๕. วัฑฒเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๖. นทีกัสสปเถรคาถา ๕. วัฑฒเถรคาถา ภาษิตของพระวัฑฒเถระ (พระวัฑฒเถระได้กล่าว ๕ คาถากึ่งไว้ดังนี้ว่า)
ทราบว่า โยมมารดาของเราดีแท้ ได้ชี้ให้เราเห็นประตักอันเป็นคำสั่งสอน ซึ่งเราได้ถูกท่านผู้ให้กำเนิด พร่ำสอน ฟังคำมาแล้ว ก็ได้ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว ได้บรรลุสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม
เราเป็นพระอรหันต์ ผู้ควรแก่ทักษิณา บรรลุวิชชา ๓ เห็นอมตธรรม ชนะเสนามารได้แล้ว อยู่อย่างไม่มีอาสวะ
อาสวะที่มีแก่เราทั้งภายในและภายนอก เราถอนได้หมดสิ้นแล้ว และจะเกิดขึ้นไม่ได้อีก
โยมมารดาเป็นหญิงผู้มีความแกล้วกล้า ได้กล่าวเนื้อความนี้แก่เรา แม้เมื่อเราเป็นบุตรของท่านผู้ไม่มีกิเลส กิเลสอันเปรียบเหมือนหมู่ไม้ในป่าก็ย่อมไม่มีแก่ท่านแน่
ทุกข์เราทำให้สิ้นสุดแล้ว อัตภาพนี้มีเป็นครั้งสุดท้าย สังสารวัฏคือความเกิดและความตายหมดสิ้นแล้ว บัดนี้ ไม่มีการเกิดอีก
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. วัฑฒเถรคาถา สุภาษิตสรรเสริญมารดา
|๓๓๙.๓๓๕| ๕ สาธุ หิ กิร เม มาตา ปโตทํ อุปทํสยิ ยสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา อนุสิฏฺโฐ ชเนตฺติยา อารทฺธวิรโย ปหิตตฺโต ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ |๓๓๙.๓๓๖| อรหา ทกฺขิเณยฺโยมฺหิ เตวิชฺโช อมตทฺทโส เชตฺวา นมุจิโน เสนํ วิหรามิ อนาสโว ฯ |๓๓๙.๓๓๗| อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ เย เม วิชฺชึสุ อาสวา สพฺเพ อเสสา อุจฺฉินฺนา น จ อุปฺปชฺชเร ปุน ฯ |๓๓๙.๓๓๘| วิสารทา โข ภคินี เอตมตฺถํ อภาสยิ อปิ หา นูน มยิปิ วนโถ เต น วิชฺชติ ฯ |๓๓๙.๓๓๙| ปริยนฺตกตํ ทุกฺขํ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย ชาติมรณสํสาโร นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ วฑฺโฒ เถโร ฯ
โยมมารดาของเราดีแท้ เพราะได้แนะนำเราให้รู้สึกตัว เหมือนบุคคล แทงพาหนะด้วยประตัก ฉะนั้น เราได้ฟังคำของโยมมารดาที่พร่ำสอน แล้วได้ปรารภความเพียร มีจิตตั้งมั่น ได้บรรลุโพธิญาณอย่างสูงสุด เรา เป็นพระอรหันต์ควรแก่ทักษิณา มีวิชชา ๓ ได้เห็นอมตธรรม ชนะเสนา แห่งมาร ไม่มีอาสวะอยู่ อาสวะของเราเหล่าใด ได้มีแล้วทั้งภายในทั้ง ภายนอก อาสวะเหล่านั้นทั้งหมด เราตัดขาดแล้ว และไม่เกิดขึ้นอีก ต่อไป โยมมารดาของเราเป็นผู้แกล้วกล้า ได้กล่าวเนื้อความนี้กะเรา แม้เมื่อเราผู้เป็นบุตรของท่านไม่มีกิเลส กิเลสอันเป็นดังหมู่ไม้ในป่าของ ท่านคงจะไม่มีเป็นแน่ ทุกข์เราทำให้สิ้นสุดแล้ว อัตภาพนี้มีในที่สุด สงสาร คือความเกิดตายสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี.