อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐๑๗

๓. อานนทเถรคาถา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๑๗–๑๐๕๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 37 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. อานนทเถรคาถา ภาษิตของพระอานนทเถระ (พระอานนทเถระ เมื่อสังคายนาพระธรรมได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

ข้อ ๑๐๑๗

บัณฑิตไม่พึงทำความเป็นสหายกับคนพูดส่อเสียด ๑ คนมักโกรธ ๑ คนตระหนี่ ๑ คนชอบใจที่จะให้ผู้อื่นพินาศ ๑ เพราะการสมาคมกับคนชั่วเป็นความเลว ๑

ข้อ ๑๐๑๘

บัณฑิตพึงทำความเป็นสหายกับคนที่มีศรัทธา ๑ มีศีลเป็นที่รัก ๑ มีปัญญา ๑ เป็นพหูสูต ๑ เพราะการสมาคมกับคนดีทั้งหลายเป็นความเจริญ

ข้อ ๑๐๑๙

ขอเชิญดูอัตภาพที่ผ้าและอาภรณ์เป็นต้นทำให้วิจิตร มีกายเป็นแผล มีกระดูก ๓๐๐ ท่อนเป็นโครงร่าง กระสับกระส่าย ที่พวกคนเขลาดำริหวังกันส่วนมาก ซึ่งไม่มีความยั่งยืนตั้งมั่น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๐๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๓. อานนทเถรคาถา

ข้อ ๑๐๒๐

ขอเชิญดูอัตภาพที่สตรีใช้แก้วมณีและต่างหูแต่งให้วิจิตร ซึ่งมีหนังหุ้มกระดูกไว้ภายใน งามพร้อมเสื้อผ้า

ข้อ ๑๐๒๑

เท้าทั้งสองย้อมด้วยครั่งสด หน้าทาด้วยจุรณ ก็สามารถทำคนเขลาให้ลุ่มหลง แต่ไม่สามารถทำคนที่แสวงหาฝั่งคือนิพพานให้ลุ่มหลงได้

ข้อ ๑๐๒๒

ผมที่ตบแต่งให้เป็นลอนดังกระดานหมากรุก ตาทั้งสองที่หยอดด้วยยาหยอดตาก็สามารถทำคนเขลาให้ลุ่มหลง แต่ไม่สามารถทำคนที่แสวงหาฝั่งคือนิพพานให้ลุ่มหลงได้

ข้อ ๑๐๒๓

กายที่มีสภาพเปื่อยเน่าเป็นธรรมดาซึ่งตบแต่งแล้ว เหมือนกล่องยาหยอดตาใหม่ๆ ที่งดงาม ก็สามารถทำคนเขลาให้ลุ่มหลง แต่ไม่สามารถทำคนแสวงหาฝั่งคือนิพพานให้ลุ่มหลงได้

ข้อ ๑๐๒๔

พระอานนทเถระผู้โคตมโคตร เป็นพหูสูต กล่าวธรรมได้อย่างวิจิตร เป็นพุทธอุปัฏฐาก ปลงภาระได้แล้ว พรากจากกิเลสที่ประกอบสัตว์ไว้ พอเอนกายลงนอน

ข้อ ๑๐๒๕

สิ้นอาสวะ พรากจากกิเลสที่ประกอบสัตว์ไว้ ล่วงกิเลสเป็นเครื่องข้อง ดับกิเลสได้สนิท ถึงฝั่งแห่งความเกิดและความตาย ยังทรงร่างกาย ซึ่งมีในภพสุดท้ายอยู่

ข้อ ๑๐๒๖

ธรรมทั้งหลายของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์แห่งดวงอาทิตย์ ตั้งอยู่เฉพาะในบุรุษพิเศษใด บุรุษพิเศษนั้น คือพระอานนทโคตมโคตร ยังดำรงอยู่ในหนทางเป็นที่ดำเนินไปสู่นิพพาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๐๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๓. อานนทเถรคาถา

ข้อ ๑๐๒๗

เราได้เรียนมาจากพระพุทธเจ้า ๘๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ จากภิกษุ ๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ จึงรวมธรรมที่เราช่ำชองคล่องปากได้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

ข้อ ๑๐๒๘

คนที่มีการศึกษาน้อยนี้ย่อมแก่ไปเปล่าเหมือนโคพลิพัท เขาเจริญแต่เนื้อหนัง ส่วนปัญญาหาเจริญไม่

