๑. สีสูปจาลาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๘. อัฏฐกนิบาต] ๑. สีสูปจาลาเถรีคาถา ๘. อัฏฐกนิบาต ๑. สีสูปจาลาเถรีคาถา ภาษิตของพระสีสูปจาลาเถรี (พระสีสูปจาลาเถรีเมื่อจะกล่าวภาษิตที่มารกล่าวแก่ตนจึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ภิกษุณี ผู้มีศีลสมบูรณ์ สำรวมอินทรีย์ดีแล้ว บรรลุบทอันสงบที่ใครทำให้เสียหายมิได้ มีสภาวะชื่นใจ (มารถามว่า)
แม่นางจงตั้งจิตปรารถนาไว้ในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี และชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ที่แม่นางเคยอยู่มาแล้วแต่ก่อนเถิด (พระสีสูปจาลาเถรีตอบว่า)
เทวดาชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี และชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
พากันไปจากภพสู่ภพตลอดกาล ติดอยู่ในกายตน ล่วงกายของตนไปไม่ได้ ก็แล่นไปหาชาติและมรณะ
โลกทั้งปวงถูกไฟไหม้ ลุกโพลงโชติช่วง หวั่นไหวแล้ว
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่ไม่หวั่นไหว ชั่งไม่ได้ ปุถุชนเสพไม่ได้ โปรดเรา ใจของเรายินดีนักในธรรมนั้น
เราฟังคำสอนของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในคำสอน ได้บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
กำจัดความเพลิดเพลินในกามทั้งปวง ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว มารผู้ชั่วช้าเลวทราม ท่านจงรู้อย่างนี้ว่า ท่านถูกเรากำจัดแล้ว อัฏฐกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีคาถาย อฏฺฐกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรีคาถา อัฏฐกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในอัฏฐกนิบาต ๑. สีสุปจาลาเถรีคาถา คาถาสุภาษิตของนางสีสุปจาลาเถรี พระสีสุปจาลาเถรีกล่าวว่า
|๔๖๒.๑๙๖| ๑ ภิกฺขุนี สีลสมฺปนฺนา อินฺทฺริเยสุ สุสํวุตา อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ อเสจนกโมชฺชวํ ฯ |๔๖๒.๑๙๗| ตาวตึสา จ ยามา จ ตุสิตา จาปิ เทวตา นิมฺมานรติโน เทวา เย เทวา วสวตฺติโน ตตฺถ จิตฺตํ ปณิเธหิ ยตฺถ เต วุสิตํ ปุเร ฯ |๔๖๒.๑๙๘| ตาวตึสา จ ยามา จ ตุสิตา จาปิ เทวตา นิมฺมานรติโน เทวา เย เทวา วสวตฺติโน |๔๖๒.๑๙๙| กาลํ กาลํ ภวา ภวํ สกฺกายสฺมึ ปุรกฺขตา อวีติวตฺตา สกฺกายํ ชาติมรณสาริโน ฯ |๔๖๒.๒๐๐| สพฺโพ อาทีปิโต โลโก สพฺโพ โลโก ปริทีปิโต สพฺโพ ปชฺชลิโต โลโก สพฺโพ โลโก ปกมฺปิโต ฯ |๔๖๒.๒๐๑| อกมฺปิตํ อตุลิยํ อปุถุชฺชนเสวิตํ พุทฺโธ ธมฺมํ เม เทเสสิ ตตฺถ เม นิรโต มโน ฯ |๔๖๒.๒๐๒| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา วิหรึ สาสเน รตา ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๖๒.๒๐๓| สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ สีสูปจาลา ฯ อฏฺฐกนิปาโต สมตฺโต ฯ ---------------
เราเป็นภิกษุณีผู้สมบูรณ์ด้วยศีล สำรวมดีแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ได้ บรรลุสันตบทอันชื่นใจ มีโอชารส. มารกล่าวว่า ท่านจงตั้งจิตปรารถนาเพื่อจะเกิดไว้ ในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี และชั้นวสวัสดี ที่ท่านเคยอยู่มาแล้วในก่อนเถิด. พระสีสุปจาลาเถรีตอบว่า เทวดาชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามา ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี ชั้นวสวัสดี พากันไปจากภพเข้าสู่ภพตลอดทุกๆ กาล ติดอยู่ในร่างกายของตน มี ปกติเดือดร้อนเพราะความเกิด และความตาย ไม่ล่วงพ้นร่างกายของ ตนไปได้ โลกทั้งปวงถูกไฟไหม้ลุกรุ่งโรจน์โชติช่วง โลกทั้งปวงหวั่น- ไหวแล้ว พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรม อันเป็นธรรมไม่หวั่นไหว ใครๆ ก็ชั่งไม่ได้ เป็นธรรมอันปุถุชนเสพไม่ได้แก่เรา ใจของเรายินดีแล้วใน ธรรมนั้น เราได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในพระศาสนา วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลิน ในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืด ได้แล้ว ดูกรมารผู้ใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ตัวท่านเราก็กำจัดได้แล้ว. จบ อัฏฐกนิบาต. -----------------------------------------------------