อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๐๘

๑๐. อุจฉุวิมาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๐๘–๘๑๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 11 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๑๐. อุจฉุวิมาน ๑๐. อุจฉุวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายท่อนอ้อย (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

ข้อ ๘๐๘

เธอมีสิริ มีรัศมีกาย มีบริวารยศและมีเดช เปล่งรัศมีส่องทั่วแผ่นดินพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสว รุ่งเรืองดังพระจันทร์และพระอาทิตย์ และดังท้าวมหาพรหม เปล่งรัศมีงามล้ำกว่าทวยเทพชาวไตรทศ พร้อมทั้งพระอินทร์

ข้อ ๘๐๙

อาตมาขอถามเธอ เทพธิดาผู้เลอโฉม ประดับมาลัยดอกอุบล มีมาลัยแก้วประดับเทริด มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับประดาอาภรณ์อย่างสวยงาม ทรงพัสตราภรณ์ชั้นเลิศ เธอเป็นใครมาไหว้อาตมา

ข้อ ๘๑๐

ชาติก่อนเธอเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำกรรมอะไรมาก่อน ได้สั่งสมทานไว้ดี หรือว่ารักษาศีลไว้ดี เกิดในสวรรค์ มีบริวารยศ เพราะกรรมอะไร เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดานั้นตอบว่า)

ข้อ ๘๑๑

พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อไม่นานมานี้ พระเถระรูปหนึ่ง เข้ามาบิณฑบาตยังเรือนของดิฉันในหมู่บ้านนี้แหละ จากนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่ท่าน

ข้อ ๘๑๒

แต่ต่อมาภายหลัง แม่ผัวซักถามดิฉันว่า แม่ตัวดี แกเอาอ้อยไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะ ดิฉันจึงตอบว่า ไม่ได้ทิ้งและก็ไม่ได้กิน แต่ดิฉันได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบระงับไปแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๙๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๑๐.อุจฉุวิมาน

ข้อ ๘๑๓

ทันใดนั้น แม่ผัวนั้นได้ด่าดิฉันว่า นี่แกหรือฉันเป็นใหญ่กันแน่ ว่าแล้วก็คว้าก้อนดินทุ่มดิฉัน ดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นแล้วก็มาเกิดเป็นเทพธิดา

ข้อ ๘๑๔

ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ ได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ

ข้อ ๘๑๕

ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณ ๕

ข้อ ๘๑๖

ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยให้ผลมาก ดิฉันจึงได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ

ข้อ ๘๑๗

ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยมีอานุภาพมาก ดิฉันจึงมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา ดังท้าวสหัสสนัยน์ในนันทวัน

ข้อ ๘๑๘

พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเข้าไปหาพระคุณเจ้า ผู้อนุเคราะห์ซึ่งมีปัญญาแล้ว กราบไหว้และถามถึงความไม่มีโรค จากนั้นก็มีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า อุจฉุวิมานที่ ๑๐ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๙๔}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. อุจฉุวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุจฉุวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า

ข้อ ๔๘

|๔๘.๕๗๖| ๑๐ โอภาสยิตฺวา ปฐวึ สเทวกํ อติโรจสิ จนฺทิมสุริยา วิย สิริยา จ วณฺเณน ยเสน เตชสา พฺรหฺมาว เทเว ติทเส สหินฺทเก |๔๘.๕๗๗| ปุจฺฉามิ ตํ อุปฺปลมาลธาริเน อาเวฬิเน กญฺจนสนฺนิภตฺตเจ อลงฺกเต อุตฺตมวตฺถธาริเน กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ |๔๘.๕๗๘| ทานํ สุจิณฺณํ อถ สีลสญฺญโม เกนูปปนฺนา สุคตึ ยสสฺสินี เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ |๔๘.๕๗๙| อิทานิ ภนฺเต อิมเมว คามํ ปิณฺฑาย อมฺหาก ฆรํ อุปาคมิ ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสึ ขณฺฑิกํ ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยา |๔๘.๕๘๐| สสฺสุ จ ปจฺฉา อนุยุญฺชเต มมํ กหํ นุ อุจฺฉุํ วธุ เต อวากริ น ฉฑฺฑิตํ น ปน ขาทิตํ มยา สนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส สยํ อทาสิหํ |๔๘.๕๘๑| ตุยฺหญฺจิทํ อิสฺสริยํ อโถ มม อิติสฺส สสฺสุ ปริภาสเต มมํ เลฑฺฑุํ คเหตฺวา ปหารํ อทาสิ เม ตโต จุตา กาลกตมฺหิ เทวตา |๔๘.๕๘๒| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๔๘.๕๘๓| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา สมปฺปิตา กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๔๘.๕๘๔| เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ มหาวิปากา มม อุจฺฉุทกฺขิณา เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๔๘.๕๘๕| เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ มหาชุติกา มม อุจฺฉุทกฺขิณา เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา สหสฺสเนตฺโตริว นนฺทเน วเน |๔๘.๕๘๖| ตุวญฺจ ภนฺเต อนุกมฺปกํ วิทุํ อุเปจฺจ วนฺทึ กุสลญฺจ ปุจฺฉิมํ ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสิ ขณฺฑิกํ ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยาติ ฯ อุจฺฉุวิมานํ ทสมํ ฯ