ข้อ ๑๐๒๙

ผู้ที่มีการศึกษามาก กลับดูหมิ่นผู้ที่มีการศึกษาน้อย เพราะการศึกษาเป็นเหตุ ย่อมปรากฏแก่เรา เหมือนคนตาบอดถือดวงประทีปไป

ข้อ ๑๐๓๐

บุคคลพึงเข้าไปนั่งใกล้ท่านผู้เป็นพหูสูต ทั้งไม่ควรทำสุตะ ให้เสื่อมสูญไป เพราะความเป็นพหูสูตนั้นเป็นรากเง่าของพรหมจรรย์ ฉะนั้น จึงควรเป็นผู้ทรงธรรม

ข้อ ๑๐๓๑

บุคคลรู้เบื้องต้นและเบื้องปลายภาษิต รู้อรรถแห่งภาษิต ฉลาดในนิรุตติ และในบท เรียนธรรมให้รู้ให้เข้าใจดีและพิจารณาเนื้อความ

ข้อ ๑๐๓๒

เขาก็ทำความพอใจด้วยความอดทน พยายามพิจารณาไตร่ตรองถึงนามรูปนั้น เริ่มตั้งความเพียรในเวลา(ที่ควรประคองจิตเป็นต้น) จึงจะพึงเป็นผู้มีจิตตั้งมั่นดีในภายในได้

ข้อ ๑๐๓๓

ผู้หวังความรู้แจ้งธรรมพึงคบหาท่านผู้เป็นพหูสูต ทรงธรรม มีปัญญา เป็นพุทธสาวกเช่นนั้น @เชิงอรรถ : @ โคถึกที่มีกำลัง (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๒๘/๔๖๖) @ ความเป็นผู้มีการศึกษามากด้วยการเล่าเรียน (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๓๐/๔๖๗)@ ปฏิสัมภิทาทั้ง ๔ คือในนิรุตติปฏิสัมภิทาและในปฏิสัมภิทา ๓ ที่เหลือ (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๓๑/๔๖๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๐๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๓. อานนทเถรคาถา

ข้อ ๑๐๓๔

บุคคลผู้เป็นพหูสูต ทรงธรรม รักษาคลังธรรมของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้เป็นพหูสูตเช่นนั้นเป็นดวงตาและเป็นปูชนียบุคคล ของชาวโลกทั้งมวล

ข้อ ๑๐๓๕

ภิกษุมีธรรม เป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรม พิจารณาใคร่ครวญถึงธรรม ระลึกถึงธรรมอยู่ ก็ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม

ข้อ ๑๐๓๖

ภิกษุผู้หนักในความตระหนี่กาย เมื่อกายและชีวิตเสื่อมไปอยู่ เธอไม่ขยันหมั่นเพียร ยังติดความสุขทางกาย จะมีความอยู่ผาสุกด้วยความเป็นสมณะได้แต่ที่ไหน

ข้อ ๑๐๓๗

ทิศทุกทิศ ไม่ปรากฏ ธรรมทั้งหลายก็ไม่แจ่มแจ้งแก่เรา เมื่อพระธรรมเสนาบดีซึ่งเป็นกัลยาณมิตร นิพพานเสียแล้ว โลกนี้ทั้งหมดปรากฏเหมือนกับว่ามืดมิด

ข้อ ๑๐๓๘

กัลยาณมิตรเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ผู้ปราศจากสหาย ผู้มีพระศาสดาล่วงลับหมือนกายคตาสติ

ข้อ ๑๐๓๙

มิตรเก่า ก็ล่วงลับไป จิตของเราไม่ยอมสมาคมกับมิตรใหม่ วันนี้เรานั้น ขอเข้าฌานอยู่คนเดียว เหมือนกับนกเข้าอยู่ประจำรังในฤดูฝน (พระศาสดาได้ตรัสกับพระอานนทเถระด้วยพระพุทธภาษิตว่า)

ข้อ ๑๐๔๐

เธออย่าได้ห้ามชนหมู่มากผู้เป็นชาวต่างรัฐต่างถิ่น ที่พากันมาไม่ทันพบเรา ชนเหล่านั้นซึ่งมุ่งฟังธรรม จงเข้าพบเราได้ นี้แหละเป็นเวลาเข้าพบเรา @เชิงอรรถ : @ สมถะและวิปัสสนา (ขุ.เถร.อ. ๑๐๓๕/๔๖๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๐๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] ๓. อานนทเถรคาถา (พระอานนทเถระได้ฟังพุทธดำรัสนั้นแล้ว ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

