อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๘๙

๒. อุทายีเถรคาถา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๘๙–๗๐๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. อุทายีเถรคาถา ภาษิตของพระอุทายีเถระ (พระอุทายีเถระเมื่อจะชมเชยพระศาสดา ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

ข้อ ๖๘๙

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงบังเกิดในหมู่มนุษย์ ฝึกฝนพระองค์แล้ว มีพระหฤทัยตั้งมั่น ทรงดำเนินไปในทางที่ประเสริฐ ทรงยินดีในธรรมเป็นที่สงบระงับจิต

ข้อ ๖๙๐

ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวงพระองค์ใดที่มนุษย์ทั้งหลาย นอบน้อม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแม้เทวดาทั้งหลายก็ นอบน้อม ข้าพเจ้าฟังมาแต่พระอรหันต์ทั้งหลายดังว่ามานี้

ข้อ ๖๙๑

เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายย่อมนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ใด ผู้ทรงล่วงสังโยชน์ทั้งปวง เสด็จออกจากป่า มาสู่ นิพพาน เสด็จออกจากกามมายินดีในเนกขัมมะ เหมือนทองคำที่ พ้นจากหิน

ข้อ ๖๙๒

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล เป็นดุจช้างตัวประเสริฐ ทรงรุ่งเรืองล่วงโลกพร้อมทั้งเทวโลก ดุจภูเขาหิมวันต์เหนือภูเขา ศิลาเหล่าอื่น ทรงมีพระนามว่านาคโดยแท้จริง ทรงยอดเยี่ยม กว่าผู้ที่มีนามว่านาคทั้งหมด @เชิงอรรถ : @ กิเลส (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๙๑/๒๘๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๒. อุทายีเถรคาถา

ข้อ ๖๙๓

เราจะแสดงผู้ที่ได้นามว่านาคโดยแท้จริงนั้นแก่พวกท่าน เพราะผู้ที่ไม่ทำชั่วทุกอย่าง ชื่อว่านาค ความสงบเสงี่ยมและความไม่เบียดเบียนทั้ง ๒ นั้น เป็นเท้าหน้าของผู้ที่ได้นามว่า ช้าง

ข้อ ๖๙๔

สติ และสัมปชัญญะทั้ง ๒ นั้น เป็นเท้าหลังของผู้ที่ได้นามว่าช้าง ผู้ที่ได้นามว่าพญาช้าง มีศรัทธาเป็นงวง มีอุเบกขาเป็นงาขาว

ข้อ ๖๙๕

มีสติเป็นคอ มีปัญญาเครื่องพิจารณาค้นคว้าธรรมเป็นเศียร มีธรรมคือสมถะและวิปัสสนาซึ่งเป็นที่รวมอยู่แห่งปัญญาเป็นท้อง มีวิเวกเป็นหาง

ข้อ ๖๙๖

พญาช้างคือพระพุทธเจ้านั้นทรงเข้าฌานประจำ ทรงยินดีในนิพพาน มีพระหฤทัยตั้งมั่นดีภายใน เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น ประทับยืน ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น

ข้อ ๖๙๗

เมื่อบรรทม ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น แม้ประทับนั่ง ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น ทรงสำรวมทุกอย่าง นี้เป็นคุณสมบัติของพญาช้างคือพระพุทธเจ้า

ข้อ ๖๙๘

พญาช้าง คือพระพุทธเจ้านั้น บริโภคสิ่งที่ไม่มีโทษ ไม่บริโภคสิ่งที่มีโทษ ได้อาหารและเครื่องนุ่งห่มแล้วงดการสั่งสม

ข้อ ๖๙๙

ตัดสังโยชน์ กิเลสเครื่องผูกพันน้อยใหญ่ทั้งหมด ไม่มีความห่วงใยเลย ไปได้ทุกทิศ

ข้อ ๗๐๐

ดอกบัวขาวมีกลิ่นหอมหวน ชวนให้รื่นรมย์ใจเกิดก็ในน้ำ เติบโตก็ในน้ำ แต่ไม่ติดอยู่กับน้ำ แม้ฉันใด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต

ข้อ ๗๐๑

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติในโลก ทั้งทรงอยู่ในโลก ก็ไม่ทรงติดอยู่กับโลก เหมือนดอกบัวไม่ติดอยู่กับน้ำ ฉันนั้นเหมือนกัน

ข้อ ๗๐๒

ไฟกองใหญ่ที่ลุกโชน เมื่อหมดเชื้อก็ดับไป ถึงเมื่อยังมีเถ้าอยู่ เขาก็เรียกว่า ไฟดับ