ท่านมีศิริ วรรณะ ยศ และเดช มีรัศมีส่องสว่างไปทั่วพื้นปฐพี ตลอด ถึงเทวโลก งามไพโรจน์ ดังพระจันทร์และพระอาทิตย์และเหมือนท้าว มหาพรหม รวมทั้งสมเด็จอัมรินทราธิราช ผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพชั้น ดาวดึงส์ อาตมาขอถามท่าน ดูกรนางเทพธิดาผู้งามทั่วสรรพรางค์ ทัด ทรงพวงมาลัยอุบล มีช้องผมอันล้วนแล้วด้วยทอง มีผิวพรรณงดงาม เปล่งปลั่งทอง ตกแต่งประดับประดาด้วยภูษาอันเป็นทิพย์ ท่านเป็นใคร ไหว้เราอยู่ ดูกรท่านผู้เรืองยศ ท่านได้บริจาคทาน หรือสำรวมในศีล อย่างไร จึงได้เข้าถึงสุคติ ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้วขอท่าน โปรดบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ (เมื่อดิฉันอยู่ในมนุษยโลก) พระคุณเจ้าเข้าไป บิณฑบาตตามบ้านจนถึงเรือนของดิฉัน ขณะนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เต็มตื้น ด้วยปีติหาประมาณมิได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า แต่ภายหลัง แม่ผัวมาซักถามดิฉันว่า นางใจร้าย เจ้าเอาอ้อยไปไว้ที่ไหน ดิฉันตอบ ว่า ฉันไม่ได้เอาไปทิ้งและไม่ได้รับประทาน ได้ถวายแก่ภิกษุผู้มีความ สงบด้วยตนเอง แม่ผัวได้บริภาษดิฉันว่า อ้อยนี้เป็นของข้าและข้าก็เป็น เจ้าของ ฉะนี้แล้ว คว้าได้ก้อนดินขว้างดิฉัน (จนตาย) เมื่อดิฉันตาย จากมนุษยโลกนั้นแล้ว มาบังเกิดเป็นเทพธิดา เพราะเหตุที่ดิฉันทำกุศล กรรมนั้นไว้ ดิฉันจึงได้มาเสวยความสุขด้วยตนเอง ได้ร่วมบำรุงบำเรอ อยู่กับเทวดาทั้งหลาย และร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณอันเป็น ทิพย์ เพราะเหตุที่ดิฉันได้กระทำกุศลกรรมนั้น ดิฉันจึงมาเสวยสุขด้วย ตนเอง อันท้าวเทวราชจอมเทพทรงคุ้มครอง อันเทวดาชาวไตรทศรักษา เพียบพร้อมด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ โอ ผลแห่งบุญนี้มิใช่นิด หน่อย การถวายอ้อยของดิฉันมีวิบากมากมาย ดิฉันได้ร่วมบำรุงบำเรอ อยู่กับเทวดาทั้งหลาย ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายอ้อยของดิฉัน มีผลอันรุ่งโรจน์มาก ดิฉันอยู่ในความคุ้มครองรักษาของท้าวเทวราช และชาวไตรทศทั้งหลาย ดังหนึ่งท้าวสหัสนัยน์ในสวนนันทวัน ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันระลึกถึง พระคุณเจ้าผู้มีพระคุณอนุเคราะห์ดิฉัน จึงเข้ามาสู่ที่ใกล้ถวายนมัสการ ถามถึงสุขทุกข์ ดิฉันมีจิตเลื่อมใสเต็มตื้นด้วยปีติเป็นล้นพ้น ได้ถวาย ท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้าครั้งเป็นมนุษย์. จบ อุจฉุวิมานที่ ๑๐

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/