๔. สุชาตาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สุชาตาเถรีคาถา ภาษิตของพระสุชาดาเถรี (พระสุชาดาเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ ด้วยการเปล่งอุทานว่า)
เราแต่งตัว นุ่งห่มผ้าอย่างดี สวมมาลัย ลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์ ประดับด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง มีหมู่สาวใช้แวดล้อม
ใช้หมู่สาวใช้ให้ถือข้าว น้ำ ของเคี้ยว และของบริโภคมิใช่น้อย นำออกจากเรือนไปยังอุทยาน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๕. อโนปมาเถรีคาถา
รื่นรมย์สนุกสนานในอุทยานนั้นแล้ว ขณะเดินกลับเรือนตน แวะเข้าไปในป่าอัญชันใกล้เมืองสาเกตเพื่อชมวิหาร
ได้พบพระพุทธเจ้าผู้เป็นแสงสว่างของโลกแล้วเข้าไปเฝ้า ถวายอภิวาทพระองค์ผู้มีพระจักษุ ได้ทรงพระกรุณาแสดงธรรมโปรดเรา
และเราได้ฟังธรรมเทศนาของพระองค์ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ก็ได้รู้แจ้งชัดสัจจะ ได้สัมผัสธรรมคืออมตบท ซึ่งปราศจากกิเลสดุจธุลีในที่นั้นนั่นเอง
ต่อแต่นั้น ได้รู้แจ้งพระสัทธรรม แล้วบวชเป็นบรรพชิต ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่เปล่าจากประโยชน์เลย
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๔. สุชาตาเถรีคาถา สุภาษิต ชี้ผลการฟังธรรม
|๔๕๔.๑๔๕| ๔ อลงฺกตา สุวสนา มาลินี จนฺทโนกฺขิตา สพฺพาภรณสญฺฉนฺนา ทาสีคณปุรกฺขตา ฯ |๔๕๔.๑๔๖| อนฺนํ ปานํ จ อาทาย ขชฺชํ โภชฺชํ อนปฺปกํ เคหโต นิกฺขมิตฺวาน อุยฺยานมภิหารยึ ฯ |๔๕๔.๑๔๗| ตตฺถ รมิตฺวา กีฬิตฺวา อาคจฺฉนฺตี สกํ ฆรํ วิหารํ ทกฺขึ ปาวิสึ สาเกเต อญฺชนํ วนํ ฯ |๔๕๔.๑๔๘| ทิสฺวาน โลกปชฺโชตํ วนฺทิตฺวาน อุปาวิสึ โส เม ธมฺมมเทเสสิ อนุกมฺปาย จกฺขุมา ฯ |๔๕๔.๑๔๙| สุตฺวา จ โข มเหสิสฺส สจฺจํ สมฺปฏิวิชฺฌหํ ตตฺเถว วิรชํ ธมฺมํ ผุสยึ อมตํ ปทํ ฯ |๔๕๔.๑๕๐| ตโต วิญฺญาตสทฺธมฺมา ปพฺพชึ อนคาริยํ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา อโมฆํ พุทฺธสาสนํ ฯ สุชาตา ฯ
เมื่อเราเป็นฆราวาส ได้ตกแต่งร่างกาย นุ่งห่มผ้าอันงาม ทัดทรงดอกไม้ ลูบไล้ด้วยจุรณจันทน์ ปกคลุมด้วยอาภรณ์ทั้งปวง ห้อมล้อมด้วยหมู่นาง ทาสี ให้หมู่นางทาสีถือเอาข้าวน้ำ ของเคี้ยว ของบริโภคไม่น้อย ออกจากเรือนไปสู่อุทยาน รื่นรมย์ชมเชยเล่นอยู่ในสวนนั้นแล้ว มาสู่ เรือนของตน เข้าสู่ทักขีวิหาร ในป่าอัญชนวันใกล้เมืองสาเกต ได้พบ พระพุทธเจ้าผู้เป็นแสงสว่างของโลกแล้ว เข้าไปถวายบังคม พระองค์ ผู้มีพระจักษุได้ทรงแสดงธรรมแก่เราด้วยความทรงอนุเคราะห์ และเรา ได้ฟังพระธรรมของพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ได้ตรัสรู้ของ จริง ได้บรรลุอมตธรรมอันปราศจากธุลีในที่นั้นนั่นเอง เราได้รู้แจ้ง พระสัทธรรมแล้ว ได้บรรพชาในพระธรรมวินัย ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่เปล่าจากประโยชน์.