๗. จตุริตถีวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. จตุริตถีวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิง ๔ นาง ผู้ถวายดอกไม้ต่างชนิดกัน (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า) [๗๕๕-๗๕๗] เทพธิดา เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกราชพฤกษ์ กำมือหนึ่ง แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตในปัณณกตนครซึ่งตั้งอยู่บนเนิน เป็นเมืองที่รุ่งเรือง น่ารื่นรมย์ ของแคว้นเอสิกา [๗๖๐-๗๖๑] เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทิศอย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ บางแห่งแปลว่าดอกผักตบ (ขุ.วิ.อ. ๗๕๙/๒๒๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๗. จตุริตถีวิมาน (เทพธิดาองค์ที่ ๒) [๗๖๒-๗๖๔] เทพธิดา เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกบัวเขียวกำมือหนึ่ง แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในปัณณกตนครซึ่งตั้งอยู่บนเนิน เป็นเมืองที่รุ่งเรือง น่ารื่นรมย์ ของแคว้นเอสิกา [๗๖๗-๗๖๘] เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เทพธิดาองค์ที่ ๓) [๗๖๙-๗๗๑] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาของผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ชาติก่อนดิฉันได้ถวายดอกบัวหลวงซึ่งมีรากขาว กลีบเขียว เกิดในสระน้ำกำมือหนึ่ง แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในปัณณกตนคร ซึ่งตั้งอยู่บนเนิน เป็นเมืองที่รุ่งเรือง น่ารื่นรมย์ ของแคว้นเอสิกา [๗๗๔-๗๗๕] เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เทพธิดาองค์ที่ ๔) [๗๗๖-๗๗๘] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๘. อัมพวิมาน
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ชาติก่อนดิฉันชื่อว่าสุมนา ได้ถวายดอกมะลิตูม มีสีคล้ายงาช้าง แด่ภิกษุผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในปัณณกตนครซึ่งตั้งอยู่บนเนิน เป็นเมืองที่รุ่งเรือง น่ารื่นรมย์ ของแคว้นเอสิกา [๗๘๑-๗๘๒] เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ จตุริตถีวิมานที่ ๗ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. จตุริตถีวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในจตุริตถีวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
|๔๕.๕๓๗| ๗ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๓๘| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๓๙| อินฺทีวรานํ หตฺถกํ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๔๐| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๑) ---------------- |๔๕.๕๔๑| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๔๒| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๔๓| นีลุปฺปลหตฺถกํ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๔๔| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๒) -------------- |๔๕.๕๔๕| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๔๖| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๔๗| โอทาตมูลกํ หรีตปตฺตํ อุทกมฺหิ สเร ชาตํ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๔๘| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๓) -------------- |๔๕.๕๔๙| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๕.๕๕๐| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๕.๕๕๑| อหํ สุมนา สุมนสฺส สุมนมกุลานิ ทนฺตวณฺณานิ อหมทาสึ ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส เอสิกานํ อุณฺณตสฺมึ นคเร วเร ปณฺณกเต รมฺเม |๔๕.๕๕๒| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๔) จตุริตฺถิวิมานํ สตฺตมํ ฯ
ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกผักตบกำมือหนึ่ง แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ในปัญณกตนครอันประเสริฐ น่ารื่นรมย์ อันประดับแล้วด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมนั้น. ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้วมีความปลาบปลื้ม ใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกนิลอุบลกำมือหนึ่ง แก่ภิกษุผู้เที่ยว บิณฑบาต ในปัณณกตนครอันประเสริฐ น่ารื่นรมย์อันประดับแล้ว ด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และเป็นผู้มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมนั้น. ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายดอกบัวหลวงกำมือหนึ่ง ซึ่งมีโคนขาว กลีบขาว เกิดแล้วที่สระน้ำ แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ในปัณณกตนคร อันประเสริฐ น่ารื่นรมย์ ประดับด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะ บุญกรรมนั้น. ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงามยิ่งนัก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันได้ถวายพวงมาลัยอันร้อยด้วยดอกมะลิตูม มีสีขาว ดังงาช้าง แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ในปัณณกตนครอันประเสริฐ น่า รื่นรมย์ ประดับแล้วด้วยเสาระเนียด เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึงมี วรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญ กรรมนั้น. จบ จตุริตถีวิมานที่ ๔.