อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๒๗

๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๗–๒๔๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 19 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ เรื่องธนปาลเศรษฐีเปรต (พวกพ่อค้าถามเปรตตนหนึ่งว่า)

ข้อ ๒๒๗

แน่ะเพื่อนยาก ท่านเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น มีแต่ซี่โครงผุดขึ้น มีร่างกายซูบผอม ท่านเป็นใครกันหนอ (เปรตนั้นตอบว่า)

ข้อ ๒๒๘

ผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้าเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ (พวกพ่อค้าถามว่า)

ข้อ ๒๒๙

ท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (เปรตนั้นตอบว่า)

ข้อ ๒๓๐

มีพระนครของพระเจ้าทสันนราช ปรากฏชื่อว่า เอรกัจฉะ เมื่อก่อนข้าพเจ้าเป็นเศรษฐีอยู่ในนครนั้น ชนทั้งหลายเรียกข้าพเจ้าว่า ธนปาลเศรษฐี

ข้อ ๒๓๑

ข้าพเจ้ามีเงิน ๘๐ เล่มเกวียน ทองคำ แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ ก็มีมากมาย

ข้อ ๒๓๒

แม้ข้าพเจ้าจะมีทรัพย์มากมายถึงเพียงนั้น ก็ไม่พอใจที่จะให้ทาน ปิดประตูเรือนแล้ว จึงบริโภคอาหาร ด้วยคิดว่า พวกยาจกอย่าได้เห็นเรา

ข้อ ๒๓๓

ข้าพเจ้าไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่ กระด้าง ได้ด่าพวกคนที่ให้ทาน ทำบุญ และห้ามชนเป็นจำนวนมากที่ให้ทานทำบุญ

ข้อ ๒๓๔

ด้วยคำว่า ผลแห่งทานไม่มี ผลแห่งความสำรวมจักมีแต่ที่ไหน จึงทำลายสระน้ำ บ่อน้ำ ที่เขาขุดไว้ ทำลายสวนดอกไม้ สวนผลไม้ ศาลาน้ำดื่ม และสะพานในที่เดินลำบากให้พินาศ

ข้อ ๒๓๕

ข้าพเจ้านั้นไม่ได้ทำความดี ทำแต่ความชั่วไว้ เคลื่อนจากมนุษยโลกนั้นแล้วจึงเกิดในแดนเปรต มีแต่ความหิวกระหาย

ข้อ ๒๓๖

ตลอด ๕๐ ปี ตั้งแต่ข้าพเจ้าตายแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวและดื่มน้ำเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ

ข้อ ๒๓๗

ความหวงแหนทรัพย์เป็นความพินาศ ความพินาศก็คือความหวงแหนทรัพย์ ได้ยินว่า เปรตทั้งหลายก็รู้ว่าความหวงแหนทรัพย์เป็นความพินาศ

ข้อ ๒๓๘

เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้าหวงแหนทรัพย์ เมื่อทรัพย์มีอยู่เป็นจำนวนมากก็ไม่ได้ให้ทาน เมื่อไทยธรรมมีอยู่ก็ไม่ได้ทำที่พึ่งแก่ตน ข้าพเจ้านั้นได้รับผลกรรมของตน จึงเดือดร้อนในภายหลัง

ข้อ ๒๓๙

พ้นจาก ๔ เดือนไปแล้ว ข้าพเจ้าจักตาย จักตกนรกอันเร่าร้อนแสนสาหัส

ข้อ ๒๔๐

นรกนั้นมี ๔ เหลี่ยม มีประตู ๔ ด้าน กรรมสร้างจำแนกไว้เป็นส่วนๆ ล้อมรอบด้วยกำแพงเหล็ก ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก

ข้อ ๒๔๑

พื้นนรกนั้นล้วนเป็นเหล็กแดงลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อน แผ่ไปรอบตลอดร้อยโยชน์อยู่ตลอดกาล

ข้อ ๒๔๒

ข้าพเจ้าจักต้องเสวยทุกขเวทนาในมหานรกนั้นยาวนาน ด้วยว่าการเสวยทุกข์เช่นนี้เป็นผลกรรมชั่ว เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเศร้าโศกอย่างหนัก

ข้อ ๒๔๓

ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าขอเตือนท่านทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลายผู้มาประชุมกันในที่นี้ พวกท่านอย่าได้ทำกรรมชั่วทั้งในที่แจ้งหรือที่ลับ

ข้อ ๒๔๔

ถ้าพวกท่านจักทำกรรมชั่วนั้นหรือกำลังทำอยู่ แม้พวกท่านจะเหาะหนีไปก็ไม่พ้นจากทุกข์ได้

ข้อ ๒๔๕

ขอท่านทั้งหลายจงเกื้อกูลมารดา จงเกื้อกูลบิดา ประพฤติอ่อนน้อมต่อท่านผู้ใหญ่ในสกุล เป็นผู้เกื้อกูลสมณะ เกื้อกูลพราหมณ์ ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้ ท่านทั้งหลายจักไปสู่สวรรค์ ธนปาลกเสฏฐิเปตวัตถุที่ ๗ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๖}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. ธนปาลเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของธนปาลเปรต พวกพ่อค้าถามเปรตตนหนึ่งว่า