ข้อ ๗๐๓

อุปมาที่ให้รู้แจ่มแจ้งเนื้อความข้อนี้ วิญญูชนทั้งหลายแสดงไว้แล้ว ท่านผู้ที่มีนามว่ามหานาคทั้งหลายจะรู้แจ้งพญาช้างคือพระพุทธเจ้า อันเราผู้ได้นามว่านาคแสดงไว้แล้ว

ข้อ ๗๐๔

พญาช้างคือพระพุทธเจ้า ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ หมดอาสวะ เมื่อทรงละพระวรกาย จะไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน โสฬสกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ พระเถระ ๒ รูปนี้ มีฤทธิ์มาก คือ ๑. พระอัญญาโกณฑัญญะเถระ ๒. พระอุทายีเถระ ในโสฬสกนิบาตนี้ มี ๓๒ คาถา ฉะนี้แล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๙}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. อุทายีเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระอุทายีเถระ

ข้อ ๓๘๔

|๓๘๔.๖๘๙| ๒ มนุสฺสภูตํ สมฺพุทฺธํ อตฺตทนฺตํ สมาหิตํ อิริยมานํ พฺรหฺมปเถ จิตฺตสฺสูปสเม รตํ |๓๘๔.๖๙๐| ยํ มนุสฺสา นมสฺสนฺติ สพฺพธมฺมาน ปารคุํ เทวาปิ นํ นมสฺสนฺติ อิติ เม อรหโต สุตํ |๓๘๔.๖๙๑| สพฺพสํโยชนาตีตํ วนา นิพฺพานมาคตํ กาเมหิ เนกฺขมฺมรตํ มุตฺตํ เสลาว กญฺจนํ |๓๘๔.๖๙๒| ส เว อจฺจรุจิ นาโค หิมวาวญฺเญ สิลุจฺจเย สพฺเพสํ นาคนามานํ สจฺจนาโม อนุตฺตโร |๓๘๔.๖๙๓| นาคํ โว กิตฺตยิสฺสามิ น หิ อาคุํ กโรติ โส ฯ โสรจฺจํ อวิหึสา จ ปาทา นาคสฺส เต ทุเว ฯ |๓๘๔.๖๙๔| สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ จรณา นาคสฺส เต ปเร ฯ สทฺธาหตฺโถ มหานาโค อุเปกฺขาเสตทนฺตวา ฯ |๓๘๔.๖๙๕| สติ คีวา สิโร ปญฺญา วีมํสา ธมฺมจินฺตนา ธมฺมกุจฺฉิสมาวาโส วิเวโก ตสฺส วาลธิ ฯ |๓๘๔.๖๙๖| โส ฌายี อสฺสาสรโต อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต คจฺฉํ สมาหิโต นาโค ฐิโต นาโค สมาหิโต |๓๘๔.๖๙๗| สยํ สมาหิโต นาโค นิสินฺโนปิ สมาหิโต สพฺพตฺถ สํวุโต นาโค เอสา นาคสฺส สมฺปทา ฯ |๓๘๔.๖๙๘| ภุญฺชติ อนวชฺชานิ สาวชฺชานิ น ภุญฺชติ ฆาสํ อจฺฉาทนํ ลทฺธา สนฺนิธึ ปริวชฺชยํ |๓๘๔.๖๙๙| สํโยชนํ อณุํ ถูลํ สพฺพํ เฉตฺวาน พนฺธนํ เยน เยเนว คจฺฉติ อนเปกฺโขว คจฺฉติ ฯ |๓๘๔.๗๐๐| ยถาปิ อุทเก ชาตํ ปุณฺฑรีกํ ปวฑฺฒติ โนปลิปฺปติ โตเยน สุจิคนฺธํ มโนรมํ |๓๘๔.๗๐๑| ตเถว จ โลเก ชาโต พุทฺโธ โลเก วิหรติ โนปลิปฺปติ โลเกน โตเยน ปทุมํ ยถา ฯ |๓๘๔.๗๐๒| มหาคฺคินิ ปชฺชลิโต อนาหาโรปสมฺมติ องฺคาเรสุ จ สนฺเตสุ นิพฺพุโตติ ปวุจฺจติ ฯ |๓๘๔.๗๐๓| อตฺถสฺสายํ วิญฺญาปนี อุปมา วิญฺญูหิ เทสิตา วิญฺญิสฺสนฺติ มหานาคา นาคํ นาเคน เทสิตํ ฯ |๓๘๔.๗๐๔| วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห อนาสโว สรีรํ วิชหํ นาโค ปรินิพฺพิสฺสตฺยนาสโวติ ฯ อุทายี เถโร ฯ ตตฺรุทฺทานํ ภวติ โกณฺฑญฺโญ จ อุทายี จ เถรา เทฺว เต มหิทฺธิกา โสฬสมฺหิ นิปาตมฺหิ คาถาโย เทฺว จ ตึส จาติ ฯ โสฬสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ --------------

