๘. ราหุลเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ราหุลเถรคาถา ภาษิตของพระราหุลเถระ (พระราหุลเถระได้กล่าว ๔ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
ชนทั้งหลายรู้จักเราว่า พระราหุลผู้เจริญ เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ ๒ ประการนั่นเอง คือเพราะเหตุที่เราเป็นโอรสของพระพุทธเจ้า และได้ดวงตาเห็นธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๘๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๔. จตุตกกนิบาต] ๙. จันทนเถรคาถา
อนึ่ง เพราะอาสวะของเราหมดสิ้นแล้ว และเพราะไม่มีการเกิดอีก เราจึงเป็นพระอรหันต์ ผู้ควรแก่ทักษิณา บรรลุวิชชา ๓ เห็นอมตธรรม
สัตว์ทั้งหลายมืดมนเพราะกาม ถูกข่ายรัดรึงไว้แน่น ถูกเครื่องมุงบังคือตัณหาปกคลุมไว้ ถูกเครื่องผูกคือความประมาทผูกพันไว้ เหมือนปลาในข้อง
เราสลัดกามนั้นได้ ตัดบ่วงมารได้ ถอนตัณหาพร้อมทั้งรากเหง้า จึงเป็นผู้เย็นดับสนิท
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๘. ราหุลเถรคาถา สุภาษิตแสดงคุณสมบัติ ๒ ประการ
|๓๓๐.๒๙๕| ๘ อุภเยเนว สมฺปนฺโน ราหุลภทฺโทติ มํ วิทู ยญฺจมฺหิ ปุตฺโต พุทฺธสฺส ยญฺจ ธมฺเมสุ จกฺขุมา ฯ |๓๓๐.๒๙๖| ยญฺจ เม อาสวา ขีณา ยญฺจ นตฺถิ ปุนพฺภโว อรหา ทกฺขิเณยฺโยมฺหิ เตวิชฺโช อมตทฺทโส ฯ |๓๓๐.๒๙๗| กามนฺธา ชาลสญฺฉนฺนา ตณฺหาฉทนฉาทิตา ปมตฺตพนฺธุนา พทฺธา มจฺฉาว กุมินามุเข ฯ |๓๓๐.๒๙๘| ตํ กามํ อหมุชฺฌิตฺวา เฉตฺวา มารสฺส พนฺธนํ สมูลํ ตณฺหํ อพฺพุยฺห สีติภูโตสฺมิ นิพฺพุโตติ ฯ ราหุโล เถโร ฯ
ชนทั้งหลายย่อมรู้จักเราว่า พระราหุลผู้เจริญ สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ ๒ ประการ คือ ชาติสมบัติ ๑ ปฏิบัติสมบัติ ๑ เพราะเราเป็นโอรสของ พระพุทธเจ้า และเป็นผู้มีปัญญาเห็นธรรมทั้งหลาย อนึ่ง เพราะอาสวะ ของเราสิ้นไปและภพใหม่ไม่มีต่อไป เราเป็นพระอรหันต์ เป็นพระทักขิ- ไณยบุคคล มีวิชชา ๓ เป็นผู้เห็นอมตธรรม สัตว์ทั้งหลายเป็นดังคนตา บอด เพราะเป็นผู้ไม่เห็นโทษในกาม ถูกข่ายคือตัณหาปกคลุมแล้ว ถูก หลังคา คือตัณหาปกปิดแล้ว ถูกมารผูกแล้วด้วยเครื่องผูก คือความ ประมาทเหมือนปลาในปากลอบ เราถอนกามนั้นขึ้นได้แล้ว ตัดเครื่อง ผูกของมารได้แล้ว ถอนตัณหา พร้อมทั้งรากขึ้นแล้ว เป็นผู้มีความ เยือกเย็นดับแล้ว.