ข้อ ๑๐๔๑

พระศาสดาผู้มีพระจักษุทรงประทานพระวโรกาส ไม่ทรงห้ามชนหมู่มากซึ่งเป็นชาวต่างรัฐต่างถิ่น ที่พากันมาไม่ทันเข้าเฝ้า

ข้อ ๑๐๔๒

เมื่อเราเป็นเสขบุคคลอยู่ ๒๕ ปี กามสัญญา มิได้เกิดขึ้น ท่านจงมองเห็นธรรมว่าเป็นธรรมดีงาม

ข้อ ๑๐๔๓

เมื่อเราเป็นเสขบุคคลอยู่ ๒๕ ปี โทสสัญญา มิได้เกิดขึ้น ท่านจงมองเห็นธรรมว่าเป็นธรรมดีงาม

ข้อ ๑๐๔๔

เราได้อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคด้วยเมตตากายกรรม ดุจพระฉายาที่ติดตามพระองค์เป็นเวลา ๒๕ ปี

ข้อ ๑๐๔๕

เราได้อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคด้วยเมตตาวจีกรรม ดุจพระฉายาที่ติดตามพระองค์เป็นเวลา ๒๕ ปี

ข้อ ๑๐๔๖

เราได้อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคด้วยเมตตามโนกรรม ดุจพระฉายาที่ติดตามพระองค์เป็นเวลา ๒๕ ปี

ข้อ ๑๐๔๗

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จจงกรม เราได้จงกรมตามเบื้องพระปฤษฎางค์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงแสดงธรรมอยู่ ญาณได้เกิดขึ้นแก่เรา

ข้อ ๑๐๔๘

เรายังเป็นเสขะมีกิจที่ต้องทำ ยังไม่ได้บรรลุอรหัต แต่พระศาสดาผู้ทรงอนุเคราะห์เรา ปรากฏว่าปรินิพพานเสียแล้ว

ข้อ ๑๐๔๙

เวลานั้น(เรา)ได้มีความสะพรึงกลัว และขนพองสยองเกล้า ในเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประกอบด้วยพระคุณอย่างประเสริฐ โดยอาการทั้งปวง เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว @เชิงอรรถ : @ ความกำหนดหมายในความใคร่ @ ความกำหนดหมายในความโกรธ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๑๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๗. ติงสนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต (พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลายเมื่อจะสรรเสริญพระอานนทเถระ จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

ข้อ ๑๐๕๐

พระอานนทเถระ เป็นพหูสูต ทรงธรรม รักษาคลังธรรมของพระพุทธเจ้าผู้แสวงคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นดวงตาของชาวโลกทั้งมวล ปรินิพพานเสียแล้ว

ข้อ ๑๐๕๑

พระอานนทเถระเป็นพหูสูต ทรงธรรม รักษาคลังธรรมของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นดวงตาของชาวโลกทั้งมวล กำจัดความมืดในโลกที่มืดมนได้

ข้อ ๑๐๕๒

พระอานนทเถระ มีคติ มีสติ มีธิติ แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ และทรงพระสัทธรรมไว้ ได้เป็นบ่อเกิดรัตนะ (พระอานนทเถระก่อนจะปรินิพพาน ได้กล่าวภาษิตสุดท้ายว่า)

ข้อ ๑๐๕๓

เราได้ปรนนิบัติพระศาสดา ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ปลงภาระที่หนักเสียได้ บัดนี้ไม่มีการเกิดอีก ติงสนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. พระปุสสเถระ ๒. พระสารีบุตรเถระ ๓. พระอานนทเถระ ในติงสนิบาตนี้ มีพระเถระที่ระบุไว้ ๓ รูป และมี ๑๐๕ ภาษิต ฉะนี้แล @เชิงอรรถ : @ ญาณคือความหยั่งรู้ (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๕๒/๔๗๑) @ ปัญญาเครื่องทรงจำ (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๕๒/๔๗๑) @ พระสัทธรรม (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๕๒/๔๗๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๑๑}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. อานันทเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระอานันทเถระ

ข้อ ๓๙๗

|๓๙๗.๑๐๑๗| ๓ ปิสุเณน จ โกธเนน มจฺฉรินา จ วิภูตินนฺทินา สขิตํ น กเรยฺย ปณฺฑิโต ปาโป กาปุริเสน สงฺคโม ฯ |๓๙๗.๑๐๑๘| สทฺเธน จ เปสเลน จ ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฺฑิโต ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม ฯ |๓๙๗.๑๐๑๙| ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพํ อรุกายํ สมุสฺสิตํ อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ ยสฺส นตฺถิ ธุวํ ฐิติ ฯ |๓๙๗.๑๐๒๐| พหุสฺสุโต จิตฺตกถี พุทฺธสฺส ปริจารโก ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต เสยฺยํ กปฺเปติ โคตโม ฯ |๓๙๗.๑๐๒๑| ขีณาสโว วิสญฺญุตฺโต สงฺคาตีโต สุนิพฺพุโต ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ ชาติมรณปารคู ฯ |๓๙๗.๑๐๒๒| ยสฺมึ ปติฏฺฐิตา ธมฺมา พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน นิพฺพานคมเน มคฺเค โสยํ ติฏฺฐติ โคตโม ฯ |๓๙๗.๑๐๒๓| ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหิ เทฺวสหสฺสานิ ภิกฺขุโต จตุราสีติสหสฺสานิ เย เม ธมฺมา ปวตฺติโน ฯ |๓๙๗.๑๐๒๔| อปฺปสฺสุโตยํ ปุริโส พลิวทฺโทว ชีรติ มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ ฯ |๓๙๗.๑๐๒๕| พหุสฺสุโต อปฺปสุตํ โย สุเตนาติมญฺญติ อนฺโธ ปทีปธาโรว ตเถว ปฏิภาติ มํ ฯ |๓๙๗.๑๐๒๖| พหุสฺสุตํ อุปาเสยฺย สุตญฺจ น วินาสเย ตํ มูลํ พฺรหฺมจริยสฺส ตสฺมา ธมฺมธโร สิยา ฯ |๓๙๗.๑๐๒๗| ปุพฺพาปรญฺญู อตฺถญฺญู นิรุตฺติปทโกวิโท สุคฺคหีตญฺจ คณฺหาติ อตฺถญฺโจปปริกฺขติ ฯ |๓๙๗.๑๐๒๘| ขนฺตฺยา ฉนฺทิกโต โหติ อุสฺสหิตฺวา ตุเลติ ตํ สมเย โส ปทหติ อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต ฯ |๓๙๗.๑๐๒๙| พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ สปฺปญฺญํ พุทฺธสาวกํ ธมฺมวิญฺญาณมากงฺขํ ตํ ภเชถ ตถาวิธํ ฯ |๓๙๗.๑๐๓๐| พหุสฺสุโต ธมฺมธโร โกสารกฺโข มเหสิโน จกฺขุ สพฺพสฺส โลกสฺส ปูชเนยฺโย พหุสฺสุโต ฯ |๓๙๗.๑๐๓๑| ธมฺมาราโม ธมฺมรโต ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ ธมฺมํ อนุสฺสรํ ภิกฺขุ สทฺธมฺมา น ปริหายติ ฯ |๓๙๗.