เราเคยได้ฟังมาจากพระอรหันต์ทั้งหลายว่า มนุษย์ทั้งหลายย่อมนอบน้อม บุคคลใด ผู้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้เอง มีตนอันได้ ฝึกฝนแล้ว มีจิตตั้งมั่น ดำเนินไปในทางของพรหม ยินดีในการสงบ ระงับจิต ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง แม้เทวดาทั้งหลายก็พากันนอบน้อม บุคคลนั้น เทวดาและมนุษย์ย่อมนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ ใด ผู้ก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง ออกจากป่า คือ กิเลสมาสู่นิพพาน ออกจากกามมายินดีในเนกขัมมะ เหมือนทองคำอันพ้นแล้วจากหินฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้นแล เป็นนาครุ่งเรือง พ้นโลกนี้ กับทั้งเทวโลก เหมือนขุนเขาหิมวันต์รุ่งเรืองล่วงภูเขาเหล่าอื่นฉะนั้น เราจักแสดงช้างอันประเสริฐ ซึ่งเป็นช้างมีชื่อโดยแท้จริง เป็นเยี่ยมกว่า บรรดาผู้มีชื่อว่าช้างทั้งหมด แก่ท่านทั้งหลาย เพราะผู้ใดไม่ทำบาป ผู้นั้น ชื่อว่า นาค ความสงบเสงี่ยมและการไม่เบียดเบียน ๒ อย่างนี้ เป็น เท้าหน้าทั้งสองของนาค สติสัมปชัญญะเป็นเท้าหลัง ช้างตัวประเสริฐ ควรบูชา มีศรัทธาเป็นงวง มีอุเบกขาเป็นงาอันขาว มีสติเป็นคอ มี ปัญญาเครื่องพิจารณาค้นคว้าธรรมเป็นศีรษะ มีธรรม คือ สัมมาวาจา เป็นท้อง มีวิเวกเป็นหาง ช้างตัวประเสริฐ คือ พระพุทธเจ้านั้น เป็น ผู้มีปกติเพ่งฌาน ยินดีในนิพพาน มีจิตตั้งมั่นดีแล้วในภายใน คือ เมื่อ เดินก็มีจิตตั้งมั่น เมื่อยืนก็มีจิตตั้งมั่น นอนก็มีจิตตั้งมั่น แม้เมื่อนั่งก็มี จิตตั้งมั่น เป็นผู้สำรวมในที่ทั้งปวง อันนี้เป็นคุณสมบัติของช้างผู้ ประเสริฐ คือ พระพุทธเจ้า ช้างตัวประเสริฐ คือ พระพุทธเจ้านั้น บริโภคของอันหาโทษมิได้ ไม่บริโภคของที่มีโทษ ได้อาหารและเครื่อง นุ่งห่มแล้ว ก็ไม่สั่งสมไว้ ตัดเครื่องเกาะเกี่ยวผูกพันน้อยใหญ่ทั้งสิ้น ไม่มีความห่วงใยเลย เที่ยวไปในที่ทุกแห่ง เปรียบเหมือนดอกบัวขาบ มีกลิ่นหอมหวานชวนให้รื่นรมย์ เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ย่อมไม่ติดอยู่ ด้วยน้ำ ฉันใด พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้วในโลก อยู่ในโลกไม่ติดอยู่ ด้วยโลก เหมือนดอกปทุมไม่ติดอยู่ด้วยน้ำ ฉันนั้น ไฟกองใหญ่ลุกโชน เมื่อหมดเชื้อก็ดับไป ก็เมื่อเถ้ายังมีอยู่ เขาก็เรียกว่ากันว่า ไฟดับแล้ว ฉันใด อุปมาอันทำให้รู้เนื้อความแจ่มแจ้งนี้ วิญญูชนทั้งหลายแสดงไว้ แล้ว ก็ฉันนั้น มหานาคทั้งหลายจักรู้แจ้งนาค อันพระพุทธเจ้าทรงแสดง แล้ว พุทธนาคเป็นผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ และโมหะ หมดอาสวะ เมื่อละสรีระร่างกายนี้แล้ว ก็จักไม่มีอาสวะปรินิพพาน. ----------------------------------------------------- ในโสฬสกนิบาตนี้ พระเถระผู้มีมหิทธิฤทธิ์ ๒ รูป คือ พระโกณฑัญญ- เถระ กับ พระอุทายีเถระ ได้ภาษิตคาถาไว้องค์ละ ๑๖ คาถา รวมเป็น ๓๒ คาถา ฉะนี้แล. จบ โสฬสกนิบาต. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/