๑. ปัญจสตมัตตาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๑. ปัญจสตมัตตาเถรีคาถา ๖. ฉักกนิบาต ๑. ปัญจสตมัตตาเถรีคาถา ภาษิตของพระปัญจสตมัตตาเถรี (พระปฏาจาราเถรีกล่าวอบรมพระเถรี ๕๐๐ รูป ทีละรูปว่า)
ท่านไม่รู้ทางของสัตว์ใดผู้มาแล้วหรือไปแล้ว เหตุไฉน ท่านจึงร้องไห้ถึงสัตว์ที่มาแล้วนั้นว่า บุตรของเรา
ถึงท่านจะรู้ทางของเขาผู้มาแล้วหรือไปแล้ว ก็ไม่ควรเศร้าโศกถึงเขาเลย เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมมีอย่างนี้เป็นธรรมดา
สัตว์ผู้ใครๆ มิได้เชื้อเชิญก็มาจากปรโลกนั้น ใครๆ ยังมิได้อนุญาตก็ไปจากโลกนี้ เขามาจากที่ไหนกันแน่หนอ อยู่ได้ ๒-๓ วัน แล้วก็ไปจากภพนี้สู่ภพอื่นก็มี จากภพนั้นไปสู่ภพอื่นก็มี
เขาละไปแล้ว จะท่องเที่ยวไปโดยรูปร่างของมนุษย์ เขามาอย่างใด ก็ไปอย่างนั้น ในเพราะเหตุนั้นจะร่ำไห้ไปทำไม (พระเถรีประมาณ ๕๐๐ รูป กล่าวทีละรูปด้วยภาษิตเหล่านี้ว่า)
ท่านได้บรรเทาความโศกถึงบุตรของดิฉันซึ่งถูกความโศกครอบงำ นับว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความโศกที่เห็นได้ยาก ซึ่งเสียบที่หทัยของดิฉันขึ้นแล้วหนอ
วันนี้ ดิฉันช่วยถอนลูกศรคือความโศกขึ้นได้แล้ว หายอยาก ดับสนิทแล้ว ขอถึงพระมุนีพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีคาถาย ฉกฺกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรีคาถา ฉักกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในฉักกนิบาต ๑. ปัญจสตาปฏาจาราเถรีคาถา สุภาษิตระงับโศก พระปฏาจาราเถรีแสดงธรรมด้วยคาถา ความว่า
|๔๕๑.๑๒๗| ๑ ยสฺส มคฺคํ น ชานาสิ อาคตสฺส คตสฺส วา ตํ กุโต อาคตํ ปุตฺตํ มม ปุตฺโตติ โรทสิ ฯ |๔๕๑.๑๒๘| มคฺคญฺจ โขสฺส ชานาสิ อาคตสฺส คตสฺส วา น นํ สมนุโสเจสิ เอวํ ธมฺมา หิ ปาณิโน ฯ |๔๕๑.๑๒๙| อยาจิโต ตโตคจฺฉิ อนนุญฺญาโต อิโต คโต กุโตปิ นูน อาคนฺตฺวา วสิตฺวา กติปาหกํ ฯ อิโตปิ อญฺเญนาคโต ตโต อญฺเญน คจฺฉติ |๔๕๑.๑๓๐| เปโต มนุสฺสรูเปน สํสรนฺโต คมิสฺสติ ยถาคโต ตถา คโต กา ตตฺถ ปริเทวนา ฯ |๔๕๑.๑๓๑| อพฺพุยฺหิ วต เม สลฺลํ ทุทฺทสํ หทยนิสฺสิตํ ยา เม โสกปเรตาย ปุตฺตโสกํ พฺยปานุทิ ฯ |๔๕๑.๑๓๒| สาชฺช อพฺพูฬฺหสลฺลาหํ นิจฺฉาตา ปรินิพฺพุตา พุทฺธํ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ อุเปมิ สรณํ มุนึ ฯ ปญฺจสตา ปฏาจารา ฯ
ท่านไม่รู้ทางของผู้ใดซึ่งมาแล้วหรือไปแล้ว แต่ท่านก็ยังร้องไห้ถึงคนนั้น ซึ่งมาแล้วจากไหนว่า บุตรของเราๆ ถึงท่านจะรู้จักทางของเขาผู้มาแล้ว หรือไปแล้วก็ไม่ควรเศร้าโศกถึงเขาเลย เพราะสัตว์ทั้งหลายมีอย่างนี้เป็น ธรรมดา เมื่อเขามาจากปรโลก ใครๆ ไม่ได้อ้อนวอนเลย เขาก็มาแล้ว เมื่อเขาจะไปจากมนุษยโลก ใครๆ ก็ไม่ได้อนุญาตให้ไป เขามาจากไหน ก็ไม่รู้ พักอยู่ที่นี้ ๒-๓ วันแล้วไปก็ดี มาจากที่นี้สู่ที่อื่น ไปจากที่นั้นสู่ ที่อื่นก็ดี เขาละไปแล้วจักท่องเที่ยวไปโดยรูปมนุษย์ มาอย่างไรก็ไป อย่างนั้น การร่ำไห้ในการไปของสัตว์นั้นจะเป็นประโยชน์อะไร. พระภิกษุณี ๕๐๐ รูปกล่าวว่า ท่านได้ช่วยถอนขึ้นซึ่งลูกศร ที่บุคคลเห็นได้ยาก อันเสียบแทงอยู่ใน หทัยของเราแล้ว เมื่อเราถูกความโศกถึงบุตรครอบงำ ท่านได้บรรเทาเสีย แล้ววันนี้ เรามีลูกศร อันถอนขึ้นแล้ว หมดความหิว ดับรอบแล้ว เขาขอถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์ กับทั้งพระธรรมและภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ.