขอท่านจงนำฉันไป สู่ถิ่นมนุษย์เถิด. เวมานิกเปรตนั้นกล่าวว่า ท่านมาอยู่ในวิมานนี้ถึง ๗๐๐ ปี เป็นคนแก่เฒ่าแล้ว จักไปอยู่ใน มนุษยโลกทำไม อนึ่ง ญาติของท่านตายไปหมดแล้ว ท่านไปจากเทวโลก นี้สู่มนุษยโลกนั้นแล้ว จักกระทำอย่างไร? หญิงนั้นกล่าวว่า เมื่อฉันมาอยู่ในวิมานนี้ ๗๐๐ ปี ได้เสวยทิพยสมบัติ และความสุขอิ่ม หนำแล้ว ฉันกลับไปสู่ถิ่นมนุษย์แล้ว จักทำบุญให้มากขึ้น ข้าแต่ลูกเจ้า ขอท่านจงนำฉันไปส่งถิ่นมนุษย์เถิด. เวมานิกเปรตนั้น จับหญิงนั้นที่แขน นำกลับไปสู่บ้านที่นางเกิด แล้วพูด กะหญิงนั้นซึ่งกลับเป็นคนแก่ มีกำลังน้อยที่สุดว่า ท่านพึงบอกชนแม้ อื่นที่มาสู่ที่นี้ว่า ท่านทั้งหลายจงทำบุญเถิด ท่านทั้งหลายจะได้รับความสุข เราได้เห็นเปรตทั้งหลาย ผู้ไม่ได้ทำความดีไว้เดือดร้อนอยู่ ฉันใด มนุษย์ ทั้งหลายก็ฉันนั้น ก็หมู่สัตว์คือเทวดาและมนุษย์กระทำกรรม อันมีสุข เป็นวิบากแล้ว ย่อมเป็นผู้ดำรงอยู่ในความสุข. จบ สุตตเปตวัตถุที่ ๑๑.