๑. อุตตราเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๗. สัตตกนิบาต] ๑. อุตตราเถรีคาถา ๗. สัตตกนิบาต ๑. อุตตราเถรีคาถา ภาษิตของพระอุตตราเถรี (พระปฏาจาราเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
มาณพทั้งหลายถือสากตำข้าว ได้ทรัพย์มาเลี้ยงดูบุตรและภรรยา
ท่านทั้งหลายจงพากเพียรในคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่กระทำแล้วไม่เดือดร้อนในภายหลัง จงรีบล้างเท้าแล้วนั่ง ณ ที่สมควร
จงตั้งจิตให้แน่วแน่มีอารมณ์เดียวแล้ว พิจารณาสังขารทั้งหลายโดยความเป็นของแปรปรวน และโดยความเป็นของไม่ใช่ของตน พระอุตตราเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราฟังคำพร่ำสอนของพระปฏาจาราเถรีนั้นแล้ว ล้างเท้า เข้าไปนั่ง ณ ที่สมควร
ในปฐมยามแห่งราตรีระลึกชาติก่อนได้แล้ว ในมัชฌิมยามแห่งราตรีชำระทิพยจักขุให้หมดจดได้
ในปัจฉิมยามแห่งราตรีทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว ได้บรรลุวิชชา ๓ จึงลุกจากอาสนะ ในภายหลัง ได้ทำตามคำสอนของท่านแล้ว
จะอยู่แวดล้อมท่าน เหมือนเทวดาชั้นดาวดึงส์แวดล้อมท้าวสักกะผู้ไม่แพ้ในสงคราม เราได้บรรลุวิชชา ๓ เป็นผู้ไม่มีอาสวะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีคาถาย สตฺตกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรีคาถา สัตตกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในสัตตกนิบาต ๑. อุตตราเถรีคาถา คาถาสุภาษิตของนางอุตตราเถรี พระปฏาจาราเถรีกล่าวว่า
|๔๕๙.๑๗๕| ๑ มุสลานิ คเหตฺวาน ธญฺญํ โกฏฺเฏนฺติ มาณวา ปุตฺตทารานิ โปเสนฺตา ธนํ วินฺทนฺติ มาณวา ฯ |๔๕๙.๑๗๖| ฆเฏถ พุทฺธสาสเน ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ ขิปฺปํ ปาทานิ โธวิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทถ ฯ |๔๕๙.๑๗๗| จิตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวาน เอกคฺคํ สุสมาหิตํ ปจฺจเวกฺขถ สงฺขาเร ปรโต โน จ อตฺตโต ฯ |๔๕๙.๑๗๘| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา ปฏาจารานุสาสนึ ปาเท ปกฺขาลยิตฺวาน เอกมนฺเต อุปาวิสึ ฯ |๔๕๙.๑๗๙| รตฺติยา ปุริเม ยาเม ปุพฺพชาติมนุสฺสรึ รตฺติยา มชฺฌิเม ยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธยึ ฯ |๔๕๙.๑๘๐| รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยึ เตวิชฺชา อถ วุฏฺฐามิ กตา เต อนุสาสนี ฯ |๔๕๙.๑๘๑| สกฺกํว เทวา ติทสา สงฺคาเม อปราชิตํ ปุรกฺขิตฺวา วิหรามิ เตวิชฺชมฺหิ อนาสวา ฯ อุตฺตรา ฯ
มาณพทั้งหลายพากันถือสากซ้อมข้าวอยู่ ย่อมหาทรัพย์มาเลี้ยงดูบุตร ภรรยาฉันใด ท่านทั้งหลายก็ฉันนั้น จงบำเพ็ญเพียรในคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้า ที่เป็นเหตุให้ผู้ทำไม่เดือดร้อนในภายหลัง ท่านทั้งหลาย จงรีบล้างเท้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง จงเข้าไปตั้งจิตไว้ให้มีอารมณ์ เดียวตั้งมั่นด้วยดีแล้ว พิจารณาสังขารทั้งหลายโดยความเป็นของแปร- ปรวน และโดยความเป็นของไม่ใช่ตน. พระอุตตราเถรีกล่าวว่า เราได้ฟังคำพร่ำสอนของพระปฏาจาราเถรีนั้นแล้ว ล้างเท้าเข้าไปนั่ง ณ ที่ควรแห่งหนึ่ง ในปฐมยามแห่งราตรี เราก็ระลึกชาติก่อนได้ ในมัชฌิม ยามแห่งราตรี ได้ชำระทิพยจักษุให้หมดจด ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ได้ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว เราได้บรรลุวิชชา ๓ จึงลุกจากอาสนะ ในภายหลังเราได้ทำตามคำพร่ำสอนของท่านแล้ว ดิฉันเป็นผู้มีวิชชา ๓ ไม่มีอาสวะ จักห้อมล้อมท่านอยู่ ดุจเทวดาชาวดาวดึงส์ พากันห้อมล้อม ท้าวสักกะผู้ชนะสงครามมาแล้ว ฉะนั้น.