๓. เขมาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. เขมาเถรีคาถา ภาษิตของพระเขมาเถรี (มารใจบาปเมื่อจะประเล้าประโลมพระเถรีด้วยกามคุณ จึงได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
เธอยังเป็นสาว มีรูปสวย ถึงเราก็ยังหนุ่มรุ่น มาสิ เขมา เรามาร่วมอภิรมย์กันด้วยดนตรีเครื่อง ๕ เถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๔. สุชาตาเถรีคาถา พระเขมาเถรี(เมื่อจะประกาศความไม่ยินดีของตน จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราอึดอัดเอือมระอาด้วยกายที่เปื่อยเน่า กระสับกระส่าย ซึ่งมีอันจะแตกพังไปเป็นธรรมดานี้อยู่ เราถอนกามตัณหาได้แล้ว
กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว เป็นเขียงรองสับขันธ์ทั้งหลาย บัดนี้เราไม่มีความยินดีในกามที่ท่านพูดถึง
เรากำจัดความเพลิดเพลินในกามทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองความมืดได้แล้ว มารผู้ชั่วช้าเลวทราม ท่านจงรู้อย่างนี้ ท่านถูกเรากำจัดแล้ว
พวกคนเขลาไม่รู้ตามความเป็นจริง พากันนอบน้อมดวงดาวทั้งหลาย บูชาไฟอยู่ในป่าแล้วได้สำคัญว่าบริสุทธิ์
ส่วนเราแล นอบน้อมเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นบุรุษสูงสุด จึงพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ชื่อว่าทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. เขมาเถรีคาถา สุภาษิตโต้มาร มารกล่าวว่า
|๔๕๓.๑๓๙| ๓ ทหรา ตุวํ รูปวตี อหํปิ ทหโร ยุวา ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน เอหิ เขเม รมามเส ฯ |๔๕๓.๑๔๐| อิมินา ปูติกาเยน อาตุเรน ปภงฺคุนา อฏฺฏิยามิ หรายามิ กามตณฺหา สมูหตา ฯ |๔๕๓.๑๔๑| สตฺติสูลูปมา กามา ขนฺธาสํ อธิกุฏฺฏนา ยํ ตฺวํ กามรตึ พฺรูสิ อรติ ทานิ สา มมํ ฯ |๔๕๓.๑๔๒| สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ |๔๕๓.๑๔๓| นกฺขตฺตานิ นมสฺสนฺตา อคฺคึ ปริจรํ วเน ยถาภุจฺจมชานนฺตา พาลา สุทฺธึ อมญฺญถ ฯ |๔๕๓.๑๔๔| อหญฺจ โข นมสฺสนฺตี สมฺพุทฺธํ ปุริสุตฺตมํ ปริมุตฺตา สพฺพทุกฺเขหิ สตฺถุสาสนการิกา ฯ เขมา ฯ
ดูกรนางเขมา เธอกำลังเป็นสาว มีรูปงาม แม้เราก็ยังเป็นหนุ่มรุ่นๆ จงมารื่นรมย์ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ ด้วยกันเถิด. พระเขมาเถรีกล่าวว่า เราอึดอัดระอาด้วยกายอันเปื่อยเน่ากระสับกระส่าย มีความแตกพังไป เป็นธรรมดานี้อยู่ เราถอนกามตัณหาขึ้นได้แล้ว กามทั้งหลาย มีอุปมา ด้วยหอกและหลาว ครอบงำขันธ์ทั้งหลายไว้ บัดนี้ ความยินดีในกามที่ ท่านพูดถึงไม่มีแก่เราแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลิน ในสิ่งทั้งปวงแล้ว ทำลายกองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารผู้ใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้ ดูกรมาร ตัวท่านเรากำจัดแล้ว คนพาลไม่รู้ตามความเป็นจริง พากันไหว้ดาว นักษัตร์ บูชาไฟอยู่ในป่า ย่อมสำคัญว่าเป็นความบริสุทธิ์ ส่วนเราแล ไหว้แต่พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุรุษ จึงพ้นแล้วจากทุกข์ทั้งปวง เป็น ผู้ทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา.