๗. มิคลุททกเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. มิคลุททกเปตวัตถุ เรื่องเปรตพรานเนื้อ (พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า)
ท่านยังหนุ่ม มีเทพบุตรและเทพธิดาห้อมล้อม งามด้วยกามคุณทั้งหลาย ซึ่งทำให้เกิดความกำหนัดยินดี ได้เสวยเหตุแห่งทุกข์ในกลางวัน ชาติก่อน ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ (เปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้อ มีฝ่ามือเปื้อนเลือด เป็นคนหยาบช้าทารุณ อยู่ที่เขาคิริพพชะ เป็นที่น่ารื่นรมย์ ใกล้กรุงราชคฤห์ซึ่งน่ารื่นรมย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๗. มิคลุททกเปตวัตถุ
ข้าพเจ้ามีใจประทุษร้ายในสัตว์มีชีวิตจำนวนมาก หยาบช้าทารุณอย่างยิ่ง ชอบเบียดเบียนสัตว์อื่น ไม่สำรวม เที่ยวไปเป็นนิตย์
ข้าพเจ้านั้นมีสหายใจดี มีศรัทธา เป็นอุบาสกคนหนึ่ง เพราะเขาเป็นผู้เอ็นดูข้าพเจ้า จึงห้ามอยู่บ่อยๆ ว่า
พ่อเอ๋ย อย่าได้ทำชั่วเลย อย่าได้ดำเนินทางผิดเลย ถ้าสหายปรารถนาความสุขเมื่อตายไป จงงดเว้นการฆ่าสัตว์ซึ่งเป็นการไม่สำรวมเสียเถิด
ข้าพจ้าฟังคำของเขาผู้หวังดี มีความเอ็นดูด้วยประโยชน์เกื้อกูล แต่ไม่ได้ทำตามคำสั่งสอนของเขาทั้งสิ้น เพราะเป็นคนไม่มีปัญญา ยินดีในบาปมาช้านาน
เขามีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน แนะนำข้าพเจ้าให้ตั้งอยู่ในความสำรวมด้วยอนุเคราะห์อีกว่า ถ้าท่านจะฆ่าสัตว์ในกลางวัน ในเวลากลางคืนก็จงงดเว้นเสีย
ข้าพเจ้านั้นจึงฆ่าสัตว์แต่เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้น เพราะฉะนั้น กลางคืนข้าพเจ้าจึงได้รับการบำรุงบำเรอ กลางวันประสบทุกข์ ถูกสุนัขรุมกัดกิน คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ
กลางคืนได้เสวยทิพยสมบัติด้วยผลแห่งกุศลกรรมนั้น กลางวันฝูงสุนัขดุร้ายพากันวิ่งเข้ามากัดกินข้าพเจ้ารอบด้าน
ชนเหล่าใดมีความเพียรเนืองๆ เอาธุระในพระศาสนาของพระสุคตอย่างมั่นคง ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ชนเหล่านั้นแหละจะได้บรรลุอมตบท ซึ่งปัจจัยอะไรๆ ปรุงแต่งไม่ได้อย่างแน่นอนมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๗ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. มิคลุททกเปตวัตถุที่ ๑ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตพรานเนื้อที่ ๑ พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า