๑๐๓๒| กายมจฺเฉรครุโน หิยฺยมาเน อนุฏฺฐเห สรีรสุขคิทฺธสฺส กุโต สมณผาสุตา ฯ |๓๙๗.๑๐๓๓| น ปกฺขนฺติ ทิสา สพฺพา ธมฺมา น ปฏิภนฺติ มํ ฯ คเต กลฺยาณมิตฺตมฺหิ อนฺธการํว ขายติ ฯ |๓๙๗.๑๐๓๔| อพฺภตีตสหายสฺส อตีตคตสตฺถุโน นตฺถิ เอตาทิสํ มิตฺตํ ยถา กายคตา สติ ฯ |๓๙๗.๑๐๓๕| เย ปุราณา อตีตา เต นเวหิ น สเมติ เม สฺวชฺช เอโกว ฌายามิ วสฺสุเปโตว ปกฺขิมา ฯ |๓๙๗.๑๐๓๖| ทสฺสนาย อติกฺกนฺเต นานาเวรชฺชเก พหู มา วารยิตฺถ โสตาโร ปสฺสนฺตุ สมโย มมํ ฯ |๓๙๗.๑๐๓๗| ทสฺสนาย อติกฺกนฺเต นานาเวรชฺชเก ปุถู กโรติ สตฺถา โอกาสํ น นิวาเรติ จกฺขุมา ฯ |๓๙๗.๑๐๓๘| ปณฺณวีสติ วสฺสานิ เสขภูตสฺส เม สโต น กามสญฺญา อุปฺปชฺชิ ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ ฯ |๓๙๗.๑๐๓๙| ปณฺณวีสติ วสฺสานิ เสขภูตสฺส เม สโต น โทสสญฺญา อุปฺปชฺชิ ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ ฯ |๓๙๗.๑๐๔๐| ปณฺณวีสติ วสฺสานิ ภควนฺตํ อุปฏฺฐหึ เมตฺเตน กายกมฺเมน ฉายาว อนุปายินี ฯ |๓๙๗.๑๐๔๑| ปณฺณวีสติ วสฺสานิ ภควนฺตํ อุปฏฺฐหึ เมตฺเตน วจีกมฺเมน ฉายาว อนุปายินี ฯ |๓๙๗.๑๐๔๒| ปณฺณวีสติ วสฺสานิ ภควนฺตํ อุปฏฺฐหึ เมตฺเตน มโนกมฺเมน ฉายาว อนุปายินี ฯ |๓๙๗.๑๐๔๓| พุทฺธสฺส จงฺกมนฺตสฺส ปิฏฺฐิโต อนุจงฺกมึ ธมฺเม เทสิยมานมฺหิ ญาณํ เม อุทปชฺชถ ฯ |๓๙๗.๑๐๔๔| อหํ สกรณีโยมฺหิ เสโข อปฺปตฺตมานโส สตฺถุ จ ปรินิพฺพานํ โย อมฺหํ อนุกมฺปโก ฯ |๓๙๗.๑๐๔๕| ตทาสิ ยํ ภึสนกํ ตทาสิ โลมหํสนํ สพฺพาการวรูเปเต สมฺพุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฯ |๓๙๗.๑๐๔๖| พหุสฺสุโต ธมฺมธโร โกสารกฺโข มเหสิโน จกฺขุ สพฺพสฺส โลกสฺส อานนฺโท ปรินิพฺพุโต ฯ |๓๙๗.๑๐๔๗| พหุสฺสุโต ธมฺมธโร โกสารกฺโข มเหสิโน จกฺขุ สพฺพสฺส โลกสฺส อนฺธกาเร ตโมนุโท ฯ |๓๙๗.๑๐๔๘| คติมนฺโต สตีมนฺโต ธิติมนฺโต จ โย อิสิ สทฺธมฺมาธารโก เถโร อานนฺโท รตนากโร ฯ ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา ฯเปฯ ภวเนตฺติ สมูหตาติ ฯ อานนฺโท เถโร ฯ อุทฺทานํ ปุสฺโส อุปติสฺโส อานนฺโท ตโยติเม ปกิตฺติตา คาถาโย ตตฺถ สงฺขาตา สตํ ปญฺจ จ อุตฺตรีติ ฯ ตึสนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ---------------

