๔. กุลลเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. กุลลเถรคาถา ภาษิตของพระกุลลเถระ (พระกุลลเถระได้กล่าว ๖ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
กุลลภิกษุ ไปป่าช้าผีดิบ ได้เห็นซากศพหญิงที่ถูกทอดทิ้งไว้ในป่าช้า ทั้งถูกหมู่หนอนบ่อนกัดกิน
กุลละเอ๋ย เจ้าจงพิจารณาดูร่างกายที่กระสับกระส่าย ไม่สะอาด เปื่อยเน่า หลั่งของไม่สะอาดเข้าออก ที่พวกคนเขลาชื่นชมกันนัก
เราใช้แว่นคือพระธรรมส่องดูร่างกายนี้ ซึ่งว่างเปล่าทั้งภายในและภายนอก เพื่อบรรลุญาณทัสสนะ
ร่างกายของเรานี้ กับซากศพนั้น ก็เหมือนกัน ซากศพนั่นกับร่างกายของเรานี้ ก็เหมือนกัน ร่างกายนี้ ท่อนล่าง ท่อนบน ก็เหมือนกัน ท่อนบน ท่อนล่างก็เหมือนกัน @เชิงอรรถ : @ ปัญญาหยั่งรู้ด้วยการเห็นธรรม คือ บรรลุธรรมจักษุกล่าวคือมรรคญาณ (ขุ.เถร.อ. ๒/๓๙๕/๑๐๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๐๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา
ร่างกายกลางวัน กลางคืน ก็เหมือนกัน กลางคืน กลางวัน ก็เหมือนกัน ในกาลก่อนกับภายหลัง ก็เหมือนกัน ภายหลัง กับกาลก่อนก็เหมือนกัน
อิสรชนผู้เพียบพร้อมด้วยกามสุข ที่เขาบำเรอด้วยดนตรีเครื่องห้า ย่อมไม่ยินดีเช่นนั้น เหมือนกับเราผู้มีจิตแน่วแน่ พิจารณาเห็นธรรมแจ่มแจ้งโดยชอบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๔. กุลลเถรคาถา สุภาษิตแสดงการพิจารณาสังขาร
|๓๕๐.๓๙๓| ๔ กุลฺโล สีวถิกํ คนฺตฺวา อทฺทสํ อิตฺถิมุชฺฌิตํ อปวิทฺธํ สุสานสฺมึ ขชฺชนฺตึ กิมิหี ผุฏํ ฯ |๓๕๐.๓๙๔| อาตุรํ อสุจึ ปูตึ ปสฺส กุลฺล สมุสฺสยํ อุคฺฆรนฺตํ ปคฺฆรนฺตํ พาลานํ อภินนฺทิตํ ฯ |๓๕๐.๓๙๕| ธมฺมาทาสํ คเหตฺวาน ญาณทสฺสนปตฺติยา ปจฺจเวกฺขึ อิมํ กายํ ตุจฺฉํ สนฺตรพาหิรํ ฯ |๓๕๐.๓๙๖| ยถา อิทํ ตถา เอตํ ยถา เอตํ ตถา อิทํ ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ ฯ |๓๕๐.๓๙๗| ยถา ทิวา ตถา รตฺติ ยถา รตฺติ ตถา ทิวา ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร ฯ |๓๕๐.๓๙๘| ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน น รติ โหติ ตาทิสี ยถา เอกคฺคจิตฺตสฺส สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโตติ ฯ กุลฺโล เถโร ฯ
เราผู้ชื่อว่ากุลละ ไปที่ป่าช้าผีดิบ ได้เห็นซากศพหญิงคนหนึ่ง เขาทิ้งไว้ ในป่าช้า มีหมู่หนอนฟอนกัดอยู่ ดูกรกุลลภิกษุ ท่านจงดูร่างกายอัน กระสับกระส่าย ไม่สะอาด เป็นของเปื่อยเน่า มีของโสโครกไหลเข้า ไหลออกอยู่ อันหมู่คนพาลพากันชื่นชมนัก เราได้ถือเอาแว่นธรรมแล้ว ส่องดูร่างกายอันไร้ประโยชน์ ทั้งภายในและภายนอกนี้ สรีระเรานี้ ฉันใด ซากศพนั้นก็ฉันนั้น ซากศพนั้นฉันใด สรีระเรานี้ก็ฉันนั้น ร่างกายเบื้องต่ำฉันใด ร่างกายเบื้องบนก็ฉันนั้น ร่างกายเบื้องบนฉันใด ร่างกายเบื้องต่ำก็ฉันนั้น กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืน ฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เมื่อก่อนฉันใด ภายหลังก็ฉันนั้น ภายหลัง ฉันใด เมื่อก่อนก็ฉันนั้น ความยินดีด้วยดนตรีเครื่อง ๕ เช่นนั้น ย่อม ไม่มีแก่เราผู้มีจิตแน่วแน่ พิจารณาเห็นธรรมแจ่มแจ้งโดยชอบ.