|๑๑๗.๔๖๑| ๗ นรนารีปุรกฺขโต ยุวา รชนีเย กามคุเณหิ โสภสิ ทิวสํ อนุโภสิ การณํ กึ อกาสิ ปุริมาย ชาติยาติ ฯ |๑๑๗.๔๖๒| อหํ ราชคเห รมฺเม รมณีเย คิริพฺพเช มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ โลหิตปาณี ทารุโณ ฯ |๑๑๗.๔๖๓| อวิโรธกเรสุ ปาณีสุ ปุถุสตฺเตสุ ปทุฏฺฐมานโส วิจริ อติทารุโณ สทา ปรหึสาย รโต อสญฺญโต ฯ |๑๑๗.๔๖๔| ตสฺส เม สหาโย สุหทโย สทฺโธ อาสิ อุปาสโก โส หิ มํ อนุกมฺปนฺโต นิวาเรสิ ปุนปฺปุนํ |๑๑๗.๔๖๕| มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ มา ตาต ทุคฺคตึ อคา สเจ อิจฺฉสิ เปจฺจ สุขํ วิรม ปาณวธํ อสํยมํ ฯ |๑๑๗.๔๖๖| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา สุขกามสฺส หิตานุกมฺปิโน นากาสึ สกลานุสาสนึ จิรปาปาภิรโต อพุทฺธิมา ฯ |๑๑๗.๔๖๗| โส มํ ปุน ภูริสุเมธโส อนุกมฺปาย สํยเม นิเวสยิ สเจ ทิวา หนสิ ปาณิโน อถ เต รตฺตึ ภวตุ สํยโม ฯ |๑๑๗.๔๖๘| สฺวาหํ ทิวา หนิตฺวาน ปาณิโน วิรโต รตฺตึ อโหสิ สํยโต รตฺตาหํ ปริหาเรมิ ทิวา ขชฺชามิ ทุคฺคโต ฯ |๑๑๗.๔๖๙| ตสฺส กมฺมสฺส กุสลสฺส อนุโภมิ รตฺตึ อมานุสึ ทิวา ปฏิหตาว กุกฺกุรา อุปธาวนฺติ สมนฺตา ขาทิตุํ |๑๑๗.๔๗๐| เย จ เต สตตานุโยคิโน ธุวํ ปยุตฺตา สุคตสฺส สาสเน มญฺญามิ เต อมตเมว เกวลํ อธิคจฺฉนฺติ ปทํ อสงฺขตนฺติ ฯ มิคลุทฺทเปตวตฺถุ สตฺตมํ ฯ
ท่านเป็นคนหนุ่มแน่น ห้อมล้อมด้วยเทพบุตรและเทพธิดารุ่งเรืองอยู่ด้วย กามคุณ อันให้เกิดความกำหนัดยินดีในราตรี เสวยทุกข์ในกลางวัน ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ในชาติก่อน? เปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อน กระผมเป็นพรานเนื้อ อยู่ที่ภูเขาวงกตอันเป็นที่รื่นรมย์ ใกล้ กรุงราชคฤห์ เป็นผู้มีฝ่ามือเปื้อนโลหิต เป็นคนหยาบช้าทารุณมีใจประ ทุษร้ายในสัตว์เป็นอันมาก ผู้ไม่กระทำความโกรธเคือง ยินดีแต่ในการ เบียดเบียนสัตว์อื่น เป็นผู้สำรวมแล้วด้วยกาย วาจา ใจ เป็นนิตย์ อุบาสกคนหนึ่งผู้เป็นสหายของกระผม เป็นคนใจดีมีศรัทธา ก็อุบาสก คนนั้น เป็นคนเอ็นดูกระผม ห้ามกระผมอยู่เนืองๆ ว่า อย่าทำบาปกรรม เลย พ่อเอ๋ย อย่าไปทุคติเลย ถ้าท่านปรารถนาความสุขในโลกหน้า จงงดเว้นการฆ่าสัตว์ อันเป็นการไม่สำรวมเสียเถิด กระผมฟังคำของ สหายผู้หวังดีมีความอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์นั้นแล้ว ไม่ทำตามคำ สั่งสอนทั้งสิ้น เพราะกระผมเป็นคนไม่มีปัญญา ยินดีแล้วในบาปตลอด กาลนาน สหายผู้มีปัญญาดีนั้น แนะนำกระผมให้ตั้งอยู่ในความสำรวม ด้วยความอนุเคราะห์ว่า ถ้าท่านฆ่าสัตว์ในกลางวันส่วนกลางคืนจงงดเว้น เสียกระผมจึงฆ่าสัตว์แต่เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้น เพราะฉะนั้นกลางคืนกระผมจึงได้รับความสุข กลางวันได้เสวยทุกข์ ถูก สุนัขรุมกัดกิน คือ กลางคืนได้เสวยทิพยสมบัติ ด้วยผลแห่งกุศลกรรม นั้น ส่วนกลางวันฝูงสุนัขมีจิตเดือดดาล พากันห้อมล้อมกัดกินกระผม รอบด้าน ก็ชนเหล่าใดผู้มีความเพียรเนืองๆ บากบั่นมั่นในศาสนาของ พระสุคต กระผมเข้าใจว่าชนเหล่านั้นจักได้บรรลุอมตบทอันปัจจัยอะไรๆ ปรุงแต่งไม่ได้อย่างแน่นอน. จบ มิคลุททกเปตวัตถุที่ ๗.