บัณฑิต ไม่ควรทำตนให้เป็นมิตรสหายกับคนที่ชอบส่อเสียด มักโกรธ ตระหนี่ และผู้ปรารถนาให้ผู้อื่นพินาศ เพราะการสมาคมกับคนชั่ว เป็นความลามก แต่บัณฑิตควรทำตนให้เป็นมิตรสหายกับคนผู้มีศรัทธา มีศีลน่ารัก มีปัญญา และเป็นคนได้สดับเล่าเรียนมามาก เพราะการ สมาคมกับคนดี ย่อมมีแต่ความเจริญอย่างเดียว เชิญดูร่างกายอันมี กระดูก ๓๐๐ ท่อน ซึ่งมีเอ็นใหญ่น้อยผูกขึ้นเป็นโครงตั้งไว้ อันบุญกรรม ตบแต่งให้วิจิตร มีแผลทั่วทุกแห่ง กระสับกระส่าย คนโง่เขลาพากัน ดำริเป็นอันมาก ไม่มีความยั่งยืนตั้งมั่น พระอานนทเถระผู้โคตมโคตร เป็นผู้ได้สดับมามาก มีถ้อยคำไพเราะ เป็นผู้อุปฐากพระพุทธเจ้า ปลงภาระลงแล้ว บรรลุอรหัต สำเร็จการนอน พระอานนทเถระสิ้นอาสวะ แล้ว ปราศจากกิเลสเครื่องเกาะเกี่ยวแล้ว ล่วงธรรมเป็นเครื่องข้อง แล้ว ดับสนิท ถึงฝั่งแห่งชาติและชรา ทรงไว้แต่ร่างกายอันมีในที่สุด ธรรมทั้งหลายของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ ตั้งอยู่แล้ว ในบุคคลใด บุคคลนั้น คือ พระอานนทเถระผู้โคตมะ ชื่อว่าย่อมตั้งอยู่ ในมรรคเป็นทางไปสู่นิพพาน พระอานนทเถระได้เรียนธรรมจาก พระพุทธเจ้ามา ๘๒,๐๐๐ ธรรมขันธ์ ได้เรียนมาจากสำนักภิกษุมีพระธรรม เสนาบดีเป็นต้น ๒,๐๐๐ ธรรมขันธ์ จึงรวมเป็นที่คล่องปากขึ้นใจ ๘๔,๐๐๐ ธรรมขันธ์ คนที่เป็นชายมีการศึกษาเล่าเรียนมาน้อย ย่อม แก่เปล่า เหมือนกับโคที่มีกำลังแต่เขาไม่ได้ใช้งาน ฉะนั้น เนื้อย่อม เจริญแก่เขา ปัญญาไม่เจริญแก่เขา ผู้ใดเล่าเรียนมามาก ดูหมิ่นผู้ที่ ศึกษาเล่าเรียนมาน้อยด้วยการสดับ แต่เขาไม่ได้ปฏิบัติตามที่เล่าเรียนมา ย่อมปรากฏแก่เรา เหมือนคนตาบอดถือดวงไฟไป ฉะนั้น บุคคลควร เข้าไปนั่งใกล้ผู้ที่ศึกษามามาก แต่ไม่ควรทำสุตะที่ตนได้มาให้พินาศ เพราะสุตะที่ตนได้มานั้น เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น จึงควรเป็นผู้ทรงธรรม บุคคลผู้รู้อักษรทั้งเบื้องต้นและเบื้องปลาย รู้อรรถ แห่งภาษิต ฉลาดในนิรุติและบท ย่อมเล่าเรียนธรรมให้เป็นการเล่าเรียนดี และพิจารณาเนื้อความ เป็นผู้กระทำความพอใจ ด้วยความอดทน พยายามพิจารณา ตั้งความเพียรในเวลาพยายาม มีจิตตั้งมั่นด้วยดี ในภายใน บุคคลควรคบหาท่านผู้เป็นพหูสูต ทรงธรรม มีปัญญา เป็น สาวกของพระพุทธเจ้า หวังการรู้แจ้งธรรมเช่นนั้นเถิด บุคคลผู้เป็น พหูสูต ทรงธรรม เป็นผู้รักษาคลังพระธรรมแห่งพระพุทธเจ้า ผู้ทรง แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นดวงตาของโลกทั่วไป ผู้ที่เป็นพหูสูตนั้น เป็นผู้อันมหาชนควรบูชา ภิกษุมีธรรมเป็นที่ยินดี ยินดีแล้วในธรรม ค้นคว้าธรรม ระลึกถึงธรรม ย่อมไม่เสื่อมไปจากสัทธรรม เมื่อกายและ ชีวิตของตนเสื่อมไป ภิกษุผู้หนักในความตระหนี่กาย ติดอยู่ด้วยความ สุขทางร่างกาย ไม่ขวนขวายบำเพ็ญเพียร ความผาสุกทางสมณะจักมี แต่ที่ไหน ทิศทั้งหมดไม่ปรากฏ ธรรมทั้งหลายไม่แจ่มแจ้งแก่ข้าพเจ้า ในเมื่อท่านธรรมเสนาบดีผู้เป็นกัลยาณมิตร นิพพานแล้ว โลกทั้งหมด นี้ปรากฏเหมือนความมืดมน กายคตาสติย่อมนำมาซึ่งประโยชน์โดย ส่วนเดียว ฉันใด กัลยาณมิตรเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ภิกษุผู้มีสหาย