ข้อ ๑๐๔

|๑๐๔.๒๐๗| ๗ นคฺโค ทุพฺพณฺณรูโปสิ กีโส ธมนิสณฺฐิโต อุปฺผาสุลิโก กีสิโก โก นุ ตฺวํ อสิ มาริสาติ ฯ |๑๐๔.๒๐๘| อหํ ภทนฺเต เปโตมฺหิ ทุคฺคโต ยมโลกิโก ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คโตติ ฯ |๑๐๔.๒๐๙| กึ นุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน เปตโลกํ อิโต คโตติ ฯ |๑๐๔.๒๑๐| นครํ อตฺถิ ทสนฺนานํ เอรกจฺฉนฺติ วิสฺสุตํ ตตฺถ เสฏฺฐี ปุเร อาสึ ธนปาโลติ มํ วิทู ฯ |๑๐๔.๒๑๑| อสีติ สกฏวาหานํ หิรญฺญสฺส อโหสิ เม ปหูตํ เม ชาตรูปํ มุตฺตาเวฬุริยา พหู ฯ |๑๐๔.๒๑๒| ตาว มหาธนสฺสาปิ น เม ทาตุํ ปิยํ อหุ ปิทหิตฺวา ทฺวารํ ภุญฺชามิ มา มํ ยาจนกาทฺทสุํ ฯ |๑๐๔.๒๑๓| อสทฺโธ มจฺฉรี วาสึ กทริโย ปริภาสโก ททนฺตานํ กโรนฺตานํ วารยิสฺสํ พหุชฺชนํ ฯ |๑๐๔.๒๑๔| วิปาโก นตฺถิ ทานสฺส สํยมสฺส กุโต ผลํ โปกฺขรญฺโญทปานานิ อารามานิ จ โรปิเต ปปาโย จ วินาเสสึ ทุคฺเค สงฺกมนานิ จ ฯ |๑๐๔.๒๑๕| สฺวาหํ อกตกลฺยาโณ กตปาโป ตโต จุโต อุปฺปนฺโน ปิตฺติวิสยํ ขุปฺปิปาสสมปฺปิโต |๑๐๔.๒๑๖| ปญฺจปญฺญาสวสฺสานิ ตโต กาลกโต อหํ ฯ นาภิชานามิ ภุตฺตํ วา ปีตํ วา ปน ปานิยํ |๑๐๔.๒๑๗| โย สํยโม โส วินาโส โย วินาโส โส สํยโม เปตา หิ กิร ชานนฺติ โย สํยโม โส วินาโส ฯ |๑๐๔.๒๑๘| อหํ ปุเร สํยมิสฺสํ นาทาสึ พหุเก ธเน สนฺเตสุ เทยฺยธมฺเมสุ ทีปํ นากาสิมตฺตโน ฯ สฺวาหํ ปจฺฉานุตปฺปามิ อตฺตกมฺมผลูปโค |๑๐๔.๒๑๙| อุทฺธํ จตูหิ มาเสหิ กาลกิริยา ภวิสฺสติ ฯ เอกนฺตํ กฏุกํ โฆรํ นิรยํ ปปติสฺสหํ |๑๐๔.๒๒๐| จตุกฺกณฺณํ จตุทฺวารํ วิภตฺตํ ภาคโส มิตํ อโยปาการปริยนฺตํ อยสา ปฏิกุชฺชิตํ ฯ |๑๐๔.๒๒๑| ตสฺส อโยมยา ภูมิ ชลิตา เตชสา ยุตฺตา สมนฺตา โยชนสตํ ผริตฺวา ติฏฺฐติ สพฺพทา ฯ |๑๐๔.๒๒๒| ตตฺถาหํ ทีฆมทฺธานํ ทุกฺขํ เวทิสฺส เวทนํ ผลํ ปาปสฺส กมฺมสฺส ตสฺมา โสจามหํ ภุสํ ฯ |๑๐๔.๒๒๓| ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา มา กตฺถ ปาปกํ กมฺมํ อาวึ วา ยทิ วา รโห ฯ |๑๐๔.๒๒๔| สเจ ตํ ปาปกํ กมฺมํ กริสฺสถ กโรถ วา น โว ทุกฺขา ปมุตฺตตฺถิ อุปจฺฉาปิ ปลายิตํ |๑๐๔.๒๒๕| มตฺเตยฺยา โหถ เปตฺเตยฺยา กุเล เชฏฺฐาปจายิกา สามญฺญา โหถ พฺรหฺมญฺญา เอวํ สคฺคํ คมิสฺสถาติ ฯ |๑๐๔.๒๒๖| น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส ยตฺรฏฺฐิโต มุญฺเจยฺย ปาปกมฺมาติ ฯ ธนปาลเปตวตฺถุ สตฺตมํ ฯ

