๑๐. ปาริจฉัตตกวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ปาริจฉัตตกวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ใช้มาลัยดอกอโศก บูชาพระพุทธเจ้า (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เทพธิดา เธอนำดอกไม้สวรรค์ชื่อปาริจฉัตตกะ หอมหวน น่ารื่นรมย์ มาร้อยเป็นมาลัยทิพย์ ขับร้องรื่นเริงบันเทิงอยู่
เมื่อเธอนั้นกำลังฟ้อนรำอยู่ เสียงทิพย์น่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนสัดของเธอ @เชิงอรรถ : @ ของพระผู้มีพระภาค (ขุ.วิ.อ. ๖๗๘/๑๙๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] รวมเรื่องวิมานที่มีในวรรค
ทั้งกลิ่นทิพย์หอมระรื่นชื่นใจ ก็ฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนสัดของเธอ
เมื่อเธอสั่นไหวกายไปมา เสียงเครื่องประดับที่ช้องผม ก็เปล่งเสียงดังไพเราะ น่าฟัง ดุจดังเสียงดนตรีเครื่องห้า
อนึ่ง ต่างหูเพชรต้องลมสั่นไหว ก็ส่งเสียงดังไพเราะ น่าฟัง เช่นกับเสียงดนตรีเครื่องห้า
แม้มาลัยบนศีรษะของเธอ มีกลิ่นหอมระรื่นชื่นใจ ก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ดุจต้นอุโลก
เธอสูดดมกลิ่นหอมระรื่นนั้น ทั้งได้เห็นรูปอันมิใช่ของมนุษย์ เทพธิดา อาตมาถามเธอแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดานั้นตอบว่า)
ดิฉันได้น้อมนำมาลัยดอกอโศกซึ่งมีเกสรงามเลื่อมประภัสสร มีสีสด มีกลิ่นหอมฟุ้ง ไปน้อมบูชาพระพุทธเจ้า
ดิฉันนั้นครั้นทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแล้ว จึงสร่างโศก หมดโรคภัย มีความสุข รื่นเริงบันเทิงใจอยู่เป็นนิตย์ ปาริจฉัตตกวิมานที่ ๑๐ จบ รวมเรื่องวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุฬารวิมาน ๒. อุจฉุทายิกาวิมาน ๓. ปัลลังกวิมาน ๔. ลตาวิมาน ๕. คุตติลวิมาน ๖. ทัททัลลวิมาน ๗. เปสวตีวิมาน ๘. มัลลิกาวิมาน ๙. วิสาลักขิวิมาน ๑๐. ปาริจฉัตตกวิมาน ปาริจฉัตตกวรรคที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ ไม้ชนิดหนึ่ง เนื้อไม้สีขาว (ใช้ทำยาได้) เวลามีดอกส่งกลิ่นหอมไปทั่วทุกทิศ (ขุ.วิ.อ. ๖๘๕/๑๙๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. ปาริฉัตตกวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปาริฉัตตกวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
|๓๘.๔๖๕| ๑๐ ปาริฉตฺตเก โกวิฬาเร รมณีเย มโนรเม ทิพฺพมาลํ คนฺถมานา คายนฺตี สมฺปโมทสิ |๓๘.๔๖๖| ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา |๓๘.๔๖๗| ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ สุจิคนฺธา มโนรมา |๓๘.๔๖๘| วิวตฺตมานา กาเยน ยา เวณีสุ ปิลนฺธนา เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา |๓๘.๔๖๙| วฏํสกา วาตธูตา วาเตน สมฺปกมฺปิตา เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา |๓๘.๔๗๐| ยาปิ เต สิรสฺมึ มาลา สุจิคนฺธา มโนรมา วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา |๓๘.๔๗๑| ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ ฯ) |๓๘.๔๗๒| ปภสฺสรํ อจฺฉิมนฺตํ วณฺณคนฺเธน สญฺญุตํ อโสกปุปฺผมาลาหํ พุทฺธสฺส อุปนามยึ |๓๘.๔๗๓| ตาหํ กมฺมํ กริตฺวาน กุสลํ พุทฺธวณฺณิตํ อเปตโสกา สุขิตา สมฺปโมทามนามยาติ ฯ ปาริฉตฺตกวิมานํ ทสมํ ฯ อุทฺทานํ อุฬารํ อุจฺฉุปลฺลงฺกํ ลตา จ คุตฺติเลน จ ททฺทลฺล เสสวตี มลฺลี วิสาลกฺขิ ปาริฉตฺตโก วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ ปาริฉตฺตกวคฺโค ตติโย ฯ ----------
ดูนางเทพธิดา ท่านมาเก็บเอาดอกปาริกฉัตตกะ มีสีงามหอมหวนยวนใจ อันเป็นดอกไม้ทิพย์ มาร้อยกรองเป็นพวงมาลัยประดับกายขับร้องเล่น สำเริงอยู่ เมื่อท่านกำลังฟ้อนรำอยู่ เสียงอันเป็นทิพย์น่าฟังวังเวงใจ เปล่งจากอวัยวะใหญ่น้อยพร้อมๆ กัน ทั้งกลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ ก็ฟุ้งขจรไปจากอวัยวะใหญ่น้อยทุกๆ ส่วน เมื่อท่านไหวกายผายผันกลับ ไปมา เสียงเครื่องประดับอันท่านประดับไว้ที่ช้องผมทุกๆ แห่ง เมื่อคราว ลมพัดพานมาต้องเข้า ก็เปล่งเสียงไพเราะ คล้ายกับเสียงดนตรีเครื่อง ๕ อนึ่ง เสียงแห่งมาลัย เครื่องประดับเศียร คือ มงกุฏ ที่ถูกลมพัดต้อง เข้าแล้วก็กังวานไพเราะ คล้ายกับเสียงดนตรีเครื่อง ๕ แม้กลิ่นแห้ง ดอกไม้ที่ท่านสอดแซมไว้บนเศียรเกล้า ก็มีกลิ่นหอมหวนชวนให้ชื่นใจ หอมฟุ้งไปทั่วสารทิศ ดังต้นอุโลกที่มีอยู่บนเขาคันธมาทน์ ฉะนั้น ท่าน ย่อมสูดดมกลิ่นอันหอมหวนนั้น ทั้งได้ชมรูปทิพย์ซึ่งมิใช่ของมนุษย์ ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่ง กรรมอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า พระคุณเจ้าขา แต่ก่อน เมื่อดิฉันยังอยู่ในเมืองมนุษย์ ได้น้อมนำ เอาดอกอโศกซึ่งมีเกษรงามเลื่อมประภัสสร มีกลิ่นหอมฟุ้ง ไปบูชา พระพุทธเจ้า ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแล้ว จึงสร่างโศกหมดโรคภัย ได้รับแต่ความสุขกายสุขใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่ เป็นนิตย์. จบ ปาริฉัตตกวิมานที่ ๑๐ ----------------------------------------------------- รวมวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุฬารวิมาน ๒. อุจฉุวิมาน ๓. ปัลลังกวิมาน ๔. ลตาวิมาน ๕. คุตติลวิมาน ๖. ทัททัลลวิมาน ๗. เสสวดีวิมาน ๘. มัลลิกาวิมาน ๙. วิสาลักขิวิมาน ๑๐. ปาริฉัตตกวิมาน. จบ ปาริฉัตตกวรรคที่ ๓. -----------------------------------------------------