ล่วงลับไปแล้ว มีพระศาสดานิพพานไปแล้ว ฉันนั้น มิตรเก่าพากัน ล่วงลับไปแล้ว จิตของเราไม่สมาคมด้วยมิตรใหม่ วันนี้เราจะเพ่งฌาน อยู่ผู้เดียว เหมือนกับนกที่อยู่ในรังในฤดูฝน ฉะนั้น. พระผู้มีพระภาคตรัสกะพระอานนท์ด้วยพระคาถา ๑ พระคาถา ความว่า เธออย่าห้ามประชาชนเป็นอันมาก ที่พากันมาแต่ต่างประเทศ ในเมื่อ ล่วงเวลาเทศนาเลย เพราะประชุมชนเหล่านั้นเป็นผู้มุ่งจะฟังธรรม จงเข้ามาหาเราได้ เวลานี้เป็นเวลาที่จะเห็นเรา. พระอานนทเถระจึงกล่าวเป็นคาถาต่อไปว่า พระศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงประทานโอกาสให้ประชุมชนที่พากันมาแต่ ต่างประเทศ ในเมื่อล่วงเวลาเทศนา ไม่ทรงห้าม เมื่อเรายังเป็นพระเสข- บุคคลอยู่ ๒๕ ปี กามสัญญาไม่เกิดขึ้นเลย เชิญดูความที่ธรรมเป็นธรรมดี เมื่อเรายังเป็นพระเสขบุคคลอยู่ ๒๕ ปี โทสสัญญาไม่เกิดขึ้นเลย เชิญดู ความที่ธรรมเป็นธรรมดี เราได้อุปฐากพระผู้มีพระภาคด้วยเมตตากายกรรม เหมือนพระฉายาติดตามพระองค์อยู่ ๒๕ ปี เราอุปฐากพระผู้มีพระภาค ด้วยเมตตาวจีกรรม เหมือนพระฉายาติดตามพระองค์อยู่ ๒๕ ปี เรา อุปฐากพระผู้มีพระภาคด้วยเมตตามโนกรรม เหมือนพระฉายาติดตาม พระองค์อยู่ ๒๕ ปี เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดำเนินไป เราก็ได้เดินตาม ไปเบื้องพระปฤษฎางค์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงแสดงธรรมอยู่ ฌานเกิดขึ้นแก่เรา เราเป็นผู้มีกิจที่จะต้องทำ ยังเป็นพระเสขะ ยังไม่ บรรลุอรหัต พระศาสดาพระองค์ใดเป็นผู้ทรงอนุเคราะห์เรา พระศาสดา พระองค์นั้น ได้เสด็จปรินิพพานไปเสียก่อนแล้ว เมื่อพระสัมมา สัมพุทธเจ้าผู้ถือความเป็นผู้ประเสริฐโดยอาการทั้งปวง เสด็จปรินิพพาน แล้ว ครั้งนั้น ได้เกิดมีความหวาดเสียวและได้เกิดขนพองสยองเกล้า. พระสังคีติกาจารย์เมื่อจะสรรเสริญพระอานนทเถระ ได้รจนาคาถา ๓ คาถา ความว่า พระอานนทเถระเป็นพหูสูต ทรงธรรม เป็นผู้รักษาคลังพระธรรมของ พระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสวงหาพระคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นดวงตาของโลก ทั่วไป ปรินิพพานไปเสียแล้ว พระอานนทเถระเป็นพหูสูต ทรงธรรม เป็นผู้รักษาคลังพระธรรม ของพระพุทธเจ้าผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นดวงตาของชาวโลกทั่วไป เป็นผู้กำจัดความมืดมนที่เป็นเหตุทำให้ ดังคนตาบอดได้แล้ว พระอานนทเถระเป็นผู้มีคติ มีสติและฐิติ เป็นผู้ แสวงคุณ เป็นผู้ทรงจำพระสัทธรรมไว้ได้ เป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะ. พระอานนทเถระ ก่อนแต่นิพพานได้กล่าวคาถา ความว่า เรามีความคุ้นเคยกับพระศาสดา เราทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสด็จ แล้ว ปลงภาระหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพได้แล้ว. ----------------------------------------------------- พระเถระ ๓ รูปนี้ คือ พระปุสสเถระ ๑ พระสารีบุตรเถระ ๑ พระอานนทเถระ ๑ท่านนิพนธ์คาถาไว้ในติงสนิบาตนั้น รวม ๑๐๕ คาถา ฉะนั้นแล. จบ ติงสนิบาต -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/