ท่านเปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียด ซูบผอม สะพรั่งไปด้วย เส้นเอ็น เห็นกระดูกซี่โครง แน่ะเพื่อนยาก ท่านเป็นใครหนอ? เปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้าเป็นเปรต ทุกข์ยาก เกิดอยู่ใน ยมโลก ได้ทำกรรมอันลามกไว้ จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก. พวกพ่อค้าถามว่า ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือ เพราะวิบากแห่งอะไร ท่านจึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก? เปรตนั้นตอบว่า มีพระนครของพระเจ้าทสันนราช ปรากฏนามว่า เอรกัจฉะ เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นเศรษฐีอยู่ในนครนั้น ประชาชนเรียกข้าพเจ้าว่า ธนปาล- เศรษฐี ข้าพเจ้ามีเงิน ๘๐ เล่มเกวียน ทองคำ แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ ก็มีมากมายเหลือที่จะนับ แม้ข้าพเจ้าจะมีทรัพย์มากมายถึงเพียงนั้น ก็ไม่ รักที่จะให้ทาน ปิดประตูแล้วจึงบริโภคอาหารด้วยคิดว่า พวกยาจก อย่าได้เห็นเรา ข้าพเจ้าไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น ได้ด่า ว่าพวกยาจก และห้ามปรามมหาชนผู้ให้ทานทำบุญ เป็นต้น ด้วยคำว่า ผลแห่งทานไม่มี ผลแห่งการสำรวม จักไม่มีแต่ที่ไหน ได้ทำลายสระน้ำ บ่อน้ำที่เขาขุดไว้ สวนดอกไม้ สวนผลไม้ ศาลาน้ำ และสะพานใน ที่เดินลำบาก ที่เขาปลูกสร้างให้พินาศ ข้าพเจ้านั้นไม่ได้ทำความดีไว้เลย ทำแต่ความชั่วไว้ จุติจากชาตินั้นแล้ว บังเกิดในปิตติวิสัย เพรียบพร้อม ไปด้วยความหิวกระหายตลอด ๕๕ ปี ตั้งแต่ตายแล้ว ข้าพเจ้ายังไม่ได้ กินข้าวและน้ำเลยแม้แต่น้อย การสงวนทรัพย์ คือ ไม่ให้แก่ใครๆ เป็นความพินาศของสัตว์ทั้งหลาย ความฉิบหายก็คือการสงวนทรัพย์ ได้ ยินว่าเปรตทั้งหลายรู้ว่า การสงวนทรัพย์คือการไม่ให้แก่ใครๆ เป็น ความพินาศ เมื่อก่อนข้าพเจ้าสงวนทรัพย์ไว้ เมื่อทรัพย์มีอยู่เป็นอันมาก ไม่ให้ทาน เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ไม่ทำที่พึ่งแก่ตน ข้าพเจ้าได้รับผลแห่ง กรรมของตนจึงเดือดร้อนในภายหลัง พ้นจาก ๔ เดือนไปแล้ว ข้าพเจ้า จักตาย จักไปตกนรกอันเผ็ดร้อนสาหัส มี ๔ เหลี่ยม ๔ ประตู จำแนก เป็นห้องๆ ล้อมด้วยกำแพงเหล็ก พร้อมด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรก นั้น ล้วนแล้วด้วยทองแดงลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อน แผ่ไปตลอดร้อยโยชน์โดยรอบ ตั้งอยู่ทุกเมื่อ ข้าพเจ้าจักต้องเสวย ทุกขเวทนาในนรกนั้นตลอดกาลนาน ก็การเสวยทุกขเวทนาเช่นนี้ เป็น ผลแห่งกรรมอันชั่ว เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเศร้าโศกที่จะไปเกิดในนรก อันเร่าร้อนนั้น ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอเตือนท่านทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลายผู้มาประชุมกันในที่นี้ พวกท่านอย่าได้ ทำบาปกรรมในที่ไหนๆ คือ ในที่แจ้งหรือในที่ลับ ถ้าพวกท่านจักกระทำ หรือกระทำบาปกรรมนั้นไว้ แม้พวกท่านจะเหาะหนีไปอยู่ที่ไหน ก็ย่อม ไม่พ้นไปจากทุกข์ ขอท่านทั้งหลายจงเลี้ยงมารดา จงเลี้ยงบิดา ประพฤติ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล เป็นผู้เกื้อกูลแก่สมณะและพราหมณ์ ท่าน ทั้งหลายจักไปสวรรค์ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้ บุคคลจะอยู่ในอากาศใน ท่ามกลางมหาสมุทร หรือเข้าไปสู่ช่องภูเขา พึงพ้นจากบาปกรรมไม่มี หรือบุคคลอยู่ในส่วนแห่งภาคพื้นใด พึงพ้นจากบาปกรรม ส่วนแห่งภาค พื้นนั้นไม่มี. จบ ธนปาลเปตวัตถุที่ ๗

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/